693
ตอนที่ 693 หัตถ์เ้ทพ
ตั้งแต่ยุครกร้างตำนานกล่าวว่าจักรพรรดิอมตะว่านชิได้ทิ้งทักษะลับหรือแม้แต่มรดกทั้งหมดของเขาไว้ หรืออาจจะเป็นแผนที่ลับก็เป็นไปได้
ด้วยเหตุนี้ผู้คนและอัจฉริยะนับไม่ถ้วนจึงมาเพื่อค้นหาความลึกลับที่จักรพรรดิอมตะทิ้งไว้ พวกเขาพยามจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงใดๆเกี่ยวกับหน้าผา และบางคนสัมผัสได้ถึงการพันผวนบางอย่างถึงกับเชื่อว่าเป็นของที่จักรพรรดิอมตะทิ้งไว้ให้
ทว่าใครจะคาดว่าจักรพรรดิอมตะได้ทิ้งสมบัติไว้และไม่ใช่สิ่งของทั้งสามตามตำนาน ?! ย้อนกลับไปแม้ว่าผู้คนจะรู้ว่ามันเป็นสมบัติ แต่ใครจะติดว่าวิธีการง่ายๆนี้สามารถรับมันได้ ?
การหยดเลือดลงไปนั้นเคยถูกทำมาก่อน ส่วนใหญ่แล้วบรรพบุรุษจะใช้วิธีนี้ทิ้งมรดกไว้ให้ลูกหลาน เฉพาะลูกหลานที่มีสายเลือดของเขาพวกเขาจึงจะใช้วิธีนี้ได้
ความจริงน้อยคนมากที่จะใช้วิธีการเก่าแก่นี้ นอกจากนี้จักรพรรดิอมตะว่านชินั้นเป็นจักรพรรดิอมตะที่ทรงพลังและจักรพรรดิอมตะคนแรกของเผ่าหินยักษ์คนที่ทำยุคใหม่มาให้เผ่าพันธ์ จักรพรรดิที่ทรงอำนาจดังกล่าวควรจะทิ้งบททดสอบเพื่อให้ลูกหลานในอนาคตได้รับสมบัติของเขา อย่างเช่นการทดสอบทางสติปัญญาหรือความเข้าใจในเต๋า..? เพียงผ่านการทดสอบเหล่านี้ถึงจะได้รับสมบัติได้ แต่ใครจะคาดว่าจักรพรรดิจะใช้วิธีโบราณอย่างการใช้หยดเลือด
จักรพรรดิอมตะนั้นทิ้งสมบัติไว้ให้กับคนรุ่นอนาคตและผู้ที่สมควรได้รับมัน แต่เขาใช้วิธีล้าสมัยและเรียบง่ายที่สุดเพื่อทดสอบคนที่จะได้รับมัน !
" จักรพรรดิอมตะว่านชิ..." หลี่ฉีเย่เหัวเราะเบาๆขณะมองไปยังถุงมือในมือ
ในโลกนี้จักรพรรดิอมตะเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่และยากจะเข้าถึง ทว่าหลี่ฉีเย่คนที่อยู่มาอย่างยาวนานรู้ว่าจักรพรรดิอมตะว่านชินั้นมีความพิเศษแม้จะเป็นในหมุ่จักรพรรดิก็ตาม เหมือนกับชื่อของเขา ว่านชิ ' ผู้หลอกลวงคนทั้งโลกด้วยความบริสุทธิ์ ' - นี้คือความหมายที่แท้จริงของชื่อเขา
จักรพรรดิอมตะได้ทิ้งสมบัติไว้แต่ไม่ได้เพื่อทดสอบคนรุ่นอนาคต มันเป็นเพียงแค่การละเล่นเล็กน้อยของเขาเท่านั้นเอง
หลี่ฉีเย่นั้นเคยมาที่นี่มาก่อน ในยุคนั้นหลี่ฉีเย่ได้เห็นความลึกลับและสมบัติมากมายตอนที่มองไปยังหน้าผา เขารู้ว่าสถานที่แห่งนี้เอาไว้ซ่อนสมบัติ และไม่ใช่ทักษะที่สุดยอดอย่างที่ตำนานระบุ
ทว่าในเวลานั้น หลี่ฉีเย่เองก็ยังงุนงงถึงเหตุผลที่จักรพรรดิอมตะทิ้งสมบัติไว้ที่นี่ ต่อมาเขามาสิ่งอื่นที่ต้องทำและไม่ได้ค้นคว้าเรื่องเหล่านี้อีก ไม่นานหลังจากนั้นหลี่ฉีเย่ในร่างของอีกาทมิฬก็เข้าใจถึงเหตุผลที่จักรพรรดิอมตะได้ทิ้งสมบัติไว้เบื้องหลัง เขาตั้งใจเพียงแค่จะทำให้มันง่ายกับรุ่นอนาคต
จากนั้นแม้ว่าหลี่ฉีเย่จะมายังโลกสมุนไพรหินในเวลาต่อมา เขาก็ยังไม่ได้นำสมบัตินี้ออกไป สุดท้ายภูเขาแอลป์ก็มีเจ้าของคนใหม่คือบิดาแห่งต้นไม้แอลป์และนำชื่อเสียงมาให้
แม้ว่าสมบัตินี้จะน่าประทับใจ หลี่ฉีเย่ก็ยังไม่มีเวลามาเอามัน ควรจะรู้ไว้ว่าคลังของเขาเต็มไปด้วยสมบัติมากมาย
หลี่ฉีเย่มองไปยังถุงมือด้วยความเพลินเพลินจากนั้นมองไปยังกลุ่มของราชันราชสีห์รุ่นเยาว์และราชันเพลิงสมุนไพรก่อนจะเอ่ย " ก่อนหน้านี้ใครบอกนะว่านี้เป็นวิธีการของพวกบ้านนอก ? สุดท้ายใครเป็นเจ้าโง่ที่แท้จริงคงจะดูออกแล้วมั้ง ? กล้าจะโม้ต่อหน้าข้าและแสดงความปัญญาอ่อนด้วยการกล่าวถึงความเข้าใจในสวรรค์และปฐพี...ถ้าข้าเป็นกบในบ่อ เช่นนั้นคนที่ยังไม่แม้แต่จะมองผ่านวิธีการง่ายนี้ได้ก็ยังเป็นเพียงแมลงใต้ฝ่าเท้าข้า "
ปากของหลี่ฉีเย่นั้นเป็นอาวุธที่น่ากลัวที่สุดและโดยเฉพาะกับศัตรู
ในเวลานี้ใบหน้าของคนจำนวนมากถูกเผาไหม้เพราะก่อนหน้าพวกเขาเคยหัวเราะเยาะหลี่ฉีเย่ ตอนนี้พวกเขาถูกตบหน้าในทัน กรรมจะตามสนองเร็วเกินไปแล้ว...
" ฮึ่ม กบในบ่อก็ยังเป็นกบในบ่อ " ในเวลานี้ราชันราชสีห์รุ่นเยาว์แค่นเสียงและเอ่ย " ก็แค่สมบัติชิ้นเดียว คิดว่าเจ้าชนะรึไง ? ไม่เห็นจะมีอะไรน่าภูมิใจ ? "
สำหรับราชันรุ่นเยาว์ความบาดหมางที่มีกับหลี่ฉีเย่ไม่สามารถถูกขจัดออกไปได้ง่ายๆ
" เช่นนั้นรึ ? " หลี่ฉีเย่มองไปยังราชันราชสีห์ ก็จะมายั่วยุเขาเช่นนี้คงจะดีไม่น้อยหากได้สั่งสอนบทเรียนเจ้าสารเลวนี้ หลี่ฉีเย่จากนั้นก็เอ่ย " เพียงแค่สมบัติชิ้นหนึ่ง...ข้าเกรงว่าแม้แต่ประเทศราชสีห์ใช้ทรัพยากรที่มีทั้งหมดก็ยังไม่มีปัญญาหาสมบัติเช่นนี้ได้ ! "
" วาจาไร้สาระ ! " การแสดงออกของ ราชันราชสีห์นั้นเปลี่ยนไปอย่างมาก เขาเป็นผู้นำของประเทศ แต่ตอนนี้ถูกตบหน้าโดยผู้เยาว์ไร้ชื่อ - จะให้เขากลืนความโกรธนี้ได้ยังไง ? เขาหัวเราะเยาะและเอ่ย " เจ้าเด็กโง่ เจ้าคิดว่าเจ้าเก่งนักหรือไงเพียงได้รับสมบัติแค่ชิ้นเดียว ? ข้าจะสอนบทเรียนให้เจ้าแทนบิดาของเจ้าเอง เจ้าจะได้รู้ว่าโลกนี้มันกว้างใหญ่.."
" เข้ามา " ก่อนที่ราชันราชสีห์จะเอ่ยจบ หลี่ฉีเย่เอ่ยขัด " หากเจ้าต้องการจะสู้ เช่นนั้นข้าก็ยินดี วันนี้ข้าจะทุบตีเจ้าจนบิดาและมารดาของเจ้าจำหน้าเจ้าไม่ได้ ! "
การแสดงออกของราชันราชสีห์กลายเป็นโกรธเกรี้ยว เขาคำราม " เจ้าสารเลว วันนี้ข้าจะตัดหัวเจ้า ! "
ในเวลานั้นราชันราชสีห์ก็ระเบิดเสียงคำรามของสิงโตออกมา นิ้วมือของเขากลายเป็นกรงเล็บและโจมตีใส่หลี่ฉีเย่ มันเหมือบกับว่ากรงเล็บนี้พยามจะขยี้หลี่ฉีเย่ให้เป็นเนื้อบด
" ไสหัวไป ! " หลี่ฉีเย่ไม่แม้แต่เหลือบมองราชันราชสีห์ ฝ่ามือของเขาทันใดนั้นก็ประกบเข้าหากัน ทันใดนั้นถุงมือก็ปลดปล่อยอำนาจผนึกสวรรค์อันศักดิ์สิทธิ์ ราวกับเทพแห่งความดุร้ายทะยานลงมายังโลกด้วยตัวเอง
" ปังงง ! " หลังจากนั้นก็มีเสียงของกระดูกแตกดังออกมาให้ได้ยิน แขนของราชันราชสีห์กลายเห็นหมอกสีเลือดภายใต้ผนึกสวรรค์ เขาอดไม่ได้ที่จะกรีดร้องก่อนจะถูกส่งออกไปยังเส้นขอบฟ้าของภูเขาแอลป์โดยไม่รู้ชะตากรรม
เรื่องนี้เกิดขึ้นเร็วเกินกว่าที่ผู้คนจะตอบสนอง หนึ่งจะต้องรู้ว่าราชันราชสีห์นั้นเป็นผู้ปกครองประเทศ แม้ว่าเขาจะไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับนายหญิงฉีเยียน แต่เขาก้ยังเป็นผู้เชียวชาญที่น่าประทับใจ ถึงอย่างนั้นแขนของเขาก็ถูกทำลายพร้อมกับถูกส่งปลิวออกไปจากภูเขาแอลป์ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว นี้มันน่ากลัวขนาดไหนกัน ?
" วิ้งง " หลังจากเป่าราชันราชสีห์กระเด็นออกไป ผนึกสวรรค์ได้หายไป ถุงมือที่ปล่อยกลิ่นอายโบราณปรากฏบนมือของหลี่ฉีเย่อีกครั้ง
ตัวตนจากรุ่นเก่าตกตะลึงหลังจากเห็นอำนาจของถุงมือและพึมพำ " สมบัติที่น่าเหลือเชื่อ..."
" หัตถ์เทพ " หลี่ฉีเย่มองไปยังถุงมือก่อนจะยิ้มและเอ่ย " สมกับมีชื่อเสียงมานาน ไม่เลวไม่เลว "
หลังจากสูดลมหายใจลึก สายตาทุกคู่มองไปยังถุงมือของหลี่ฉีเย่ เมื่อหลี่ฉีเย่โจมตีก่อนหน้ามันราวกับเทพที่ดุร้ายแผ่กลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์ต่อหน้าพวกเขา ทุกคนเข้าใจได้ทันทีว่าถุงมือที่ดูโบราณตรงหน้าเป็นสมบัติที่ทำให้โลกต้องตกตะลึง ด้วยเหตุนี้หลายคนจึงมองไปที่มัน
" นี้คือสมบัติที่จักรพรรดิอมตะว่านชิทิ้งไว้ ! " บางคนอุทาน
แม้ว่าราชันราชสีห์จะดูถูกถุงมือนี้ก่อนหน้า ทุกคนก็ยังรู้ว่ามันต้องมีต้นกำเนิดที่ไม่น่าเชื่อ ลองคิดดูว่าใครทิ้งมันเขาคือจักรพรรดิอมตะว่านชิ ! จักรพรรดิอมตะว่านชิคือใคร ? จักรพรรดิอมตะคนแรกของเผ่าพันธ์หินยักษ์ !
การดำรงอยู่ของตัวตนระดับนี้จะทิ้งสมบัติธรรมดาไว้ ? แน่นอนต้นกำเนิดของมันจะต้องน่าตกตะลึงและอาจจะเป็นสมบัติจักรรพรดิอมตะระดับชีวิต !
หลายคนคิดมาถึงจุดนี้ พวกเขาจำนวนมากกลายเป็นลังเล หากไม่มีเหตุการณ์ก่อนหน้าพวกเขาอาจจะวิ่งเข้าไปแย่งมัน
ในเวลานี้หลี่ฉีเย่เหลือบมองทุกคนก่อนจะหยุดที่ราชันเพลิงสมุนไพรและเอ่ย " แล้วไงต่อ ? ความมั่นใจก่อนหน้านี้ของเจ้าไปไหน ? เจ้าต้องการจะยั่วยุข้าอีกคน ? "
ใบหน้าของราชันเพลิงสมุนไพรกลายเป็นเขียวคล้ำหลังจากได้ยิน ถึงอย่างนั้นราชันราชสีห์ก็เป็นตัวอย่างที่ดี ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะก้าวถอยหลัง
ไม่นานจากนั้นเขาก็หยุดลังเล ในฐานะคนจากราชวงศ์ การกลัวหลี่ฉีเย่จะกลายเป็นความอับอายของหุบเขากลืนสวรรค์
ราชันเพลิงก้าวไปด้านหน้าอย่างสง่าและเอ่ย " เพียงได้รับสมบัติจากจักรพรรดิอมตะว่านชิก็โอ้อวดได้แล้ว ? มีอะไรยิ่งใหญ่กัน ? ข้านั้นเป็นนักปรุงยา หากว่าเจ้ามีความสามารถ พวกเขามาแข่งกันด้วยเต๋าแห่งการปรุงยา ! "
" เต๋าแห่งการปรุงยา ? " หลี่ฉีเย่เพียงเหลือบมองเขาและอดไม่ได้ที่จะยิ้ม
ขณะที่หลี่ฉีเย่ยิ้มแย้ม นายหญิงฉีเยียนที่ยืนด้านข้างอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวเงียบๆ ราชันเพลิงเพียงแค่ต้องการหาความอัปยศให้ตัวเอง เทียบกับนายท่านของนางด้วยเต๋าแห่งการปรุงยา ? สิ่งนี้อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นเพียงทักษะเล็กน้อยของนายท่าน !
ราชันเพลิงเห็นว่าหลี่ฉีเย่ไม่ได้ตอบทันทีเขาก็ยิ่งกลายเป็นมั่นใจมากขึ้น เขามองหลี่ฉีเย่และกระตุ้น " โอ้ว ? เจ้ากลัวแล้ว ? ไม่ใช่เจ้าเป็นตัวแทนของประเทศไผ่ยักษ์ในการประชุมหรือไง ? เนื่องจากเจ้าเป็นนักปรุงยาเช่นนั้นพวกเราจะแข่งกันในเต๋าแห่งการปรุงยา การประชุมครั้งนี้แม้แต่สี่อัจฉริยะก็ยังมา หากเจ้าไม่มั่นใจก้ยอมแพ้ซะ จะได้ไม่สร้างความอับอายให้กับประเทศไผ่ยักษ์ "
ถึงตอนนี้ราชันเพลิงสมุนไพรกล้ากล่าววาจามากขึ้น เขาคิดว่าหลี่ฉีเย่ไม่กล้าที่จะรับการแข่งขันนี้แน่ และแม้ว่าหลี่ฉีเย่จะยอมรับเขาก็ไม่กลัว เขาไม่มีทางหวาดกลัวต่อนักปรุงยาไร้ชื่อเสียง
แม้ว่าหุบเขากลืนสวรรค์จะไม่ได้เก่งในด้านเต๋าแห่งการปรุงยาเท่ากับอาณาจักรนักปรุงยา พวกเขาก็ยังมีนักปรุงยาที่ทรงอำนาจ ดังนั้นเขาจึงมั่นใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก..
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น