680
ตอนที่ 680 เกิดใหม่
เจี้ยนหวู่ซ่วงอดไม่ได้ที่จะหยุดยิ่งธนูของนาง นางถอนหายใจด้วยความโล่งอกหลังจากเห็นลูกศรทำลายพรสวรรค์ที่แท้จริงของหลี่ฉีเย่ นางมักจะหยิ่งยโสและมั่นใจ ทว่านางก็ยังรู้สึกสยองอย่างมากในเวลานี้ หลี่ฉีเย่ยังไม่ได้ลงมือใดๆแม้ว่านางจะพยามฆ่าเขา หากเขาลงมือจริงๆเช่นนั้นผลลัพธ์ก็อาจจะยากเกินคาดเดา
นางโล่งใจเมื่อศรสุดท้ายของนางสามารถฆ่าหลี่ฉีเย่ได้
ทว่าทันทีที่นางถอนหายใจเสียงของนางก็หายไป ดอกไม้ที่มีสีขาวสิบแปดกลีบโผล่ออกมาจากหน้าผากของหลี่ฉีเย่ ในช่วงเวลาสั้นดอกสีขาวนั้นบานอย่างช้าๆ และหนึ่งในกลีบนั้นเปล่งแสง
ในเวลาชั่วครู่ กลีบสีขาวก็ปรากฏเหนือพรสวรรค์ที่แท้จริงของหลี่ฉีเย่ เมื่อแสงสีขาวของกลีบดอกลุกลามไปถึงพรสวรรค์ที่แท้จริง เสียงระเบิดก็ดังขึ้น พรสวรรค์ที่แท้จริงของหลี่ฉีเย่ที่ตายอยู่พุ่งขึ้นสู่ชั้นฟ้าก่อนจะถูกห้อมล้อมไปด้วยอำนาจของยอดเต๋าไร้สิ้นสุด และบินกลับไปยังวงแหวนของหลี่ฉีเย่ก่อนที่เขาจะค่อยๆยืนขึ้น
ทามกลางความวุ่นวาย หลี่ฉีเย่ถูกปกคลุมไปด้วยพลังงานแห่งความตาย ภายใต้พลังนี้บาดแผลต่างๆของเขาถูกฟื้นฟูรวมถึงพรสวรรค์ที่แท้จริง ทุกอย่างกลับสู่สภาพปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ภายใต้พลังแห่งความตายทุกอย่างกลับสู่จุดเริ่มต้น !
" นี้คือรสชาติแห่งความตาย " หลี่ฉีเย่เต็มไปด้วยอารมณ์ก่อนจะส่งกลีบดอกไม้บินกลับมายังหน้าผากของเขาาและหายไป มีเพียงหนึ่งในสิบแปดกลีบที่ยังส่องแสงประกาย
" บ้าน่า ! " เจี้ยนหวู่ซ่วงนั้นถูกเขย่าและถอยหลังไปสองก้าวหลังจากเห็นหลี่ฉีเย่ฟื้นขึ้นมา
นางเป็นหญิงสาวที่ไม่เคยกลัวสิ่งใด ไม่แม้แต่ตอนที่มีคนแข็งแกร่งกว่ามาท้าทายนาง นางนั้นมาจากเชื้อสายจักรพรรดิและรู้ว่าการพ่ายแพ้ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แม้แต่จักรพรรดิอมตะก็ยังเคยพ่ายแพ้ไม่ต้องเอ่ยถึงคนอื่น
ดังนั้นนางจึงไม่กลัวที่จะล้มเหลว ตราบใดที่นางมีหัวใจที่เข้มแข็ง นางจะไม่ลังเล ตราบใดที่นางมั่นใจ นางจะไม่กลัวความพ่ายแพ้ !
ทว่าความพ่ายแพ้นั้นไม่มีอะไรเทียบกับเหตุการณ์ในปัจจุบันได้ หญิงสาวที่กล้าหาญยามนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ความตายนั้นเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับนาง แต่นี้เป็นครั้งแรกที่นางเห็นคนเกิดใหม่หลังจากถูกฆ่า นางนั้นมั่นใจว่าศรสุดท้ายของนางได้ฆ่าหลี่ฉีเย่และไม่ว่าจะเป็นใคร ทั้งบรรพชนเที่ยงธรรม หรือออัจฉริยะอย่างเย่ฉิงเฉินก็ไม่สามารถที่จะฟื้นตัวได้
ภายใต้สุดยอดศรสุดท้ายของนางพวกเขามีเพียงพบกับความตาย ! แม้แต่ผงทองคำอมตะก็ยังไม่สามารถช่วยพวกเขาได้ !
ทว่าหลี่ฉีเย่ยังมีชีวิตอยู่และไม่มีอาการบาดเจ็บใดๆราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น !
นี้เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ในโลกนี้ไม่มีทักษะที่จะนำผู้คนกลับมาจากความตาย แน่นอนนี้หมายถึงการตายที่แท้จริง
การฟื้นตัวดังกล่าวทำให้เจี้ยนหวู่ซ่วงราวกับได้เห็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อที่สุดในโลก
แน่นอนนางไม่รู้ว่าหลี่ฉีเย่บ่มเพาะคัมภีร์แห่งความตาย และบันทึกแห่งความตายหนึ่งในสี่ทักษะภายใน กลีบดอกสีขาวทั้งสิบแปดที่ปรากฏก่อนหน้ามาจากบันทึกแห่งความตาย ช่วงเวลาที่หลี่ฉีเย่ตายหนึ่งในกลีบนั้นจะส่องแสง
สำหรับบันทึกแห่งความตาย การตายนั้นเป็นสิ่งที่ดี อำนาจภายในทักษะนี้ หนึ่งชะตากรรมาจากการตายสามครั้ง หนึ่งรูปแบบสิ่งของมาจาการตายหกครั้ง หนึ่งชีวิตมาจากการตายเก้าครั้ง และการตายสิบแปดครั้งทำให้ไปถึงสวรรค์ชั้นสูง
แน่นอนมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะตาย ตัวอย่างเช่นด้วยระดับของหลี่ฉีเย่ในปัจจุบัน ใครจะฆ่าเขาได้ง่ายๆ ? นอกจากนี้มันยังกลายเป็นเรื่องยากที่จะตาย แม้ว่าหลี่ฉีเย่พยามจะฆ่าตัวตายเขาก็ยังไม่สามารถทำได้ แน่นอนว่าการตายด้วยอายุไม่นับ คัมภีร์แห่งความตายไม่สามารถช่วยคนที่ตายตามอายุขัยได้
หลี่ฉีเย่ถอนหายใจยาว สุดท้ายเขาก็ตายไปแล้วหนึ่งครั้ง - นี้ไม่ใช่เรื่อง่าย เขาคิดถูกที่เลือกเจี้ยนหวู่ซวงให้กลายมาเป็นหินลับคม
" มันน่าเสียดายที่เจ้ายังอ่อนแออยู่ หากอำนาจของศพเจ้ามีพลังเทียบเท่ากับบรรพบุรุษของเจ้าตอนที่เขายังเยาว์ เช่นนั้นข้าคงไม่สามารถกลับมาได้อีกครั้ง แม้ว่าข้าจะกลับมาได้ข้าก็ยังต้องพักสักหนึ่งหรือสองปี เจ้ายังขาดความสามารถ ดังนั้นเจ้าต้องพยามให้มากอีก แน่นอนเจ้าควรจะกลับไปซะขณะที่ยังมีโอกาส " หลี่ฉีเย่กล่าวอย่างสบายๆ
ความตายอาจจะเป็นเรื่องน่สยองสำหรับคนอื่นๆ แต่หลี่ฉีเย่ดูเหมือนจะมีความสุขอย่างมาก
เจี้ยนหวู่ซ่วงนั้นไม่รู้ว่าหลี่ฉีเย่กำลังบอกความจริงอยู่ หากนางแข็งแกร่งกว่านี้ ศรนั้นจะสามารถฆ่าเขาและทิ้งบาดแผลนิรันดร์ให้กับเขาได้แม้ว่าเขาจะกลับมาเกิดใหม่โดยคัมภีร์แห่งความตาย มีเพียงเวลาเท่านั้นที่จะรักษามันได้
ความแข็งแกร่งของเจี้ยนหวู่ซ่วงตอนนี้เหมาะกับหลี่ฉีเย่มาก เพราะศรสุดท้ายของนางฆ่าเขาได้โดยไม่ทิ้งบาดแผลใดๆ
" เจ้า เจ้า ทักษะปีศาจใดที่เจ้าฝึกฝน ? " เจี้ยนหวู่ซ่วงมองหลี่ฉีเย่ด้วยความวิตกและสับสน
" ทักษะปีศาจ ? " หลี่ฉีเย่หัวเราะก่อนจะเอ่ย " หากสิ่งที่ข้าบ่มเพาะเป็นทักษะปีศาจ เช่นนั้นทักษะทั้งหมดในโลกนี้ก็ล้วนเป็นทักษะปีศาจแล้ว ผู้หญิงหน้าเกลียดข้านั้นได้บ่มเพาะสุดยอดคัมภีร์ที่สุดยอดและเต็มไปด้วยความลึกซึ้งแห่งเต๋ามากที่สุดในโลก เข้าใจหรือไม่ ? "
หากเป็นเมื่อก่อนเจี้ยนหวู่ซ่วงจะโกรธมากหากถูกเรียกว่าผู้หญิงน่าเกลียด ทว่านางไม่มีปฏิกิริยาใดๆในเวลานี้ นางจ้องหลี่ฉีเย่อย่างเคร่งขรึมโดยไม่เอ่ยสิ่งใด
หลังจากผ่านไปนางก็เอ่ยอย่างเย็นชา " เจ้าจงใจพาข้ามาที่นี่เพื่อให้มาทดสอบทักษะปีศาจของเจ้า ใช้ข้าเป็นหินลับคม ! "
" ยอดเยี่ยม มันดูเหมือนเจ้าจะไม่ได้โง่ เจ้าเดาได้ถูกแล้ว " หลี่ฉีเย่อมยิ้มเอ่ย " น่าเสียดายข้าไม่มีรางวัลให้เลย "
เจี้ยนหวู่ซ่วงนั้นจ้องมองเขาออย่างเย็นชาด้วยสายตาของนาง
" บางทีหากเจ้าหนีไปตอนนี้ข้าอาจจะไว้ชีวิตเจ้า เพราะตอนนี้ข้ากำลังอารมณ์ดี " หลี่ฉีเย่กล่าวอย่างร่าเริงขณะมองไปยังเจี้ยนหวู่ซ่วง
การแสดงออกของเจี้ยนหวู่ซ่วงเปลี่ยนเป็นมืดมน ทว่านางยังเต็มไปด้วยความยิ่งยโสและมั่นใจ นางเอ่ย " หนี ? ข้าไม่เคยหนีมาก่อน หากข้าฆ่าเจ้าได้ครั้งหนึ่ง เช่นนั้นข้าก็จะฆ่าเจ้าครั้งที่สอง ฮึ่ม ! ข้าอยากจะรู้นักว่าทักษะปีศาจจะช่วยเจ้าได้กี่ครั้ง หากเจ้าฟื้นข้าก็แค่ฆ่าเจ้าอีกครั้ง ! "
" เจ้ากล่าวผิดแล้ว " หลี่ฉีเย่อมยิ้มเอ่ย " หากเจ้ายังใช้เกาทัณฑ์สลายดาราอยู่ มั่นไม่ง่ายนักที่จะฆ่าข้าเป็นครั้งที่สอง ในเมื่อเจ้าใช้มันฆ่าข้ามาแล้วครั้งหนึ่งมันจะไม่มีครั้งที่สอง เว้นแต่ว่าเจ้าจะเป็นบรรพชนเที่ยงธรรมในตอนนี้ หากไม่เจ้าก็ต้องเปลี่ยนอาวุธ และมันต้องแข็งแกร่งกว่าเกาทัณฑ์สลายดารา "
หลังจากกล่าวเสร็จหลี่ฉีเย่ก็หัวเราะเอ่ย " แม้ว่าเจ้าจะนำสมบัติชีวิตของบรรพบุรุษเจ้ามาที่นี่ การโจมตีของมันก็ยังไม่ทรงพลังพอกับศรสุดท้ายนั้น เว้นแต่เจ้าจะใช้อำนาจสังหารจักรพรรดิ อีกทางเลือกก็คือต้องไปยืมธนูมาจากบรรพบุรุษเจ้า ไม่เช่นนั้นมันไม่ง่ายเลยที่จะฆ่าข้า "
คำกล่าวของหลี่ฉีเย่ทำให้เจี้ยนหวู่ซ่วงกัดฟันของนาง นางปรารถนาที่จะสับเจ้าสารเลวนี้
" ดี เจ้านั้นน่าประทับใจมาก หากเจ้ากล้าก็เอ่ยนามของทักษะที่เจ้าใช้มาและข้าจะได้หาวิธีฆ่าเจ้าอีกครั้ง หากเจ้าขี้ขลาดและกลัวตายเช่นนั้นก็ลืมไปซะ " เจี้ยนหวู่ซ่วงกล่าวเยาะเย้ย
หลี่ฉีเย่ระเบิดเสียงหัวเราะก่อนจะตบมือหลังจากได้ยินเรื่องนี้และเอ่ย " ผู้หญิงน่าเกลียด แม้ว่าเจ้าจะน่ารำคาญไปบ้างแต่เจ้าก็ไม่ใช่คนโง่ สตรีเช่นเจ้ามักจะหน้าอกใหญ่แต่ไร้สมอง เจ้านั้นดีกว่าหน่อยที่รู้จักใช้วิธีการ..."
" ทว่าข้าต้องขออภัย การกล่าวว่าจายั่วยุข้าเช่นนี้นับว่าไร้ประโยชน์ " หลี่ฉีเย่หยุดก่อนจะเอ่ยต่อ " ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากบอกเจ้า แต่ข้าเกรงว่าหากบอกไปเจ้าจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร หากข้าบอกเจ้าและเจ้าไม่รู้จักมัน นี้จะยิ่งเป็นการทำลายความมั่นใจของเจ้าซะเปล่าๆ เจ้านั้นมาจากเชื้อสายจักรพรรดิอีกทั้งยังหยิ่งยโส เจ้ารับการเสียหน้าได้รึ ? "
เจี้ยนหวู่ซ่วงแทบกระอักเลือดจากคำกล่าวนี้ นี้เป็นคำพูดที่ทำให้นางแทบคลั่ง นอกจากนี้มันยังผสมไปด้วยคำสรรเสริญใบหน้านางแดงจากความโกรธ
ทว่านี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางสัมผัสกับปากราวมีดโกนของหลี่ฉีเย่ นางสูดลมหายใจลึกและเอ่ย " เจ้าทำอย่างอื่นเป็นหรือไม่นอกจากใช้ปากที่ราวกับมีดนั้น !? "
" จริงๆข้านั้นมีความสามารถอีกหลาอย่าง " หลี่ฉีเย่เอ่ยอย่างนุ่มนวล " ทว่าข้าลังเลเล็กน้อยที่จะฆ่าเจ้าตอนนี้ แน่นอนอย่าได้เข้าใจผิด ข้าไม่ได้บอกว่าชอบเจ้า แต่ข้าเพียงไม่อยากขาดหินลับคมที่ดี อย่างน้อยตอนนี้มันก็ไม่ง่ายที่จะพบคนที่เหมาะสมเช่นเจ้า "
เจี้ยนหวู่ซ่วงนั้นกัดฟันของนางจนหน้าสั่น ขณะที่นิ้วมือของนางนั้นจิกเข้าเนื้อ หากไม่ทำเช่นนี้นางไม่มีทางระบายความโกรธนี้ได้ !
นางจะไม่คับข้องใจได้อย่างไร ? นางภูมิใจและหยิ่งยโส สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มาจากความสามารถออย่างเดียว แต่มันยังมาจากความงดงามของนาง มันอาจจะกล่าวได้ว่านางนั้นเป็นที่รู้จักกันในฐานะสาวงามมากความสามารถในโลกสมุนไพรหิน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น