677

ในเวลานี้ หลี่ฉีเย่เตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด เขาหวังว่าหลังจากล้านปีผ่านไปของชิ้นนั้นจะถูกกลั่นแล้ว ทว่าเขาก็ต้องเตรียมพร้อมในทุกสถานการณ์

" ตูม ! " เสียงระเบิดดังออกมาเมื่อกระทิงเริ่มเปิดพื้นดิน คลื่นของรูปแบบได้ปะทุออกมาจากด้านล่างพร้อมทั้งส่องแสงสว่างราวกับมันจะส่องไปให้ทั่วทุกบริเวณ

นี้เป็นรูปแบบที่ทรงอำนาจแห่งการปราบปราม ย้อนกลับไปตอนนั้น ตอนที่กระทิงมังกรจักรพรรดิตื่นขึ้น มันได้ใช้แรงจำนวนมากโยนของชิ้นนั้นเข้าไปในรูปแบบนี้

สุดท้าย ก็เห็นสิ่งของปรากฏอยู่ภายในรูปแบบ นี้เป็นเหยือกที่มีลายเส้นเก่าแก่ มันเหมือนกับของที่หลุดออกมาจากยุคโบราณ

หลี่ฉีเย่อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความโล่งอกหลังจากเห็นเหยือกนี้และเขาพึมพำ " มันดูเหมือนว่าสิ่งนั้นจะยักไม่ได้ทะลุออกมาจากเหยือก " หลังจากกล่าวเสร็จเขาก็เดินไปข้างหน้าและหยิบเหยือกนั้นขึ้นมา มือของเขาตรวจสอบมันยอย่างระวังและไม่พบการเปลี่ยนแปลงใดๆ นี้ทำให้เขาพยักหน้าและเอ่ย " ยอดเยี่ยม ดูเหมือนมันจะทรงอำนาจเช่นเดิม "

เหยือกเก่าแก่นี้ถูกหลี่ฉีเย่ทิ้งไว้ด้านหลังพร้อมกับกระทิงมังกรจักรพรรดิในอดีต แม้ว่าหลี่ฉีเย่จะมันใจว่าราชันเทพจะปกป้องดินแดนนี้ได้ แต่เขาก็ยังต้องป้องกันสิ่งเลวร้ายที่สุด ราชันเทพอาจจะไม่ขุดมันขึ้นมา แต่เขาไม่มั่นใจในคนอื่น

ด้วยเหตุนี้เขาจึงทิ้งเหยือกและกระทิงไว้ เหยือกนี้มีต้นกำเนิดที่น่ากลัว มันมาจากยุคโบราณและมีอำนาจที่น่าอัศจรรย์ ถ้าวันหนึ่งหากมีคนขุดของชิ้นนั้นขึ้นมา กระทิงนั้นสามารถใช้เหยือกโบราณนี้ปราบปรามมันลงได้

ความจริงก็คือควาามตึงเครียดของสงครามครั้งนั้นสูงมาก หลี่ฉีเย่จึงไม่สามารถสังเกตเห็นสิ่งที่อยู่ใต้ดินได้ละเอียด เขายังไม่แน่ใจว่าเหยือกนี้สามารถกำราบมันได้หรือไม่ แต่เขาก็ไม่มีเวลามากพอแล้วเพราะกำลังจะรีบจากไป หลังจากเขาทิ้งเหยือกไว้เขาก็จากไปทันที

" ข้าต้องกลับมาดูมันสักหน่อย หากมีเวลา " เนื่องจากเหยือกยังไม่ถูกใช้งาน หลี่ฉีเย่จึงมีแผนจะนำมันไปกับเขาด้วย เขาเปิดใช้งานผนึกสวรรค์ ด้วยเสียงปัง ที่ดังออกมา ประตูล้อมรอบเหยือกและผนึกมันไว้

ในเวลานี้ประตูได้กลายเป็นกล่องทองคำและผนึกเหยือกไว้ภายใน

นี้เป็นสิ่งที่เขาเตรียมหากเกิดเหตุการณ์ย่ำแย่ที่สุด หากของภายในเหยือกยังมีอำนาจอยู่ เช่นนั้นมันอาจจะหลบหนีได้ ทว่าภายใต้การปราบปรามจากประตู มันจะต้องพบกับความยากลำบากหากจะหนี

ควรจะรู้ก่อนว่าประตูนี้ทรงอำนาจและสามารถผนึกสวรรค์ได้ ความจริงมันเคยผนึกสวรรค์มาก่อน ! เพราะสิ่งนี้หลี่ฉีเย่จึงผ่อนคลายยามวางเหยือกไว้ภายใน

แม้ว่ามันจะหลบหนีจากเหยือกได้ แต่มันไม่มีทางหลบหนีจากประตู ถ้ามันสามารถทำเช่นนี้ได้ก็ไม่มีอะไรในโลกกักขังมันได้แล้ว

หลี่ฉีเย่มีความสุขอยู่ชั่วครู่ก่อนจะกลับไปยังรถม้าของเขาและเอ่ย " พวกเราจะกลับไปยังแม่น้ำยอดสวรรค์ "

แน่นอนว่าหลี่ฉีเย่ไม่ได้กลับไปหาปีศาจมดเทียยี่ แต่เขากลับไปพบหยวนไฉ่เหออีกครั้ง ความจริงเขาไม่ได้สนใจเจ้าปีศาจนี้

กระทิงมังกรจักรพรรดิใช้เวลาไม่นานก็ลากรถม้าตรงไปยังแม่น้ำยอดสวรรค์ ขณะที่หลี่ฉีเย่นั่งอยู่ในรถเขาทำได้เพียงถอนหายใจเบาๆ และรับรู้ได้ว่าเขาไม่สามารถย้อนวันเหล่านั้นกลับมาได้

แม้ว่าเขาจะยังนั่งออยู่ในรถม้าเมื่อครั้งอดีต และมีกระทิงมังกรจักรพรรดิลากเหมือนเคย แต่หลายสิ่งหลายอย่างของเขาสูญเสียมันไปราวกับหมอกควัน

ตัวอย่างเช่นเทพธิดาดาบ ที่เคยเป็นข้ารับใช้ของเขา หรือลูกรักของสวรรค์ที่จองหอง...หรือเหล่าผู้ใต้บัญชาที่ไร้เทียมทานจากสงครามครั้งนั้นของเขา

ทุกอย่างนั้นหายไปตามแม่น้ำแห่งเวลา กระทิงและตัวเขายังอยู่ที่เดิมดั่งเช่นเมื่อก่อน แต่เหล่าคนที่อยู่ข้างกายเขาและข้ารับใช้ที่จงรักภักดีล้วนแต่หายไปหมดสิ้น...

หลายสิบล้านปีผ่านไป เหล่าคนที่อยู่เคียงข้างเขาได้เปลี่ยนจากกลุ่มหนึ่งไปยังอีกกลุ่มหนึ่ง แต่เขาก็ยังคงก้าวไปด้านหน้าเหมือนเดิม บนเส้นทางแห่งยอดเต๋าและแม่น้ำแห่งประวัติศาสตร์ มันดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวที่ยากจะบรรยาย

สุดท้ายเขาก็ยิ้มและไล่ฉากเก่าในหัวเหล่าออกไป นับตั้งแต่เขามาประเทศไผ่ยักษ์ เขามักจะเต็มไปด้วยอารมณ์ บางทีความอ่อนโยนของหยานเอ๋อร์ทำให้เขาไม่สามารถลืมอดีตเหล่านี้ได้

ขณะที่เขาระลึกถึงอดีต ทันใดนั้นรถม้าของเขาก็หยุดชะงัก

เขาคิดว่าตัวเองนั้นมาถึงแม่น้ำแล้ว แต่หลังจากเปิดดวงตาของเขาเขาก็พบว่ามีคนมายืนขว้างทางอยู่

คนที่ยืนอยู่ด้านหน้าของเขาคือลูกรักของตระกูลเจี้ยน เจี้ยนหวู่ซ่วง คนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งฟินิกซ์

เมื่อมองไปยังทัศนคติอันหยิ่งทระนงของเจี้ยนหวู่ซ่วง หลี่ฉีเย่อดไม่ได้ที่จะหรี่สายตาของเขาและเอ่ย " มีคำกล่าวว่าสุนัขที่ดีจะไม่ขว้างถนน อย่ามาขว้างทางข้า "

" หลี่ฉีเย่เจ้าไม่ต้องมาแสดงฝีปากอันคมกริบของเจ้า ข้าจะไม่เสียเวลากับเจ้าอีก ข้ามาที่นี่เพื่อเอาชีวิตสุนัขของเจ้าไป ! " เจี้ยนหวู่ซ่วงจ้องเขาอย่างก้าวร้าวและแสดงออกว่าไม่หลีกทาง

ราวกับไม่มีใครในโลกสามารถเทียบนางได้ ไม่ว่าจะเป็นใครนางจะมองไปพวกเขาด้วยสายตาที่ชิงชังและการแสดงออกที่เหนือกว่า ไม่มีใครเคยอยู่ในสายตานาง และไม่มีใครทำลายความภาคภูมิใจของนางได้

หลังจากได้ยินคำกล่าวของนาง หลี่ฉีเย่ก็จำสิ่งที่นางพูดที่แม่น้ำได้ ความจริงก็คือเขาไม่ได้ให้ความสำคัญใดๆกับนางดังนั้นเขาจึงลืมสิ่งที่นางเคยกล่าวไปแล้ว

" เจ้าต้องการจะสู้ ? " หลี่ฉีเย่เอ่ยช้าๆ " ไม่มีปัญหา พวกเราล้วนสู้กัน ทว่าข้าต้องไปพบบางคนก่อน "

" หยวนไฉ่เหอใช่หรือไม่ ? " เจี้ยนหวู่ซ่วงหัวเราะและเอ่ย " นางนั้นยังสบายดีและกำลังไล่ล่ากระทิงอยู่ ทว่ามันจะดีกว่าหากเจ้าไม่เห็นนาง การแยกจากการด้วยชีวิตและความตายเป็นสิ่งที่แย่ที่สุด เจ้าคงไม่ต้องสาวน้อยเช่นหยวนไฉ่เหอรับรู้ว่าเจ้ากำลังจะตายหรอกใช่หรือไม่ ? "

หลี่ฉีเย่อดไม่ได้ที่จะมองไปที่นางหลังจากได้ยินคำกล่าวนี้และหัวเราะเอ่ย " น่าเหลือเชื่อจริงๆ สตรีที่ไร้การศึกษาและขาดการอบรมเช่นเจ้าถึงกับรู้สึกเป็นห่วงผู้อื่น หรือนี้พระอาทิตย์กำลังจะขึ้นทางทิศเหนือแล้ว ? "

คำกล่าวของหลี่ฉีเย่ทำให้เจี้ยนหวู่ซ่วงโกรธมาก ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความโกรธ ทว่านี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางสัมผัสฝีปากที่ทำให้คนแทบตายของหลี่ฉีเย่

เจี้ยนหวู่ช่วงเอ่ยอย่างจริงจัง " ข้าจะไม่เสียเวลากับคนอย่างเจ้า ! " นางมักจะพูดเก่งมาตลอด แต่ยามอยู่ต่อหน้าหลี่ฉีเย่ นางไม่เคยเอาชัยเรื่องการโต้เถียงเหนือเขาได้เลย มีแต่จะทำให้อัปยศยิ่งขึ้น

นางจ้องเขาอย่างเย็นชาและเอ่ย " ข้าเกรงว่าเจ้าจะไม่สามารถหนีได้แล้ว ตอนนี้เจ้าอยู่ในสายตาของข้า ตอนนี้เจ้าไม่มีทางหนี ข้าแนะนำให้เจ้าเผชิญหน้ากับความตายนี้ซะ อย่างน้อยข้าจะให้โอกาสเจ้าได้สู้ แม้ว่าสุดท้ายเจ้าจะตาย แต่เจ้าก็ยังได้พยาม ! "

มันอาจจะกล่าวได้ว่านางนั้นเป็นคนหยิ่งยโสที่ตรงไปตรงมา แม้ว่านางนั้นต้องการจะฆ่าหลี่ฉีเย่อยู่ตลอดเวลาและทรมานเขาก่อนตาย แต่นางก็ยังเลือกที่จะให้เขาเผชิญหน้ากับนางอย่างตรงไปตรงมา แม้จะเต็มไปด้วยความเกลียดชังก็ตาม แม้ว่าปากของหลี่ฉีเย่จะอันตราย แต่นางยังให้โอกาสเขาได้สู้

นี้คือกากระทำของลูกสาวเชื้อสายจักรพรรดิ ไม่ว่าเจี้ยนหวู่ซ่วงจะหยิ่งยโสแค่ไหน เกี่ยวกับเรื่องการต่อสู้นางก็ยังคงเป็นคนที่มีเกียรติของลูกหลานเชื้อสายจักรพรรดิ

หลี่ฉีเย่มองไปที่นางก่อนที่ดวงตาของเขาจะเผยรอยยิ้มและเอ่ย " ในเมื่อเจ้าาต้องการที่จะฆ่าข้า เช่นนั้นข้าก็จะตายให้เจ้าดู "

คำตออบของหลี่ฉีเย่ทำให้นางตกตะลึง หลี่ฉีเย่มักจะเป็นคนหยิ่งยโสและไม่สนใจความคิดของคนอื่นเสมอมา การที่เขาทำตามนางง่ายๆเช่นนี้ทำให้นางสงสัย

หลี่ฉีเย่อมยิ้มเอ่ย " ไม่ต้องกังวล ข้าไม่ดีมีแผนการใดๆ ในเมื่อเจ้าต้องการให้ข้าตายเช่นนั้นข้าก็จะตายให้เจ้าดู "

ไม่ว่าหลี่ฉีเย่จะวางแผนการใดมา เจี้ยนหวู่ซ่วงก็ยังมันใจในฝีมือของนางเสมอ

นางมองไปที่เขาก่อนจะประกาศอย่างจริงจัง " ในเมื่อเจ้าไม่ได้นำโลงศพมาข้าจะให้โอกาสแก่เจ้า ข้าจะให้เจ้าเลือกสถานที่ตาย เพื่อให้เจ้าได้มีหลุมฝังศพ เจ้าจะได้ไม่ตำหนิข้าว่าไม่ให้โอกาสเจ้าเลือกหลุมฝังศพ "

" ยอดเยี่ยม ข้าอยากจะตายในสถานที่ที่งดงามเช่นกัน " หลี่ฉีเย่ยิ้มอย่างใจเย็นและเอ่ย " ผู้คนล้วนแต่จะตายเพียงครั้งเดียวในชีวิต ดังนั้นหากพวกเขาจะตายพวกเขาจะต้องเลือกสถานที่ที่สวยงาม อย่างน้อยก็น่าจะเป็นสถานที่ที่นึกถึงข้า "

หลี่ฉีเย่นั้นเต็มไปด้วยความร่าเริง การแสดงออกของเขาราวกับเขากำลังพูดถึงความตายของคนอื่น คนอื่นจะหวาดกลัวเมื่อพวกเขาจะตาย แต่หลี่ฉีเย่นั้นเต็มไปด้วยความสดใสราวกับว่าเขาเบื่อที่จะมีชีวิตอยู่แล้ว

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

732

750

751