699

ตอนที่ 699 ตายก่อนจะยอมรับความพ่ายแพ้

เซียนนักปรุงยาจากนิกายผลึกมณีทะเลนั้นเป็นนักปรุงยาที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในนิกาย แม้แต่ศัตรูของเขาก็ยังมองเขาด้วยความเคารพ มีเขากล่าวคำเหล่านี้หลายคนจ้องไปยังหลี่ฉีเย่

ทันใดนั้นสายตาของทุกคนก็เต็มไปด้วยความตกตะลึงต่อชายตรงหน้า หลี่ฉีเย่คือใคร ? เขานั้นยังเด็กเกินไปและไม่มีชื่อเสียงใดๆเลย คนเช่นนี้จะเป็นนักปรุงยาจักรพรรดิ ?

บางคนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม " นายน้อยหลี่ ท่านคือนักปรุงยาจักรพรรดิ ? "

หลี่ฉีเย่เพียงหัวเราะและเอ่ย " นักปรุงยาจักรพรรดิ...ข้าจะตอบอย่างไรดี ? อย่างน้อยสุดข้าก็ไม่เคยต้องการจะเป็นนักปรุงยาจักรพรรดิ สำหรับคนเช่นข้า การบ่มเพาะสมุนไพรและการกลั่นน้ำทิพย์เป็นเพียงงานอดิเรก และทำเมื่อข้าเบื่อเท่านั้น ข้าล้วนไม่เคยอยากจะเป็นนักปรุงยาจักรพรรดิ ควาสำเร็จระดับดังกล่าวล้วนเป็นสิ่งไร้ความหมายสำหรับข้า "

คำตอบนี้ทำให้ทุกคนพูดไม่ออก บางคนมองไปยังฟ้าและกรีดร้อง พวกเขามีแรงกระตุ้นที่อยากจะฆ่าตัวตายโดยการเอาหัวโขกกำแพง

กลั่นน้ำทิพย์ราวกับคั่วถั่วและทำให้มันมีความบริสุทธิ์ถึงเจ็ดสิบเปอร์เซนต์...เพียงครั้งเดียว เขาก็สามารถปรับแต่งน้ำทิพย์ที่ดีที่สุดได้ และสิ่งนี้เป็นเพียงงานอดิเรกที่เขาทำยามเบื่อ ?

หากเป็นเช่นนั้น แล้วพวกเขาหละ นักปรุงยาที่ทำงานหนักมาตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาเต๋าแห่งการปรุงยา ? พวกเขายังจะมีชีวิตต่อไปอย่างไร ? พวกเขาควรจะฆ่าตัวตายโดยการเอาหัวโขกเต้าหู้แล้ว

สิ่งที่ไร้สาระมากที่สุดก็คือเจ้าสารเลวนี้บอกว่าเขาไม่ต้องการจะกลายเป็นนักปรุงยาจักรพรรดิ - ความสำเร็จระดับนี้ล้วนไร้ความหมายสำหรับเขา

นี้เป็นทำให้ฝูงชนต้องการจะขุดหลุมและกระโดดลงไปฝังตัวเอง ทุกคนล้วนคิดว่านักปรุงยาจักรพรรดิคือความสำเร็จที่รุ่งโรจน์ แม้แต่ราชันเทพก็ยังต้องเคารพนักปรุงยาจักรพรรดิ จักรพรรดิอมตะก็ยังต้องมาร้องขอความช่วยเหลือจากเขา

การกลายเป็นนักปรุงยาจักรพรรดิเป็นสุดยอดความฝันของผู้ฝึกตนและนักปรุงยาในโลกสมุนไพรหินและจำทำให้พวกเขามีความสุขไปตลอดชีวิต

แต่ตอนนี้ หลี่ฉีเย่ทำเหมือนกับความสำเร็จเหล่านั้นไม่มีความสำคัญ นี้ยังจะให้พวกเขาทนต่อความอยุติธรรมนี้ได้อย่างไร ? พวกเขาจะทนไม่ได้ตัวเองฆ่าตัวตายได้อย่างไร ?

นายหญิงฉีเยียนทำเพียงยืนยิ้มอยู่ด้านข้างหลี่ฉีเย่ หากเป็นครั้งแรกที่นางได้ยินคำพูดเหล่านี้แล้วละก็นางเองก็คงโกรธแค้นเช่นกัน แต่ตอนนี้นายเริ่มจะคุ้นเคยกับความหยิ่งยโสของนายท่านนางแล้ว

ทว่าไม่มีใครรู้สึกว่าหลี่ฉีเย่หยิ่งยโสในขนาดนี้ พวกเขารู้สึกว่าเจ้าสารเลวนี้มีคุณสมบัติที่จะพูดคำนั้นได้ คนที่พรสวรรค์เช่นนี้มีคุณสมบัติที่จะหยิ่งยโส

บางคนอดไม่ได้ที่จะกระซิบ " นี้สามารถเทียบได้กับสี่อัจฉริยะได้หรือไม่ ? "

คำถามนี้ทำให้ทุกคนกลายเป็นเงียบ หลายคนรู้สึกว่าหลี่ฉีเย่นั้นมีความสามารถยิ่งกว่าสี่อัจฉริยะซะอีก

" พวกเจ้าแพ้แล้ว " หลี่ฉีเย่ยิ้มอย่างสบายๆขณะเหลือบมองกลุ่มของหวังฟู่เฮา

การแสดงออกของราชันเพลิงสมุนไพรเริ่มจางหายและก้มหน้าเงียบ เขาไม่สามารถเอ่ยอะไรการปรับแต่งน้ำทิพย์ของหลี่ฉีเย่ทำให้เขาพูดไม่ออก

เขาเป็นคนที่ภาคภูมิใจในตนเอง นักปรุงยาที่เกิดมาพร้อมกับทักษะการควบคุมเปลวเพลิง เขานั้นต้องการจะกลายเป็นนักปรุงยาที่แท้จริง

แม้ว่าเขาจะรู้สึกแย่หากเทียบตัวเองกับอัจฉริยะทั้งสี่ เขาก็ยังไม่เห็นด้วยกับคนที่อ่อนแอกว่าเขาอย่างหวังฟู่เฮาถูกเรียกว่า อัจฉริยะคนที่ห้า

ถึงอย่างนั้นหลังจากเห็นการกลั่นของหลี่ฉีเย่ เขาล้วนสูญเสียความมั่นใจและไม่สามารถเอ่ยอะไรได้

" การพ่ายแพ้ให้กับคนที่มีเต๋าแห่งการปรุงยาระดับนี้ไม่ใช่เรื่องน่าอาย " เซียนนักปรุงยาสุดท้ายก็ถอนหายใจ เขาไม่ได้เอ่ยสิ่งใดอีกก่อนจะจากไป

เจ้าหญิงมังกรนั้นสูญเสียความมั่นใจ นางนั้นต้องการแก้แค้นและฆ่าหลี่ฉีเย่ ทว่านางไม่สามารถทำสิ่งใดได้และตามเซียนนักปรุงยาออกไป ก่อนจะจากนางมองไปยังหลี่ฉีเย่ด้วยสายตาเย็นชาพร้อมกับเจตนาฆ่า

ขณะที่หวังฟู่เฮานั้นยืนราวกับถูกแช่แข็ง ตอนแรกเขาต้องการทำให้หลี่ฉีเย่อับอาย หากหลี่ฉีเย่กล้าเลี่ยงเขาจะใช้ข้ออ้างในการฆ่าเจ้าสารเลวนี้

ทว่าเขาไม่คาดว่าจะมาแพ้ในเต๋าแห่งการปรุงยาที่เขาภาคภูมิใจเสมอ ต่อหน้าหลี่ฉีเย่ทักษะการปรุงยาใดๆล้วนไม่ควรเอ่ยถึง

สุดท้ายเขาก็ฟื้นคืนสติและอุทานออกมา " นี้มีบางอย่างแปลกๆเกี่ยวกับกระถางสวรรค์ของเขา มันต้องมีอะไรซ่อนอยู่ภายใน ! "

เขาต้องการจะแสดงความสามารถต่อนายหญิงฉีเยียนและทำให้หลี่ฉีเย่อับอาย ถึงตอนนั้นนางจะได้เข้าใจถึงอัจฉริยะที่แท้จริง แต่การพ่ายแพ้อย่างฉับพลันทำให้เขาต้องหาข้ออ้าง

" เจ้ากระทั่งยกข้ออ้างนี้มา ช่างน่าสงสาร " หลี่ฉีเย่เหลือบมองเขาและเอ่ย " มันดูเหมือนว่าตระกูลหวังฟู่ของเจ้าจะตกต่ำลงแล้ว มันสามารถที่จะยอมรับความพ่ายแพ้เพียงครั้งเดียวได้ ช่างน่าอับอาย "

ในเวลานี้หลายคนเฝ้าดูหวังฟู่เฮา แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้พูด พวกเขาก็ทำได้เพียงส่ายหัว หากมันมีอะไรซ่อนไว้ในกระถางปรุงยาของหลี่ฉีเย่จริง ภายใต้สายตานับไม่ถ้วนเขาจะต้องถูกจับได้ นอกจากนี้พลังงานเปลวไฟรวมถึงน้ำทิพย์เต็มไปด้วยกลิ่นของความสดใหม่ แม้แต่คนไม่รู้เรื่องก็ยังมองออก

" ข้าไม่มีอะไรจะเอ่ยหากเจ้าเอาชนะข้าด้วยความสามารถจริงๆ " หวังฟู่เฮาเอ่ยด้วยใบหน้าแเดงก่ำ " การกลั่นน้ำทิพย์ราวกับคั่วถั่ว สามัญสำนึกของทุกคนล้วนรู้ดีว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ ฮึ่มในความคิดข้ามันมีบางสิ่งแปลกๆเกี่ยวกับกระถางเจ้า มันไม่ใช่กระถางแต่มันอาจจะเป็นภาพลวงตาของอะไรบางอย่าง "

" สามัญสำนึก ? " หลี่ฉีเย่เหลือบมองเขาและเอ่ย " สำหรับข้าสามัญสำนึกเป็นเพียงก้อนอึ ! มีเพียงพวกเขาโง่เท่านั้นที่ยกเอาสามัญสำนึกขึ้นมาอ้าง ! "

ผู้เชียวชาญจากรุ่นก่อนส่ายหัวเอ่ย " นั้นเป็นไปไม่ได้ แม้ว่าอาจจะมีอาคมลวงตา แต่น้ำทิพย์ที่ออกมาทั้งสี่ล้วนสดใหม่ ไม่มีทางจะเป็นของปลอม "

" ถูกต้อง น้ำทิพย์ทั้งสี่นี้เป็นของแท้แน่นอน " นักปรุงยาผู้อาวุโสประเมินน้ำทิพย์ของหลี่ฉีเย่และเอ่ย

มันไม่สำคัญว่าก่อนหน้าพวกเขาจะชอบขี้หน้าหลี่ฉีเย่หรือไม่ เหล่าผู้เชียวชาญล้วนยอมรับความจริง สำนักปรุงยาคนที่มีสุดยอดเต๋าแห่งการปรุงยาเช่นนี้ควรค่าแก่การเคารพ เช่นเดียวกับที่พวกเขาเคารพนักปรุงยาจักรพรรดิ

" ฮ่าฮ่า มันต้องเป็นทักษะชั่วร้ายบางอย่างที่ไม่สามารถมองออกได้แน่นอน  " หวังฟู่เฮาหัวเราะเยาะและเอ่ย " มันอาจจะมีน้ำทิพย์ซ่อนอยู่ในกระถาง และการกลั่นของเขาเป็นเพียงภาพลวงตา ให้ข้ายืมกระถางข้าก็สามารถทำมันได้เช่นเดียวกัน "

ในเวลานี้หวังฟู่เฮากำลังใช้ข้อแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้น ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็ต้องหาทางกำจัดหลี่ฉีเย่

" น้ำทิพย์พรสวรรค์ห้ารูปแบบที่มีความบริสุทธิ์ถึงเจ็ดสิบเปอร์เซนต์ อีกทั้งมันยังมีสีเหลืองทอง เจ้าจะไปหาของแบบนี้มาจากที่ใด ? " บางคนรู้สึกว่าหวังฟู่เฮาไร้เหตุผลมากเกินไป ความจริงก็คือตระกูลหวังฟู่ก็ไม่มีน้ำทิพย์ระดับนี้

" ข้าเกรงว่าในยุคปัจจุบันไม่มีใครสามารถกลั่นมันได้ หากมีบางทีอาจจะต้องเป็นนักปรุงยาโบราณของอาณาจักรนักปรุงยา !" ขุนนางบางคนเอ่ย

หวังฟู่เฮาต้องการจะทำลายชื่อเสียงของหลี่ฉีเย่ แต่เขาประเมินสถานการณ์ผิดไป ก่อนหน้านี้มีหลายคนยืนเคียงข้างเขา แต่เวลานี้ไม่มีใคร ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธ

หลี่ฉีเย่มองไปที่เขาก่อนจะเอ่ยอย่างสบายๆ " ไม่สามารถยอมรับความสูญเสียได้รึ เช่นนั้นเพียงแค่กล่าวมาวาเจ้าต้องการอะไร ข้าสามารถคืนสมุนไพรราชันให้เจ้าได้ ก็เพียงแค่ขยะชิ้นหนึ่ง เพื่อขยะชิ้นนี้เจ้าถึงกับต้องทำให้เรื่องน่าอายเช่นนี้ ? "

" เจ้า..." หวังฟู่เฮานั้นสั่นด้วยความโกรธและอยู่ในสถานะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่เขาก็ต้องตามน้ำไปให้ถึงที่สุด หากเขาก้มหัวให้หลี่ฉีเย่เขาจะต้องเสียหน้าไปตลอดชีวิต

หวังฟู่เฮาสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะมองหลี่ฉีเย่และเอ่ย " หากเจ้าไม่ได้ใช้ทักษะชั่วร้ายใดๆให้ข้าตรวจกระถางของเจ้า ไม่ว่าจะเป็นภาพลวงตาหรือทักษะชั่วร้ายมันจะเห็นได้อย่างชัดเจน "

นักปรุงยาคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและเอ่ย " นี้เป็นข้อเรียกร้องที่เป็นไปไม่ได้ "

กระถางสวรรค์เป็นเหมือนชีวิตของนักปรุงยา แม้แต่นักปรุงยาธรรมดาก็ยังไม่มีทางยอมให้คนอื่นดูกระถางสวรรค์ง่ายๆ

เหตุผลนั้นง่ายมาก กระถางแต่ละใบนั้นถูกนักปรุงยาเพาะเลี้ยงมาอย่างระวัง สิ่งที่พวกเขาใช้บ่มเพาะกระถางไม่สามารถให้คนนอกรู้ได้

ยิ่งไปกว่านั้นนักปรุงยาแต่ละคนล้วนผ่านการกลั่นยามานับไม่ถ้วนและมีประสบการณ์กับกระถางของเขา นักปรุงยาที่มีความสมพันธ์กับมันจะถือมันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย

ไม่ว่าจะเป็นคนใกล้ชิดหรือเชื่อใจมากขนาดไหน นักปรุงยาจะไม่มีทางนำมันออกไปให้คนนอกหรือคนแปลกหน้าดุเด็ดขาด

" อะไระน เจ้าไม่กล้ารึ ? หากเจ้าไม่กล้าก็เห็นชัดเจนแล้วว่าเจ้ามันโกง " หวังฟู่เฮาแค่นเสียงเอ่ย " เหอะ ใช้กลโกงเช่นนี้และยังมามีหน้ามาพูดว่าชนะข้า ! " ในเวลานี้หวังฟู่เฮากำลังบ้าคลั่งเพราะความอัปยศทำให้เขาไร้สติ

นายหญิงฉีเยียนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยอย่างดูถูก " ช่างไร้ยางอาย " ผู้ปกครองของประเทศไม่สมควรกล่าวเช่นนี้ แต่วันนี้นางอดไม่ได้จริงๆ

ใบหน้าของหวังฟู่เฮาแดงก่ำจากคำกล่าวของนายหญิง ทว่าเขายังไม่ยอมแพ้และเอ่ย " เจ้ากล้าใช้กระถางของเจ้าพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเจ้าหรือไม่ ? หากไม่เช่นนั้นก็แสดงว่าเจ้าเป็นพวกขี้โกงและใช้วิธีการที่ไม่ดี ! "

หลายคนอดไม่ได้ที่จะส่ายหัว บางคนถึงกับรังเกียจการกระทำของหวังฟู่เฮา..

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

732

750

751