751

ตอนที่ 751 อสรพิษทมิฬ

แต่ถึงกระนั้นราชาวารีก็ยังคงเป็นบรรพชนเที่ยงธรรมถึงแม้ว่าเขาจะอยู่แค่เพียงระดับต้นยุคก็ตาม หลังจากเขากรีดร้อง ถึงแม้ว่าร่างกายของเขาจะถูกทำลายไปแล้วด้วยระฆังภาพภูเขาก็ตาม ทว่าศีรษะของเขายังคงไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด
ที่ส่วนศีรษะของราชาวารีมีรอยแตกที่น่าขยาดปรากฏออกมาให้เห็น ราวกับว่ามันจะแยกออกจากกันได้ทุกเวลา แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไม่หลุดออกจากกัน สำหรับบรรพชนเที่ยงธรรมตราบใดที่พรสวรรค์ที่แท้จริงของเขายังอยู่ ตัวตนของเขาก็จะไม่มีวันตาย
ศีรษะของเขาพยายามจะเคลื่อนไหวเพื่อทำการหลบหนี ถ้าหากปล่อยอาการบาดเจ็บสาหัสนี้เอาไว้ ไม่ช้าก็เราเขาจะต้องมาตายตกที่นี่อย่างแน่นอน
“ จะหนีไปไหน !?” หลี่ฉีเย่พุ่งเข้ามาประชิดด้วยความเร็วชั่วพริบตา แล้วคว้าศีรษะของราชาเอาไว้ ต้นยุคบรรพชนเที่ยงธรรมไม่มีทางเคลื่อนไหวได้รวดเร็วเทียบเท่ากับกายาไร้นภาอมตะของหลี่ฉีเย่อย่างเเน่นอน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยว่าอีกฝ่ายหนึ่งเป็นเพียงแค่บรรพชนที่กำลังได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่
“ป๊อก !” ศีรษะของเขาถูกหลี่ฉีเย่เป่าทิ้งอย่างรุนแรง ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะแข็งแกร่งกว่า แต่หัวนั่นก็มีรอยแตกที่เกิดขึ้นจากกายาอเวจีอมตะก่อนหน้าอยู่แล้ว เนื้อส่วนสมองของราชาวารีกระจายไปทั่ว และยิ่งไปกว่านั้นหลี่ฉีเย่ก็ยังใช้ฝ่าเท้าเหยียบหัวนั่นซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังมีชีวิตอยู่
“ เจ้าเด็กน้อย อย่าให้มันมากเกินไป !” ขณะนี้ราชาวารีก็กำลังตกอยู่ในสภาพกึ่งเป็นกึ่งตายอยู่แล้ว จิตใจของเขาสั่นเทิ้มอย่างฉุดไม่อยู่ เขาไม่คาดเลยว่าบรรพชนเช่นเขาจะมาตกอยู่สภาพน่าอนาถรวดเร็วเช่นนี้
ขณะนี้ตัวเขากำลังรู้สึกเศร้าสลดอยู่เต็มอก หากเขารู้มาก่อนว่าหลี่ฉีเย่มีสุดยอดสมบัติ เขาคงจะไม่กระทำการผลีพลามเป็นแน่
ในขณะเดียวกันเหล่าผู้ที่กำลังเฝ้ามองดูอยู่ห่าง ๆ เองก็สั่นไม่แพ้กัน แม้ว่าจะไม่มีใครรู้จักระฆังภาพภูเขา แต่มันก็ยังคงเป็นสมบัติที่มีอำนาจน่าสะพรึงแม้ว่ามันจะไม่สมบัติระดับแท้จริงก็ตาม !
มีเสียงหนึ่งพึมพำออกมาว่า “ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงสามารถวางท่าใหญ่โตราวกับไม่เห็นหัวใครได้เช่นนี้ เป็นว่าเขามีสุดยอดสมบัติเช่นนี้เป็นไผ่ตาย ”
แม้แต่ลูกหลานเชื้อสายจักรพรรดิเองยังไม่แน่เลยว่าจะมีสมบัติล้ำค่าระดับนี้ ไม่ต้องเอ่ยถึงผู้เยาว์ธรรมดา
แต่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม รวมไปถึงเหล่าบรรพชนสามัญพวกเขาจะต้องระวังสมบัติระดับจักรพรรดิที่แท้จริงหรือสมบัติอื่นๆในระดับเดียวกัน เว้นแต่ว่าพวกเขาจะมีสมบัติระดับเดียวกันไว้ในครอบครอง ไม่เช่นนั้นพวกเขาไม่อาจะเผชิญหน้าตรงๆได้ !
ถึงราชาวารีจะเป็นบรรพชนพเที่ยงธรรมแต่เขาก็เป็นเพียงต้นยุคบรรพชนที่พึงจะก้าวมาถึงระดับนี้หมาด ๆ เท่านั้น ตั้งแต่เริ่ม เขาประมาทเกินไป และคิดว่าคงจะจับตัวหลี่ฉีเย่มาได้อย่างง่ายดาย เขาไม่คิดว่าหลี่ฉีเย่จะมีสมบัติระดับจักรพรรดิแล้วก็ปะทะกับเขาตรง ๆ จนพ่ายแพ้ไปอย่างย่อยยับเช่นนี้
“ เกินไปงั้นรึ ?” หลี่ฉีเย่กล่าวออกมาอย่างขำขัน “ เป็นคำที่ข้าอยากจะได้ยินเป็นที่สุด เอาล่ะ เพราะว่าเจ้าบอกว่าข้านั้นลงมือเกินไป เอาละ ตอนนี้ข้าจะให้โอกาสเจ้า ส่งสมบัติที่เจ้ามีทั้งหมดมาจากนั้นก็ไสหัวกลับไปยังเมืองนักปรุงยาซะ เช่นนั้นข้าจะไว้ชีวิตเจ้า หากไม่ข้าจะเหยียบหัวสุนัข..ไม่สิ หัวปลาของเจ้าให้จมดิน !”
“เจ้าสารเลวน้อย ไปตายซะ !” ราชาวารีก็ยังคงเป็นราชา อีกทั้งยังเป็นบรรพชนเที่ยงธรรม เขาจะทนกระทำเรื่องน่าขายหน้าเพียงนี้ได้เช่นไร ? แทบจะทันทีศีรษะที่แตกออกอยู่แล้วของราชาวารีก็เปิดออก ฐานพลังเต๋าออกเขาระเบิดออกมา พรสวรรค์ที่แท้จริงของเขาเริ่มลุกโชน !
เขาต้องการจะปลิดชีวิตของตัวเองพร้อมกับลากหลี่ฉีเย่ไปกับเขาด้วย
“บึ้ม ! “ สายฟ้าฟาดปรากฏขึ้นมา ในยามที่บรรพชนเร่งพลังเต๋าและพรสวรรค์แท้จริงของตัวเอง มันจะก่อให้เกิดแรงดึงดูดของพลังที่รุนแรงขึ้น
จากเปลวเพลิงที่ลุกโชน ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในรัศมีกว่าหมื่นไมล์ถูกเผาราวกับหญ้า หลุมดำแห่งความตายปรากฏออกมาและโครงสร้างแห่งกาลเวบาเริ่มปั่นป่วน โดยเฉพาะจุดที่หลี่ฉีเย่กำลังยืนอยู่ ทุกสิ่งทุกอย่างถูกป่นจนไม่เหลือซาก
“ป๊อก !” นับเป็นเคราะห์ร้ายของราชา ประตูทองแดงห้าบานปรากฏขึ้นรอบ ๆ ตัวของหลี่ฉีเย่ ใจกลางแรงระเบิดอันน่าหวาดหวั่น ประตูทองแดนนี่เป็นสิ่งที่ปกป้องตัวเขาจากแรงระเบิดทรงอานุภาพนี้
การระเบิดตัวเองของบรรพชนส่งผลกระทบในวงกว้าหลายหมื่นไมล์ ผู้ที่เฝ้าดูอยู่หลายคนถูกพัดไปไกลเมื่อพวกเขาไม่สามารถทานทัดต้านทานแรงระเบิดนี้ได้
“บึ้ม !” ในชั่วพริบตา พื้นดินแยกออกจากกัน เงาหนึ่งผุดขึ้นมาจากพื้น เผยให้เห็นร่างของสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่
“ชู่วววว” สิ่งมีชีวิตที่ผุดขึ้นมาจากพื้น อ้าปากกว้างแล้วปล่อยหมอกพิษออกมาปกคลุมทั่วพื้นที่
ยิ่งไปกว่านั้น เป้าหมายของมันก็คือหลี่ฉีเย่ ดังนั้นเขาจึงจมอยู่ในหมอกพิษทันที
“ อสรพิษทมิฬ !” ราชาปีศาจร้องออกมาจากระยะไกล เขาใช้ความเร็วสูงสุดหลีกหนีออกมาหลังจากที่ได้เห็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ผุดขึ้นมาจากพื้นดิน
อสรพิษทมิฬ ไม่ดีแล้ว !” หยวนไฉ่เหอสะดุ้งเฮือกหลังจากที่เห็นหมอกพิษปกคลุมไปทั่ว นางพานายหญิงกลับเข้าไปด้านใน ขณะนั้นเองกลิ่นหอมที่ไม่ธรรมดาก็ถูกปลดปล่อยออกมาจากต้นไม้ในสวนก่อนให้เกิดเกราะป้องกันทางอากาศปกป้องพวกเขาจากหมอก
จิตวิญญาณที่สิงสถิตอยู่ในต้นไม้นั้นมีด้วยกันหลายประเภทและตัวยาล้ำค่าในสวนก็เช่นกัน บางต้นถูกปลูกโดยหลี่ฉีเยาและหยวนไฉ่เหอ ขณะนั้นเองจิตวิญญาณแห่งพืชพรรณก็ส่งกระแสพลังออกมาปกป้องหมอกพิษที่คิดจะรุกรานเข้าใกล้หยวนไฉ่เหอ
ขอบเขตของหมอกพิษได้กระจายเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว หลายคนที่สามารถรับมือและหนีออกไปได้อย่างทันท่วงที ทว่าก็มีอีกหลายชีวิตเช่นกันที่ไม่สามารถหนีไปได้ทันเวลาจึงถูกหมอกพิษนี้เล่นงานเอา พวกเขาเหล่านั้นต่างล้มลงไปดิ้นทุรนทุรายกับพื้นไม่นานนักร่างกายของพวกเขาก็แข็งทื่อก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นสีดำ
“ เป็นพิษที่รุนแรงอะไรขนาดนี้” นายหญิงฉีเยียนร้องออกมาหลังจากที่ได้เห็นภาพนี้ โดยปกติแล้วหากเป็นพิษธรรมดา มันจะไม่ส่งผลกระทบใดแก่ผู้ฝึกตน
หยวนไฉ่เหออธิบาย “ พิษจากอสรพิษทมิฬจะไม่ทำให้ตายตกในทันที ทว่าเมื่อมันเข้าสู่ร่างกายแล้วครั้งหนึ่ง ทั่วทั้งร่างจะแข็งทื่อในทันที พลังจากเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในกายจะถูกผนึก เพราะฉะนั้นเหยื่อจะไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้เลย แม้แต่ราชันเทพสวรรค์ก็ไม่สามารถทำได้ หากไม่ได้รับยาแก้พิษภายในหกชั่วโมง ความตายก็จะค่อย ๆมาเยือนอย่างช้า ๆ หลอมร่ายกายให้กลายเป็นของเหลวสีดำ”
นางค่อนข้างจะรู้ดีเกี่ยวกับเรื่องหญ้าจิตวิญญาณและสิ่งมหัศจรรย์ รวมไปถึงเรื่องของพิษด้วย
อสรพิษทมิฬนี่มันมาจากไหนกัน ?” นักสู้ที่สามารถหลบหนีออกมาได้ไหลพอตื่นตระหนก เขามองกลับไปยังหมอกที่กระจายไปทั่ว พิษนี่มีอานุภาพร้ายแรงมากกระทั่งสามารถกัดกร่อนแล้วก็ทำลายพรสวรรค์ที่แท้จริงได้ แม้แต่ราชันเทพสวรรค์ก็คงมิอาจต้านทาน
เซียนนักปรุงยาเมื่อเห็นภาพนี้ก็รู้สึกสะท้านแล้วกล่าว “นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด อสรพิษทมิฬ มันอาศัยอยู่ในที่ ๆ เปียกชื้นท่ามกลางความมืด แต่ที่แห่งนี้มันแห้งแล้งเกินไป มันไม่ความจะมีอสรพิษทมิฬอยู่สิ”
แต่ถึงแม้เขาจะไม่กล่าวมันออกมา ภาพที่เห็นมันก็บอกได้ชัดเจน
“ชู่วววว…” ใจกลางหมอกพิษมีกระแสลมหมุนปรากฏขึ้นมา อสรพิษทมิฬกระโดดขึ้นแล้วปล่อยพิษออกมาจากปากอีกครั้งโดยมีเป้าหมายที่— หลี่ฉีเย่
อย่างไรก็ตาม ขณะที่หมอกนี่ปกคลุมทั่วท้องฟ้า หลี่ฉีเย่ไม่รู้สึกเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย เขาเคลื่อนร่างกายไปรอบ ๆ แล้วหลบเลี่ยงการโจมตีจากอสรพิษทมิฬ
ผู้ที่กำลังเฝ้าดูอยู่หลายคนเมื่ออยู่ในระยะปลอดภัยก็สังเกตุเห็นว่าเจ้าอสรพิษทมิฬตนนี้เจาะจงมุ่งเป้าไปที่หลี่ฉีเย่เพียงแค่คนเดียว พวกเขามองหน้ากันก่อนจะคาดเดาว่าเรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องธรรมดา มีใครบางคนกำลังใช้ออสรพิษทมิฬให้โจมตีหลี่ฉีเย่ !
“เจ้าเด็กนั่นน่ากลัวมาก ! เขาเพิ่งจะสังหารคนที่อยู่ในระดับต้นยุคบรรพชนเที่ยงธรรมมาแท้ ๆ แถมยังไม่มีท่าทีหวาดกลัวต่อพิษของอสรพิษทมิฬเลยสักนิด” นักปรุงยากล่าว “ข้าเคยได้ยินมาว่าเต๋าแห่งการปรุงยาของของหลี่ฉีเย่เองก็สูงส่งมากเช่นกัน หากนี่เป็นเรื่องจริงล่ะก็ มันก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ร่างกายของเขาจะสามารถต้านทานพิษได้”
ในความเป็นจริงแล้วหลี่ฉีเย่ไม่ได้พึ่งพาเต๋าแห่งการปรุงยาในการป้องกันพิษเลย เขามีสมุนไพรอมตะอยู่กับตัว ดังนั้นเพียงแค่พิษของสัตว์ชั้นต่ำตัวนี้จะนับเป็นอะไรกัน ?
แน่นอนว่าหลังจากหลบหนีการโจมตีจากสัตว์ตัวนี้ หลี่ฉีเย่ได้หมุนวนไปรอบ ๆ ศีรษะของมันและใช้เข็มนับโหลปักเข้าที่กะโหลกของมัน
หลังจากที่รับการโจมตีจากเข็มจำนวนมาก มันก็ไม่ขยับเขยื้อนราวกับว่ากลายเป็นหินไปแล้ว
“จงกลับไปในที่ ๆ เจ้ามา !” หลี่ฉีเย่ใส่พลังมนตราเข้าไปในเสียงนี้ ด้วยเสียงดังกึกก้อง อสรพิษรับคำสั่งในทันทีแล้วดำดิ่งลงไปในพื้นดิน หายไปอย่างไร้ร่องรอย
“นี่มันอะไรกัน ?” บรรดาผู้ฝึกตนต่างชะงักไปเมื่อเห็นว่าหลี่ฉีเย่สามารถควบคุมอสูรกายได้ด้วยวิธีเช่นนี้
นักปรุงยาเองก็ตกใจไม่น้อยหลังจากเห็นภาพนั้น เขาร้องตะโกนออกมาว่า “ ทักษะปรมจารย์ควบคุมแมลง !”
หลังจากได้ยินเช่นนั้น ใครบางคนก็พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าซีดเซียวเพราะความหวาดกลัว “อย่าบอกนะว่าหลี่ฉีเย่เป็นศิษย์ของบึงแมลงพิษ ? มีแค่พวกเขาเท่านั้นที่รู้วิธีควบคุมสัตว์ที่มีพิษได้”
นักบุญปรุงยาส่ายหัวแล้วกล่าว “ มันก็ไม่แน่หรอก โลกใบนี้กว้างใหญ่ไพศาลบึงแมลงพิษไม่ใช่ที่แห่งเดียวที่ครอบครองศาสตร์การควบคุมสิ่งมีชีวิตที่มีพิษ ในความจริงแล้วนี่น่ะเป็นส่วนหนึ่งของเต๋าแห่งการปรุงยา แต่มีคนเพียงหยิบมือเท่านั้นล่ะที่จะสามารถนำทักษะนี้มาประยุกต์ใช้งานได้”
บึงแมลงพิษเชี่ยวชาญด้านการควบคุมสิ่งมีชีวิตที่มีพิษ แม้แต่ทุกวันนี้ ความสามารถของพวกเขาก็ยังคงเป็นสิ่งที่ทำให้ใครหลายคนยำเกรงได้ในยามที่ได้ยิน
ตอนนี้ เสียงดังจากพื้นดินสามารถได้ยินโดยทั่วถึงกัน หลังจากที่พวกเขาได้ยินต่างก็หันไปมองในทิศทางของเสียงนั้น บางคนถึงกับเปิดใช้ตาทิพย์แล้วก็กระจกเงาเพื่อให้มีสีหน้าดูดีขึ้น
ภายในเมืองปรุงยา อสรพิษทมิฬปรากฏตัวขึ้นมาจากพื้นดินแล้วก็เริ่มสะบัดหางจู่โจมอย่างเกรี้ยวกราดไปทุกที่ราวกับภูเขาที่กำลังสั่นสะเทือน
อสรพิษทมิฬเริ่มต้นโจมตีตัวคฤหาสน์ เสียงร่ำร้องเสียงหนึ่งดังขึ้นราวกับว่ามันจะสามารถหยุดการกระทำนี้ได้ “นี่เจ้ากล้า ?!”
“ปัง ! ปัง !” อสรพิษทมิฬคล้ายกำลังคลั่ง ไม่เพียงแค่ใช้ร่างกายอันมหึมาของมันเองต่างอาวุธ แต่ยังปลดปล่อยหมอกพิษออกมาอีกด้วย
“ไป ! “ คนที่อยู่ในคฤหาสน์นี้เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้ต้องการจะปะทะกับสัตว์ชั้นต่ำนี่ ท่ามกลางเสียงตะโกน คนในคฤหาสน์ต่างก็เริ่มต้นเก็บกวาด และกรูกันเข้ามาที่เมืองปรุงยา
“นั่นเป็นที่อยู่ของโจกัวเย้า… คฤหาสน์ของบรรพชนที่อาณาจักรปรุงยา หลังจากที่โจกัวเย้ากลับมา มันถูกส่งต่อให้กับเขา” คนผู้หนึ่งทำการส่งสัญญาณเคลื่อนไหวหลังจากที่เห็นว่าเจ้าสัตว์ชั้นต่ำเริ่มจะโจมตีเจ้าของ
หลังจากที่ทราบว่าผู้ใดที่เป็นเป้าหมายการโจมตีของสัตว์ชั้นต่ำนี่ หลาย ๆ คนก็เริ่มเกิดข้อสงสัยขึ้นในใจ ยามนี้เป็นที่รู้กันแล้วว่าผู้ใดคือคนที่ควบคุมบงการอสรพิษทมิฬ
การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันที่เกิดขึ้นในเมืองปรุงยานี้เป็นจุดสนใจของคนหลายกลุ่ม แน่นอนว่าเมื่อคฤหาสน์ของโจกัวเย้าโดนถล่มด้วยแล้ว ขณะที่อสรพิษทมิฬขนาดใหญ่โตไล่โจมตีก็ผู้ฝึกตนและนักปรังยาหลายคนติดตามมาดูเพื่อต้องการหาคำตอบว่าเกิดสิ่งใดขึ้น
“หลี่ฉีเย่ นี่เจ้าตั้งใจจะทำอะไร ?!” รวดเร็วมากเพียงชั่วพริบตา มันสิ้นสุดลงที่กว่าหมื่นไมล์จากหลี่ฉีเย่
โจกัวเย้ากำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ลวดลายวิจิตรในคฤหาสน์ สายตาของเขามีประกายอำมหิตเมื่อมองไปยังหลี่ฉีเย่
“ ข้าตั้งใจจะทำอะไรอย่างงั้นรึ ?” หลี่ฉีเย่มองไปที่โจกัวเย้า หรี่สายตาลงแล้วกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม “ ก็ไม่มีอะไรสักหน่อย ข้าก็แค่จะนำอสรพิษทมิฬนี้มาคืนเจ้าของของมันก็แค่นั้นเอง แล้วดูเหมือนว่าข้าจะหาเจ้าของคนนั้นเจอแล้ว ”
“ นี้มันการใส่ร้ายอะไรกัน !” โจกัวเย้าตะโกน “ทุกคนในที่แห่งนี้เห็นตรงกันอย่างชัดเจนว่าเจ้าเป็นคนควบคุมสัตว์ชั้นต่ำนี่ให้มาโจมตีใส่ข้า เจ้าอย่าได้คิดจะเปลี่ยนดำเป็นขาวหรือผิดเป็นถูกเป็นอันขาด !”

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

732

750