752

ตอนที่ 752 เต๋าแห่งการปรุงยาศาสตร์แห่งไม้

ถึงแม้ว่าโจกัวเย้าจะปฏิเสธเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้อย่างราบเรียบ ผู้เชียวชาญลายคนที่เข้ามาสอดส่องก็ทราบได้ว่า ณ ตอนนี้ นอกเหนือจากคนของบึงแมลงพิษแล้ว ก็มีเพียงแค่โจกัวเย้าเท่านั้นที่ทราบวิธีการควบคุมสิ่งมีชีวิตที่ใช้พิษได้ มันไม่ใช่ความลับอะไรที่ตัวเขาได้ทำการแลกเปลี่ยนทักษะกับคนของหมู่บ้าน

หลี่ฉีเย่ยิ้มแล้วกล่าว “ไม่ว่าเจ้าจะเป็นคนทำหรือไม่มันก็ไม่สำคัญอีกต่อไป ก่อนอื่นเลยเจ้าควรจะจัดการกับอสรพิษทมิฬเสียก่อน” หลี่ฉีเย่ทราบเป็นอย่างดีว่าผู้ใดที่เป็นคนใช้งานเจ้าสัตว์ชั้นต่ำนี่ให้มาทำร้ายเขา ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเปลืองน้ำลายเสียเวลาพูด หลังจากละครฉากนี้สิ้นสุดลงไม่ว่าใครก็ต้องมีคนใดคนหนึ่งที่ต้องตาย
“ตูม ! ตูม !” คราวนี้ออสรพิษทมิฬได้จังหวะก็พุ่งเข้าใส่และพ่นหมอกพิษมากกว่าเดิม หมอกพิษปกคลุมทั่วท้องฟ้าอีกครั้งหนึ่ง หนนี้หมอกที่ลงคฤหาสน์ของโจกัวเย้านั้นหนาแน่นดุจสึนามิก็ไม่ปาน !
หลายคนเคยเห็นผลกระทบของพิษชนิดนี้มาก่อนจึงรีบหลบฉากออกไปเพื่อที่จะได้ไม่ต้องโดนพิษชนิดนี้เล่นงาน
“เปิด !” ในคฤหาสน์แห่งนี้แน่นอนว่านอกจากโจกัวเย้าแล้วยังมีคนอื่นที่พักอยู่ที่แห่งนี้อยู่อีก ผู้พักอาศัยนั้นมีทั้งศิษย์แล้วก็ผู้เชียวชาญของรัฐโจ เมื่อหมอกพิษนั้นปกคลุมไปทั่วคฤหาสน์ ผู้ฝึกตนจำนวนมากก็เริ่มเปิดกระถางขนาดใหญ่เพื่อม่านสมุนไพรกระจายไปบนฟ้า เสมือนเกราะป้องกัน
“ซู่ววว…” เสียงคลื่นความร้อนก่อตัวขึ้นมาในยามที่หมอกพิษปะทะเข้ากับหมอกสมุนไพร พิษร้ายนั่นค่อย ๆ เจือจางหายไปในทีก่อนจะกลายมาเป็นขี้เถ้า
ยังไงเสียรัฐโจก็เป็นนักปรุงยาที่มีเชื่อสายของนักปรุงยาจักรพรรดิ เหล่าศิษย์ย่อมมีความสามารถมากพอที่จะจัดการกับพิษจากอสรพิษทมิฬได้เป็นธรรมดา
อสรพิษทมิฬเริ่มออกอาการเกรี้ยวกราดในยามที่หมอกพิษของมันได้ถูกกำจัด มันส่งเสียงขู่ออกมาและสะบัดหางอันใหญ่โต พายุขนาดย่อมก่อตัวขึ้นมาปะทะกับตัวคฤหาสน์
“ตูม ! ตูม ! ตูม !” แม้แต่คฤหาสน์ที่มีเกราะป้องกันอันทรงพลัง ก็ยังมีตึกมากมายที่ถล่มลงด้วยการโจมตีของอสรพิษทมิฬกระทั่งศิษย์บางคนเองถึงกับปลิวไปพร้อมกระอักออกมาเป็นลิ่มเลือดด้วยซ้ำ
ใบหน้าของโจกัวเย้าบิดเบี้ยวอย่างน่าเกลียด เขาตะโกนออกมา "หยุดเดี๋ยวนี้ เจ้าสัตว์เดียรัจฉานนี่ !" ขณะที่เขาออกคำสั่งปีศาจเหล็กศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ก็พุ่งออกไปด้วยความเร็วแสง
“ฟู่วววว ! ” สี่ปีศาจเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พวกมันใช้แขนทั้งสองที่คมประดุจใบมีดในการเชือดเฉือนหลายต่อหลายครั้งในพริบตาเดียว วินาทีที่มันกลับมาหาโจกัวเย้า หยาดโลหิตก็เจิ่งนองไปทั่วราวกับอยู่ในฤดูใบไม้ผลิ
อสรพิษทมิฬขนาดมหึมาล้มลงเสมือนภูเขาที่พังทลาย ร่างกายขนาดใหญ่ของมันถูกตัดออกเป็นหลายต่อหลายส่วนร่วงลงสู่พื้นดินเหมือนก้อนหินชิ้นโตและย้อมผืนดินไปด้วยเลือด
ปีศาจเหล็กศักดิ์สิทธิ์แข็งแกร่งมาก !” หลายคนต่างสะท้านไปทั้งร่างหลังจากที่ได้เป็นปีศาจจัดการกับอสรพิษรวดเร็วถึงเพียงนี้
“ข้ าได้ยินมาว่าพวกเขาเคยออกอาละวาดที่เขตหินมาก่อน ก่อนที่จะถูกโจกัวเย้ากำราบ ปีศาจพวกนี้แข็งแกร่งมาจริง ๆ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหตุใดผู้เชียวชาญหลายคนถึงได้ตายตกด้วยน้ำมือของพวกมัน” นักปรุงยารู้สึกสะท้านไปทั้งร่างหลังจากที่เห็นความสามารถของเหล่าปีศาจ
ยามนี้โจกัวเย้าไม่ได้รู้สึกยินดีเท่าไรนัก เขาออกคำสั่งสังหารอสรพิษนั่นอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจนัก เพราะอสรพิษพวกนี้ไม่ได้หากันได้ง่าย ๆ มันเคยเป็นหมากตัวสำคัญที่มีประโยชน์กับเขามากที่สุด แต่ในสถานการณ์แบบนี้จะให้เขาทำยังไงได้ !
“หลี่ฉีเย่ ไม่ใช่แค่โยนข้อกล่าวหาที่ไร้แก่นสารมาให้ข้า เจ้ายังใช่อสรพิษมาโจมตีผู้ฝึกตนในถิ่นของข้า เจ้าจะต้องชดใช้ !” โจกัวเย้าที่กำลังนั่งอยู่ภายในที่พักของตนประกาศกร้าว
“งั้นรึ ?” หลี่ฉีเย่ฉีกยิ้มออกมาอย่างไม่สะทกสะท้าน “ คิดจะเอาคืนข้ายังไงกันล่ะ ? จับข้ามาเป็น ๆ แล้วก็ฉีกเป็นชิ้น ๆ ? อา นั่นสินะ จับข้าไปตัวเป็น ๆ ย่อมจะมีประโยชน์กับท่านมากกว่าอยู่แล้วจริงไหม ?”
การเผชิญหน้าของสองคนนี้นับเป็นเรื่องดีสำหรับบุคคลที่กำลังยืนสังเกตการณ์อยู่รอบนอกอย่างอารมณ์ดี อย่างไรเสียก็คงมีอยู่สองหรือสามคนที่ดูออกว่าเหตุการณ์นี้นั้นไม่ธรรมดา อันที่จริงแล้วไม่ว่าใครก็พอจะดูออกว่าโจกัวเย้านั้นได้ใช้อสรพิษทำร้ายหลี่ฉีเย่ แต่แล้วยังไงล่ะ ผู้ฝึกตนหรือเชื้อพระวงศ์หลายคนยังต้องพึ่งพาโจกัวเย้าอยู่ สุดท้ายก็ไม่มีใครกล้าเผยเรื่องนี้
โจกัวเย้าปรายสายตามองไปที่หลี่ฉีเย่แล้วกล่าวออกมาอย่างเย็นชา “ถ้าเจ้ายอมเชื่อฟังข้าแต่โดยดี ข้าอาจจะยอมไว้ชีวิตเจ้า !”
หลี่ฉีเย่ฉีกรอยยิ้มที่ยากจะคาดเดาออกมาก่อนจะตอบกลับไป “ยอมเชื่อฟังอย่างนั้นรึ ? ข้าไม่ได้มีนิสัยยอมแพ้อะไรง่ายๆโดยเฉพาะก่อนการต่อสู้นี้จะเริ่มขึ้นด้วยสิ จะเกิดอะไรขึ้นหากข้าไม่ยอมจำนน ? เจ้าจะใช้กำลังมาบังคับข้า ?”
สีหน้าของโจกัวเย้าแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาจากนั้นจึงตอบกลับไปว่า “ดูเหมือนว่าเจ้ายังไม่สำนึก ถ้าเช่นนั้นอย่ามาตำหนิข้าหากจู่ๆหัวของเจ้าก็หลุดจากบ่า ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นเอง ว่าสิ่งที่เรียกว่าเต๋าแห่งการปรุงยามันเป็นยังไง กบที่อยู่ก้นบ่ออย่างเจ้าจะได้รู้เสียทีว่ามันไม่ได้จำกัดอยู่แค่การสร้างน้ำทิพย์และการเลี้ยงสมุนไพร !”
สิ้นคำเขาก็ยืนหยัดขึ้นมาแล้วจึงเริ่มท่องคาถา แสงสีเขียวอ่อนห่อหุ้มร่างกายของเขาด้วยวิชาที่เป็นที่รู้จักกันดีในโลก กอหญ้าผุดขึ้นมาข้างฝ่าเท้าแล้วค่อย ๆ เจริญงอกงามกลายมาเป็นจิตวิญญาณแห่งดอกไม้
พื้นดินที่เขายืนหยัดอยู่ ณ เวลานี้กลายมาเป็นสนามหรือพื้นที่ของนักปรุงยาไปเป็นที่เรียบร้อย ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยพละกำลังและพลังแห่งชีวิต
ดูเหมือนว่าเหล่าพฤกษาและต้นไม้ในพื้นที่นี่จะตอบรับการอัญเชิญของโจกัวเย้า พลังของเจ้าชีวิตแห่งมันไหลรินเข้าสู่ร่างกายประหนึ่งน้ำหลาก ด้วยการควบคุมพลังงานและออร่าอย่างมีจังหวะจากพืชพรรณรอบ ๆ พื้นที่นี้ ทำให้โจกัวเย้าสามารถหยิบยืมพลังของมันมาใช้ได้อย่างอิสระ
“นี่มัน…” หลาย ๆ คนเริ่มรู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นสภาพของโจกัวเย้าในขณะนี้ แม้ว่าจะไม่มีใครทราบว่าเขาต้องการจะทำอะไร แต่พวกเขาก็สามารถสัมผัสได้ถึงพลังอันกล้าแข็งที่กระจายอยู่ในอากาศ หยิบยืมพลังแห่งพฤกษาและชีวิตทั่วทั้งสวนนี้ นับว่าเป็นเรื่องที่ยากจะเชื่อจริง ๆ
“นี่เป็นเทคนิคสำหรับนักปรุงยาในตำนาน ตำนานกล่าวว่านักปรุงยาประเภทนี้จะมีเทคนิคต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไป และหนึ่งในนั้นก็คือศาสตร์แห่งไม้” นักปรุงยาผู้มีอำนาจผู้หนึ่งกล่าวพึมพำ “ ที่ระดับนี้นักปรุงยาจะต้องเชื่อมต่อกับพลังแห่งชีวิตที่มีอยู่ในธรรมชาติอันไร้ที่สิ้นสุดจนสามารถหยิบยืมพลังมาใช้ได้”
ภายในสนาม หยวนไฉ่เหอเองก็เริ่มแน่ใจ นางพยักหน้าเบา ๆ และกล่าวออกมา “โจกัวเย้านับเป็นนักปรุงยาในตำนานที่สุดยอดมากจริง ๆ แม้ว่าเขาจะไม่รู้การเลี้ยงสมุนไพรและรู้เพียงแค่การกลั่นน้ำทิพย์และควบคุมไฟ แต่ตัวเขานั้นแตกฉานในสุดยอดศาสตร์แห่งไม้แล้วแน่นอนถึงทำได้ขนาดนี้”
ยามนี้หยวนไฉ่เหอเปรียบเสมือนกับหอบัญชาที่มีอำนาจในการสั่งการ และในเวลาเดียวกันเธอก็เป็นผู้ฝึกตนที่เชี่ยวชาญศาสตร์แห่งพฤกษาเป็นอันดับหนึ่งแล้วยังอยู่ใกล้ชิดกับจิตวิณญาณแห่งพรรณไม้ยิ่งกว่าผู้ใด มีไม่กี่คนเท่านั้นที่จะสามารถเทียบเธอได้เมื่อเป็นศาตร์แห่งไม้นี้
“ครืน !” โลกเกิดอาการสั่นสะเทือน จู่ ๆ ในอาณาบริเวณนี้ก็มีต้นไม้ที่ทั้งสูงใหญ่และแข็งแกร่งผุดขึ้นมาจากผืนดิน
วิชาการปรุงยาทั้งหลายแหล่ของโจกัวเย้าประทับอยู่ที่ต้นไม้เหล่านี้ดุจความความเร็วแสง หลังจากที่ส่งเสียงดังไปทั่วพื้นที่ เหล่าต้นไม้ขนาดมหึมานี้ก็ขยายตัวใหญ่ขึ้นไปอีกขั้นน่าประหลาด แต่ละตัวมีขนาดไม่ต่างจากภูเขาที่สูงเสียดฟ้าลูกหนึ่งเลยด้วยซ้ำ
ต้นไม้เหล่านั้นกลายสภาพมาเป็นยักษ์ เพียงแค่ก้าวเท้าแค่ข้างเดียวก็สามารถข้ามผ่านภูเขาลูกเล็ก ๆ ไปได้อย่างง่ายดายราวกับว่าพวกเขาเหล่านี้เป็นบุตรแห่งปฐพี เหล่าต้นไม้ต่างก็แผ่พลังธรรมชาติออกมา รากของมันหยั่งลึกลงไปใต้ผืนโลก ไม่แปลกเลยที่มันจะครอบครองพลังอันแข็งแกร่งของผืนดินอย่างไร้ที่สิ้นสุด
ถ้าหากมีแค่หนึ่งหรือสองต้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่นี่หลายร้อยหรืออาจจะหลายพันต้นเลยด้วยซ้ำ กองทหารยักษ์ที่ยืนเรียงกันเป็นกองทัพ แค่จินตนาการดูว่าแค่ยักษ์ตนเดียวก็สามารถก้าวข้ามผ่านภูเขาไปได้อย่างง่ายดายดูแล้ว คิดว่ามันจะทรงพลังแล้วน่าพรั่นพรึงมากเพียงใด ? แม้แต่ราชันเทพก็ยังต้องสะท้านด้วยความกลัวหากเจอการคุกคามเป็นกองทัพเช่นนี้
"นักปรุงยาสามารถทำเช่นนี้ได้ด้วยอย่างนั้นรึ !? ข้า ข้าไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อยเลย !" หนึ่งในผู้ฝึกตนแทบจะไม่เชื่อสายตาของตัวเอง ในความคิดของใครหลายคน นักปรุงยานั้นจะอ่อนเรื่องการต่อสู้และไม่ถนัดจะไปต่อยตีหรือต่อกรกับใคร อย่างน้อยที่สุดก็ไม่ใช่ด้วยกำลัง
อย่างไรก็ตามสิ่งที่โจกัวเย้าได้แสดงออกมาในวันนี้ได้เปลี่ยนทัศนคติที่พวกเขามีต่อนักปรุงยาชนิดแบบพลิกโผ ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่านักปรุงยาจะมีทักษะที่ท้าทายสวรรค์เบื้องบนได้เช่นนี้
นักบุญปรุงยาผู้มีผมสีขาวกล่าวออกมาอย่างอิจฉาว่า “ มีเพียงแค่นักปรุงยาในตำนานเท่านั้นล่ะที่มีเทคนิคความสามารถมากถึงขนาดสามารถควบคุมกองทัพยักษ์ไม้ได้ บางทีโจกัวเย้าอาจจะเข้าสู่จุดสูงสุดของนักปรุงยาในตำนานไปแล้วก็ได้”
นักปรุงยาจักรพรรดิอยู่บนจุดสูงสุดของยอดพีระมิด ในขณะที่นักปรุงยาในตำนานนั้นถูกจัดอยู่ในลำดับที่สองรองลงมา แน่นอนว่าในรุ่นปัจจุบันของโลกสมุนไพรหินนี้ จำนวนของนักปรุงยาในตำนานเรียกได้ว่าสามารถนับนิ้วได้เลย
นักปรุงยาหลายชีวิตนักที่ไม่อาจมาถึงระดับนี้ได้ ทว่าโจกัวเย้าสามารถทำได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ยิ่งไปกว่านั้นเขาสามารถอัญเชิญกองทหารทรงพลังออกมาได้ นักปรุงยามากมายต่างนิ่งงันไปพร้อมกับความรู้สึกชื่นชม ไม่แปลกเลยที่ผู้คนต่างยกให้คนผู้นี้เป็นหนึ่งในสี่อัจฉริยะ !
“ เป็นว่านักปรุงยาในตำนานก้มีความสามารถเช่นนี้ด้วย… เช่นนั้นพวกเขาจะทำอะไรได้หากพวกเขากลายมาเป็นนักปรุงยาจักรพรรดิ ?”บรรพชนปีศาจมากประสบการณ์ตนหนึ่งรู้สึกอับจนคำพูดหลังจากที่ได้เห็นภาพตรงหน้า
เซียนนักปรุงยาผู้หนึ่งอธิบายออกมาว่า “ไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงนักปรุงยาจักรพรรดิ นักปรุงยาในตำนานไม่เคยออกมาเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง เมื่อเขาต้องเผชิญปัญหาบางอย่างก็มักจะมีผู้เชียวชาญคอยเป็นมือเป็นเท้าจัดการเรื่องทุกอย่างให้ด้วยความเต็มใจอยู่แล้ว ! และเพราะเหตุนี้ในโลกใบนี้จึงแทบจะไม่มีโอกาสเลยที่เราจะได้เห็นเทคนิคต่าง ๆ ของพวกเขา”

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

732

750

751