676
อนที่ 676 กระทิงมังกรจักรพรรดิ
" ต้องอย่างนี้สิ " หลี่ฉีเย่นั้นเดินเข้ามาใกล้ กระบือยังคงจับจ้องเขาทว่ามันไม่ได้เข้ามาโจมตีเขา
" ใจเย็นๆนี้ข้าเอง " หลี่ฉีเย่วางฝ่ามือของเขาบนหน้าผากของสัตว์อสูร หน้าผากของเขาก็ปรากฏออกมาอีกครั้งพร้อมกับทะเลแห่งความทรงจำ ทันใดนั้นรังสีของมันก็ยิงเข้าไปยังหัวของกระบือ
เสียงวิ้งงดังขึ้นพร้อมกับแสงของหลี่ฉีเย่ที่หายเข้าไปในหัวของกระบือ วงแหวนแห่งความศักดิ์สิทธิ์ปรากฏอยู่เหนือหัวของมันราวกับอำนาจที่สามารถขับไล่สิ่งชั่วร้ายทั้งหมดในโลกออกไปได้
" ม่ออ ! " ช่วงเวลาที่วงแหวนศักดิ์สิทธิ์ปรากฏขึ้นกระบือทันใดนั้นก็จดจำหลี่ฉีเย่ได้ทันทีและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น มันเอียงคือถูกับฝ่ามือของหลี่ฉีเย่อย่างคุ้นเคย
" พวกเราจะไปด้วยกัน แม้ว่าเจ้าจะจากข้ามานาน ข้าก็ยังคงอยู่ที่นี่ " หลี่ฉีเย่ลูบหัวของกระบือพร้อมกับอมยิ้ม
กระบือนั้นเต็มไปด้วยความสุข จมูกของมันพ่นลมร้อยออกมาและยังถูกับหลี่ฉีเย่ราวกับเห็นคนรัก
หลี่ฉีเย่ลูบหัวกระบือก่อนจะถอนหายใจ " ดูเหมือนว่าลูกหลานของสำนักศักดิ์สิทธิ์จะไม่ได้อยู่ที่นี่ และสาขาของราชันเทพทั้งหมดได้จากไปแล้ว หลายปีผ่านไปแต่ไม่มีใครมาพบเจ้า นี้หมายความว่าราชันเทพรักษาสัญญากับข้าจนถึงที่สุด "
กระบือที่ดูธรรมดานี้ไม่ใช่กระบือธรรมดา มันคือกระทิงมังกร แต่กระทิงมังกรธรรมดาก็ยังไม่สามารถเทียบกับมันได้ เนื่องจากมันมีสายเลือดของมังกรที่แท้จริงไหลเวียนอยู่ แม้ว่ามันจะยังไม่ถึงระดับที่กลายเป็นมังกรที่แท้จริง แต่มันเป็นกระทิงศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอน
หลี่ฉีเย่ตั้งชื่อมันว่ากระทิงมังกรจักรพรรดิ มันติดตามเขาจากสถานที่อันตรายหนึ่งไปยังสถานที่อันตรายอื่นมานาน หากจตุอาชาราชันสงครามนั้นเป็นรถม้าที่เข้าใช้กวาดโลก เช่นนั้นกระทิงมังกรจักรพรรดิก็ม้าเร็วที่เขาใช้กวาดดินแดนที่ชั่วร้าย
ต่อมาเมื่อหลี่ฉีเย่ให้ราชันเทพคุ้มครองภูเขายอดสวรรค์ เขาต้องการมันใช้ว่าราชันเทพจะทำมันได้ดี ดังนั้นนอกจากมอบสมบัติจำนวนมากแล้ว เขายังคงมอบกระทิงมังกรจักรพรรดิให้กับราชันเทพด้วย
ต่อมากระทิงได้ติดตามราชันเทพและกลายเป็นเทพผู้พิทักษ์ของสำนักศักดิ์สิทธิ์
หลี่ฉีเย่มองไปยังวงแหวนศักดิ์สิทธิ์เหนือหัวของมันและสังเกตเห็นว่ามันอ่อนลงมากกว่าก่อนหน้า เขาลูบศีรษะของมันและเอ่ย " อย่างได้กังวล แม้ว่าสำนักศักดิ์สิทธิ์จะไม่ได้อยู่ที่นี่ ข้าจะหาสายเลือดที่ดีกว่าและทรงอำนาจเพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงพลังศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าในอนาคต "
" ม่ออ ! " กระบือนี้เหมือนจะเข้าใจหลี่ฉีเย่และถูฝ่ามือของเขา
ความจริงกระทิงนั้นทรงอำนาจอย่างมากและกลายเป็นปีศาจมานานแล้ว ทว่ามันไม่ได้เดินบนเส้นทางแห่งปีศาจเนื่องจากต้องการกลายเป็นมังกรที่แท้จริงหรือกระทิงศักดิ์สิทธิ์ มันเลือกที่จะไม่รับสติปัญญาจากเต๋า
" ให้ข้าดูว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นกับสำนักศักดิ์สิทธิ์ในอดีตกันแน่ " หล่ฉีเย่วางฝ่ามือไว้บนหัวของกระทิง ทะเลแห่งความทรงจำของมันเปิดออกอ ในเวลานี้เหตุการณ์ในอดีตของมันไหลเข้ามาในหัวหลี่ฉีเย่
หลายฉากปรากฏขึ้นภายในทะเลแห่งความทรงจำของกระบือ อย่างที่หยวนไฉ่เหอกล่าว ตัวตนที่แข็งแกร่งอย่างสำนักศักดิ์สิทธิ์ได้ขุดบางอย่างออกมาจากใต้ดินในเวลานั้น
ช่วงเวลาที่เห็นของสิ่งนั้น แสงสว่างกวาดผ่านลงมาทั่วสำนักศักดิ์สิทธิ์ เพียงคืนเดียวระดับสูงจำนวนมากล้วนเสียชีวิต แม้แต่ตัวตนอย่างราชันเทพก็ยังไม่สามารถเลี่ยงชะตากรรมนี้ได้
ย้อนกลับไป ตอนที่กระทิงมังกรจักรพรรดิเป็นเทพผู้พิทักษ์และมันตื่นขึ้นจากความตื่นตระหนก มันวิ่งออกมาจากถ้ำที่อยู่ ทว่ามันสายเกินไปผู้เชียวชาญจำนวนมากและสำนักได้พังทลายลง
มันจากนั้นก็กลับผนึกของชิ้นนั้นอีกครั้ง และเดินกลับไปหลับยังหินหยดเลือดเพื่อรอการตื่นครั้งต่อไป
ทว่าคนส่วนใหญ่ในสำนักล้วนแต่ตายไป ต่อมาไม่นานสำนักก็เริ่มเสื่อมถอยและสุดท้ายก็พังทลายลงมา จากวันนั้นเชื้อสายที่เป็นเจ้าของดินแดนแห่งนี้ได้หายไปจากโลกตลอดกาล
เพราะว่าการล่มสลายนี้ ราชันเทพจึงไม่มีลูกหลานใดๆ และไม่มีใครปลุกกระทิงมังกรจักรพรรดิขึ้นมาจนถึงวันนี้
ในเวลานี้ หลี่ฉีเย่ได้ให้สัญญากับราชันเทพว่าจะให้กระทิงนี้เป็นผู้พิทักษ์ของสำนักสำหรับสาขาหลักของราชันเทพ เพราะเหตุนี้แม้ว่าสำนักจะพังทลายในเวลาต่อมา หลี่ฉีเย่ก็ไม่ได้กลับมาปลุกกระทิง
หลายล้านปีผ่านไปแต่ว่าไม่มีใครมาปลุกกระทิงตัวนี้ นี้หมายความว่าเชื้อสายของราชันเทพได้สิ้นสุดลง ดังนั้นสัญญาของหลี่ฉีเย่กับราชันเทพได้สิ้นสุดลงเช่นกัน
หลี่ฉีเย่ดึงฝ่ามืออกมาจากหน้าผากวัวและอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ " บางคนอาจจะมีชีวิตรอดจากการลงมือของเทพ แต่ไม่มีใครรอดจากการลงมือของหายนะ ราชันเทพจากไปพร้อมกับคำสั่งให้ลูกหลาน แต่ลูกหลานของเขาเลือกที่จะไม่ปฏิบัติตามและขุดสิ่งนั้นขึ้นมา "
ในอดีตราชันเทพได้กำราบดินแดนนี้ด้วยเหตุผลสองประการ นอกเหนือจากการที่จะไม่ให้ของชิ้นนั้นออกมาเห็นเดือนกับตะวันแล้ว เขายังต้องการให้ดินแดนนี้ปราศจากสิ่งชั่วร้าย
ราชันเทพได้ทำตามคำสั่งของหลี่ฉีเย่โดยการกำราบดินแดนนี้และปกป้องสิ่งของที่อยู่ใต้ดินไม่ให้ใครรู้ ในเวลาเดียวกันเขาก็เริ่มต้นทำความสะอาดดินแดน และสร้างเชื้อสายที่ทรงพลังไว้ด้านบนพร้อมกับคำสั่งเสีย แต่น่าเสียดายลูกหลานของเขาไม่ฟังคำสั่งและขุดสิ่งนั้นจึงนำหายนะมาสู่สำนัก
หลี่ฉีเย่ขึ้นไปนั่งลงบนหลังกระทิงและเอ่ย " ไป พวกเราจะไปยังสถานที่เก่าแก่เพื่อนำมันกลับมา "
กระทิงตัวนั้นเปิดปากและกลืนหินหยดเลือดเข้าไป จากนั้นด้วยเสียง ม่ออ มันก็ทะยานไปยังดินแดนเก่าของสำนักศักดิ์สิทธิ์
กระทิงนั้นมีความเร็วยิ่งกว่าสายฟ้าและมันไม่ได้มีความสุขมานานมากแล้ว มันเคยบินไปทุกที่ บางครั้งบินผ่านเก้าโลก บางครั้งดำลังในน้ำ หรือทะยานข้ามชั้นฟ้า
หลี่ฉีเย่อดไม่ได้ที่จะยิ้มหลังจากเห็นอาการตื่นเต้นของมัน ในเวลานี้มันก็เหมือนกับว่าเขาได้กลับไปสู่อดีต
กระทิงมังกรจักรพรรดิอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นม้าเร็วที่อยู่บนจุดสูงสุดของโลก แม้ว่าจตุอาชาราชันสงครามจะมีความสามารถที่ท้าทายสวรรค์ หลี่ฉีเย่ก็พบว่ามันมีศักยภาพมากขึ้นยามเมื่ออยู่ในสนามรบ
มันไม่ใช่ไร้เหตุผลที่หลี่ฉีเย่ว่ากระทิงตัวนี้เป็นม้าเร็วที่สุดในโลก มันสามารถทนความยากลำบากต่างๆได้ แต่สิ่งที่สำคัญก็คือมันสามารถกำจัดพิษได้ทุกชนิดและหลบเลี่ยงสิ่งอันตราย มันสามารถสัมผัสถึงเหตุการณ์แห่งลางร้ายและหลบเลี่ยงมัน ในเวลาเดียวกันมันก็เดินทางผ่านประเทศและสถานที่ต่างด้วยความเร็วที่ไร้ผู้เทียบ
หากใครต้องการจะเข้าไปยังหลุมฝังศพหรือดินแดนบรรพบุรุษ กระทิงนับว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด แม้ว่ามันจะไม่สามารถนำคนเข้าไปยังสถานที่ที่ลึกที่สุดของหลุมฝังศพหรือสถานที่ลึกลับ มันก็ยังนำเข้าไปได้เป็นระยะทางที่มาก
เมื่ออยู่ในสถานที่เหล่านั้น กระทิงนี้จะพยามหลีกเลี่ยงอันตรายและพยามอย่างที่สุดที่จะพาคนออกมาจากสถานที่เหล่านั้น ภาพลวงตาและอำนาจใดๆล้วนไม่สามารถหยุดมันได้
มันทะยานไปข้างหน้าด้วยความตื่นเต้น และพยามสัมผัสถึงความรู้สึกเก่าที่เคยพาหลี่ฉีเย่ทะยานไปทั่วดั่งเช่นในอดีต
สุดท้ายหลี่ฉีเย่ก็กลับมาถึงสำนักศักดิ์สิทธิ์ สายเลือดที่เคยแข็งแกร่งตอนนี้เป็นซากปรักหักพัง อำนาจของมันในปีนั้นไม่มีเหลืออีกต่อไป
กระทิงนั้นนำหลี่ฉีเย่ไปยังสถานที่หนึ่งในซากปรักหักพัง การระเบิดอย่างรุนแรงนั้นปรากฏขึ้นเมื่อกระทิงกระทืบพื้น พื้นดินแยกออกจากกันก่อนจะมีศาลาปรากฏออกมา
ด้วยเสียร้องที่ดัง ศาลาเก่าแก่นี้เปิดประตูของมัน ผู้คนจะเห็นรถม้าอยู่ภายใน ลักษณะของมันเต็มไปด้วยความโบราณและเก่าแก่ ไม่มีใครรู้ว่ามันผ่านดวงจันทร์และอาบประสบการณ์มามากมายขนาดไหน
รถม้าที่ดูเก่าแก่จากการมองภายนอกนี้ - ล้วนไม่ได้รับความสนใจจากผู้คน ทว่ามันได้รับการเสริมอำนาจจากตัวตนอมตะจำนวนมาก รถม้าเก่าแก่นี้สามาถพาบางคนหนีจากดินแดนที่ชั่วร้ายได้
กระทิงนั้นเข้าไปเชื่อมต่อกับรถม้าและลากรถออกไปขณะที่หลี่ฉีเย่เข้าไปนั่งในรถและสูดดมบรรยากาศที่คุ้นเคย
" แอ๊ดด " กระทิงตัวนี้ค่อยลากรถม้าไปช้าๆด้วยจังหวะที่คุ้นเคยอย่างในอดีต
ขณะเดียวกัน หลี่ฉีเย่ก็หลับตาลงและปล่อยให้กระทิงลากรถม้าไปข้างหน้า ในเวลานี้หลี่ฉีเย่รู้สึกราวกับเวลาไร้สิ้นสุด แม้ว่าโลกจะมีความกว้างใหญ่ขนาดไหนเขาก็จะทำในสิ่งที่เขาพอใจ วันเวลาไร้สิ้นสุดไม่สามารถทำอะไรเขาได้
เสียงเอี้ยดอ๊าดของความเก่าแก่จากรถม้าดังออกมาให้ได้ยิน เสียงนี้สร้างความรื่นรมย์ให้กับหลี่ฉีเย่อย่างมาก
กระทิงนั้นลากรถม้าและเดินเป็นจังหวะ - ไม่เร็วเกินไปและไม่ช้าเกินไป การลากของกระทิงและการนั่งของคนภายในหลอมรวมกับเป็นจังหวะที่อยู่ในชั่วนิรันดร์และไม่มีการเปลี่ยนแปลง มันเหมือนกับไม่มีอะไรมาทำลายจังหวะเหล่านี้ได้
สุดท้ายกระทิงก็เดินมาและหยุดลง ตอนนี้มันอยู่ใจกลางตำแหน่งของสำนักศักดิ์สิทธิ์ ช่วงเวลาที่มันหยุดหลี่ฉีเย่ที่หลับอยู่ได้ลืมตาตื่น
เขากระโดดลงมาจากรถม้าและยืนทามกลางซากปรักหักพังก่อนจะเอ่ยถามกระทิง " มันอยู่ที่นี่ ? "
" ม่ออ ! " กระทิงนั้นพยักหน้าและของมันเล็กน้อย ในเวลานี้หลี่ฉีเย่อดไม่ได้ที่จะกลายเป็นจริงจังขณะมองรอบๆ
" หวังว่าสิ่งนั้นจะถูกกลั่นแล้ว ไม่ใช่นั้นมันจะมีปัญหาเล็กน้อย " หลี่ฉีเย่จ้องมองพื้นดินราวกับว่าเขาจะมองผ่านดินแดนแห่งนี้
สุดท้ายเขาก็สูดลมหายใจเข้าลึกและกลายเป็นจริงจังก่อนจะออกคำสั่ง " นำมันออกมา ไม่ว่ามันจะถูกกลั่นแล้วหรือไม่ พวกเราก็ต้องนำมันไปด้วย ย้อนกลับไปในเวลานั้นมันไม่ได้ไร้เหตุผลที่เผ่าพันธ์ุหมิงเลือกที่นี่ ตอนนี้เขาจะนำมันไปด้วย "
หลังจากกล่าวเสร็จเสียงระเบิดก็เกิดขึ้น สมบัติจำนวนมากก็ปรากฏเหนือหัวของหลี่ฉีเย่ คันฉ่องกลั่นหยินหยางอมตะ , ระฆังปีศาจ , โคมไฟสีดำ , ผนึกสวรรค์ห้าประตู...สุดยอดสมบัติมากมายถูกใช้ออกมาเพื่อคุ้มครองหลี่ฉีเย่
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น