690
ตอนที่ 690 เกาะแห่งเต๋า
" อย่าได้กังวล เจ้ายังคงเป็นรถม้าของข้า แน่นอนครึ่้งหนึ่งของเจ้าจะต้องทิ้งเครื่องหมายไว้ที่ประเทศไผ่ยักษ์ขณะที่ข้าพยามจะหาสถานที่ใหม่ให้กับเจ้า จากนั้นเจ้าจะมีสองสถานที่ด้วยกัน " หลี่ฉีเย่เอ่ย
" ม่ออออ ! " ในเวลานี้กระทิงนั้นคำรามออกมา มันดูเหมือนจะพอใจกับข้อตกลงใหม่ของหลี่ฉีเย่อย่างมาก
นายหญิงนั้นดูประหลาดใจ กระทิงด้านหน้านางนั้นดูธรรมดาอย่างมาก ขณะที่หลี่ฉีเย่เห็นการแสดงออกของนางเขาเพียงยิ้มและเอ่ย " เจ้าดูถูกกระทิงตัวนี้เกินไป ในอนาคตมันจะกลายเป็นมังกรที่แท้จริง ในตอนนี้ดูเหมือนมันจะยังไม่ผ่านการทดสอบสุดท้าย แน่นอนเมื่อมันทะลวงผ่านสายเลือดได้ มันจะกลายเป็นมังกร ตามปกติแล้วมันสามารถเปลี่ยนเป็นอีกอย่าง เช่นกระทิงศักดิ์สิทธิ์ได้เช่นกัน "
ควรจะรู้ว่ามังกรที่แท้จริงและกระทิงศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ที่มีอำนาจเหนือจินตนาการ นอกจากนี้กระทิงยังเหลืออีกเพียงก้าวเดียวที่จะกลายเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นจึงจินตนาการถึงพลังของมันได้
กระทิงมังกรจักรพรรดินั้นลากรถออกไปจากหุบเขาและมุ่งหน้าไปยังภูเขาแอลป์ ไม่ว่าพื้นดินจะมีอันตรายแค่ไหน กระทิงก็ยังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสม่ำเสมอ
ความจริงกระทิงไม่จำเป็นต้องมีคนขับ ด้วยคำสั่งของหลี่ฉีเย่ มันสามารถนำหลี่ฉีเย่ไปยังปลายทางได้ นายหญิงฉีเยียนในฐานะคนขับ เพียงแค่นั่งและกุมบังเหียนไว้โดยไม่ต้องทำสิ่งใด
หนึ่งในแปดเส้นเลือดใหญ่ภูเขาแลอป์ มันมีขนาดทอดยาวออกไปนับไม่ถ้วนในรัศมีสิบล้านไมล์ สถานที่นี่เต็มไปด้วยฉากสวยงามและอันตรายที่ยากจะอธิบายด้วยคำพูด
ภูเขาสูงนั้นมีอยู่ทุกหนทุกแห่งและบางแห่งสูงทะลุชั้นเมฆ มันมีซากดึกดำบรรพ์ลึกลับและต้นไม้เก่าแก่จำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีหญ้าจิตวิญญาณทีน่าประทับใจ และเสียงร้องของอสูร
แม้จะใช้เวลาสิบวันสิบคืนก็ยังไม่เพียงพอที่จะเยี่ยมชมสถานที่กว้างใหญ่นี้หมด
หลี่ฉีเย่ปิดตาและพักผ่อนภายในรถม้า เขานั้นราวกับคนขี้เกียจที่นอนมาไม่เพียงพอและชดเชยมันด้วยเวลานี้
นายหญิงฉีเยียนสังเกตเห็นเขาพักผ่อนตลอดทางโดยไม่เปิดตา เขานั้นราวกับไม่ชอบฉากอันงดงามเหล่านี้ นางอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม " นายท่านไม่ต้องการจะเห็นฉากที่งดงามของภูเขาแอลป์ ? "
ในเวลานี้หลี่ฉีเย่เปิดดวงตาของเขาเล็กน้อยก่อนจะมองนายหญิงและเอ่ย " ฉีเยียน สำหรับข้าฉากงดงามไม่ได้เกิดขึ้นที่ดวงตา แต่เป็นที่หัวใจ ใช้หัวใจของเจ้าสัมผัสความกว้างใหญ่และงดงามของมัน ใช้จิตใจของเจ้ารับรู้ถึงมัน "
หลังจากได้ยินคำตอบของเขา นางก็เข้าใจได้ทันทีว่านายท่านของนางไม่ได้มาที่นี่เพื่อท่องเที่ยว ทว่านางก็ไม่ได้สอบถามอะไรเพิ่มเติมและวางเสื้อคลุมตัวเขาเบาๆ
ขณะเดียวกันหลี่ฉีเย่ชอบการดูแลของนายหญิงอย่างมากและทำตัวเองราวกับเขากำลังหลับไป
รถม้าของพวกเขาได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีแขกจำนวนมากในภูเขาแอลป์ และภูเขาอื่นล้วนมีคนครอบครอง นอกจากนี้ยังมีคนจำนวนมากกระจายอยู่ทุกที่ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
คนธรรมดาเช่นหลี่ฉีเย่นั้นไม่ควรได้รับความสนใจและรถม้าของเขาจริงๆแล้วขาดความยิ่งใหญ่ บรรดาผู้มาใหม่ล้วนแต่มีสัตว์ขี่ที่สง่างาม สำหรับบางคนที่มีสถานะสูงพวกเขากระทั้งขี่มังกร ดังนั้นกระทิงของหลี่ฉีเย่ที่ปรากฏจึงดูธรรมดามาก บุคคลที่นั่งอยู่ในรถม้าเช่นนี้ไม่สมควรได้รับความสนใจ
ทว่าอีกคนที่นั่งอยู่บนรถม้าคือนายหญิงฉีเยียน นางไม่เพียงเป็นผู้ปกครองประเทศ แต่ยังเป็นราชันปีศาจ อีกทั้งนางยังงดงาม ดังนั้นในหมู่รุ่นเยาว์นางจึงมีชื่อเสียง
แต่ตอนนี้ ตัวตนระดับนายหญิงฉีเยียนมาพร้อมกับหลี่ฉีเย่ อีกทั้งนางยังเป็นผู้กุมบังเหียนและหลี่ฉีเย่พักผ่อนอย่างสบายอยู่ด้านใน ภาพดังกล่าวจะไม่ทำให้ทุกคนแปลกใจได้อย่างไร ?
นางนั้นมีคนชอบและคนที่ต้องการครอบครองนางจำนวนมาก พวกเขาทั้งหมดล้วนเต็มไปด้วยความอิจฉาและหึงหวงในขณะนี้ พวกเขาพบว่ามันแปลกมากที่ผู้เยาว์ธรรมดาได้รับการดูแลจากนายหญิงเช่นนี้
ขณะที่รถม้าเคลื่อนไหว หลายคนกระซิบกระซาบกันพร้อมกับชี้นิ้วไปที่พวกเขา
ทว่าหลี่ฉีเย่ไม่แม้แต่จะเปิดตาราวกับเขากำลังหลับ นายหญิงฉีเยียนนั่งอยู่ด้านหน้าและบ้างครั้งมองมายังหลี่ฉีเย่ที่กำลังหลับ
ชายหนุ่มคนนี้ก่อนหน้าไม่มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและอายุน้อยกว่านาง แต่ด้วยเหตุผลใดก็ไม่ทราบ ยามเมื่อนางอยู่ข้างเขานางรู้สึกได้ความเงียบสงบและปลอดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นางรู้สึกราวกับว่าแม้ว่าโลกจะฉีกขาด เก้าโลกจะพังทลาย นางก็ยังยินดีจะอยู่ใกล้ชายคนนี้
โดยเฉพาะหลังจากที่ติดตามชายคนนี้ ความธรรมดาของเขาไม่สามารถมองข้ามได้ เขานั้นเต็มไปด้วยความลึกลับและมีเสน่ห์แปลกๆที่ดึงดูดทุกคนให้เข้าหา ราวกับเขานั้นรู้คำตอบของทุกสิ่งในโลกและเป็นผู้ปกครองของจักรวาล
ทันใดนั้นหลี่ฉีเย่ก้เปิดดวงตาของเขาและมองที่นายหญิงก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้ม " อย่าได้หลงข้าไปมากกว่านี้ ข้าเป็นตำนาน "
นี้ทำให้นายหญิงแทบกระโดด ใบหน้าของนางกลายเป็นแดงก่ำหลังจากได้ยินคำกล่าวของหลี่ฉีเย่ นางนั้นอดไม่ได้ที่จะเผยด้านของหญิงสาวและเอ่ยกับเขาอย่างแง่งอน " นายท่านไม่หลังตัวเองมากเกินไปรึ ? "
ในฐานะราชันปีศาจที่ยอดเยี่ยม นางมักจะแสดงท่าทางสง่างามกับคนอื่น แต่วันนี้การแสดงออกของนางราวกับหญิงสาวธรรมดาทำให้นางงดงามอย่างแท้จริง
" นี้ไม่ใช่การหลงตัวเอง " หลี่ฉีเย่หัวเราะก่อนจะเอ่ย " นี้เรียกว่าเป็นสิ่งที่แน่นอน นายท่านของเจ้าเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ไม่มีใครต้านทาน "
" นายท่าน เสน่ห์ที่ไม่อาจตานทานนั้นเป็นวลีที่ใช้กับสตรี แต่ท่านเป็นบุรุษ ! " นายหญิงนั้นไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีหลังจากเห็นสายตาแพรวพราวของเขา
หลี่ฉีเย่อมยิ้มก่อนจะเอื้อมมือไปสัมผัสมือที่ราวกับหยกของนางและปิดตาเอ่ย " แน่นอน ข้าสามารถพิชิตทุกคนด้วยเสน่ห์ของข้าได้ ทว่า ข้าก็ยังอยากพิชิตเจ้า ข้าชอบผู้หญิงแบบเจ้ามากที่สุด "
นายหญิงนั้นยิ้มอย่างบริสุทธิ์ และภายในรอยยิ้มนี้มันเต็มไปด้วยความหวานที่ยากจะอธิบาย มันราวกับนางเข้าใจว่าหลี่ฉีเย่ไม่ได้เอ่ยล้อเล่น นี้ทำให้นางพอใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ดูเหมือนว่าในเวลานี้แม้แต่กระทิงมังกรจักรพรรดิก็เริ่มจะลดความเร็ว มันราวกับไม่ต้องการรบกวนเวลาที่สงบสุขและมีความสุขของหลี่ฉีเย่
รถม้านั้นพุ่งไปด้านหน้าไม่นานจากนั้นก็เห็นผู้เขาตั้งตระหง่าน ภูเขานี้ใหญ่โตและสูงเหนือชั้นฟ้าขึ้นไป
" นายท่านสนใจจะไปยังเกาะแห่งเต๋าเพื่อดูหรือไม่ ? " นางมองไปยังภูเขาสูงและเอ่ย " หลายคนที่มายังภูเขาแอลป์ล้วนไปยังเกาะแห่งเต๋าสักครั้ง ไม่เพียงแต่มีชื่อเสียง แต่มันยังเป็นที่รู้จักไปทั่วเขตนักปรุงยา "
" เกาะแห่งเต๋า ? " หลี่ฉีเย่เปิดดวงตาของเขาและมองไปยังภูเขาสูงด้านหน้า
" ภายในเกาะนี้ พวกเขาอาจจะทำความเข้าใจเกี่ยวกับเต๋าได้ นายท่านต้องการไปหรือไม่ ? " นายหญิงยิ้มออย่างอ่อนโยนและเอ่ย " ใครจะรู้บางทีนายท่านอาจจะกลายเป็นผู้รู้แจ้งและได้รับสุดยอดเต๋า "
" ได้รับสุดยอดเต๋า ? เขาคือสุดยอดเต๋าอยู่แล้ว " หลี่ฉีเย่ยิ้มเยาะ ทว่าเขามองไปที่ภูเขาด้านหน้าก่อนจะเอ่ย " ดี ในเมือมาแล้วพวกเราก็จะไปดู "
ไม่จำเป็นต้องมีคำกล่าวใดๆจากนายหญิง กระทิงทันใดนั้นเคลื่อนตัวไปยังเกะแห่งเต๋า ช่วงเวลาที่ขึ้นมาด้านบนมันเต็มไปด้วยหน้าผาที่กว้างใหญ่พร้อมด้วยอักขระที่ซับซ้อน พวกมันราวกับเกิดขึ้นเองตามธรรมาติและแกะสลักอยู่บนหน้าผา
หน้าผานั้นเต็มไปด้วยลวดลายที่ซับซ้อนและฝ่ามือขนาดใหญ่ มันใหญ่ยิ่งกว่าโต๊ะ ยิ่งไปกว่านั้นไม่เหมือนโดนแกะสลักด้วยเครื่องมือใดๆ ทว่ามันมีลักษณะที่เป็นธรรมชาติราวกับเกิดตามช่วงเวลา
ด้านหน้าหน้าผาเกาะแห่งเต๋านี้มีคนจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นรุ่นเยาว์อัจฉริยะ พวกเขานั้นนั่งสมาธิและมองไปยังหน้าผาอย่างระวัง บางคนนั่งอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ขณะที่ปิดดวงตา บางคนลอยอยู่บนท้องฟ้าเพื่อทำความเข้าใจมัน..
เกาะแห่งเต๋านั้นมีชื่อเสียงอย่างมากในเขตนักปรุงยา ทุกคนที่มายังภูเขาแอลป์ต้องมาที่นี่อย่างน้อยหนึ่งครั้งเพราะหวังว่าพวกเขาจะรู้แจ้งในเต๋าได้
เหตุผลนั้นง่ายมาก จักรพรรดิอมตะหว่านชิเป็นคนทิ้งฝ่ามือไว้ที่หน้าผาของเกาะแห่งเต๋า และมันเกิดก่อนหน้าบิดาแห่งต้นไม้เสียอีก
จักรพรรดิอมตะว่านชินั้นทรงอำนาจแค่ไหน ? เขาคือจักรพรรดิอมตะคนแรกของเผ่าหินยักษ์ ! เขามาจากโลกสมุนไพรหินและทำให้โลกต้องตกตะลึงด้วยสุดยอดความสามารถและกลายเป็นจักรพรรดิอมตะ !
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น