672
ตอนที่ 672 มาถึงแม่น้ำ
หลังจากนั้นไม่นานหลี่ฉีเย่ก็เดินมาด้านข้างของหยวนไฉ่เหอ และแน่นอนว่าเทียยี่ได้ไปเดินนำหน้าพวกเขาทั้งสอง
" พวกท่านทั้งสองพูดอะไรกัน ? " เหลือบมองไปยังปีศาจด้านหน้า หยวนไฉ่เหอถามหลี่ฉีเย่ด้วยรอยยิ้ม นี้เป็นรอยยิ้มที่สง่างามและงดงามอย่างเหลือเชื่อ
หยวนไฉ่เหอนั้นไม่เคยคิดแข่งขันกับคนอื่น ดังนั้นนางมักจะเงียบสงบและมีหัวใจที่บริสุทธิ์เสมอ ทว่านั้นไม่ได้หมายความว่านางจะโง่ ตรงกันข้ามนางนั้นฉลาดอย่างมาก ดังนั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะซ่อนสิ่งต่างๆจากนาง มันเป็นเพียงแค่นางไม่อยากจะทำให้คนอื่นลำบากใจ
หลี่ฉีเย่เหลือบมองไปยังปีศาจก่อนจะตอบอย่างสบายๆ " เพียงแค่พูดคุยกันเล็กน้อย " เขาไม่ได้เอ่ยสิ่งใดอีก แต่ไม่อาจหลบหนีการจ้องมองของนาง
หยวนไฉ่เหอนั้นอมยิ้มเงียบๆและไม่เอ่ยถามอีก นางไม่ใช่พวกชอบอย่างรู้เรื่องคนอื่น
หลี่ฉีเย่อดไม่ได้ที่จะมองไปที่นาง และสัมผัสผมบนไหลของนางและเอ่ย " เจ้าเป็นหญิงสาวที่งดงามจริงๆ "
การกระทำแบบนี้อาจจะดูหน้าเกลียดหรือไม่มีใครกล้าทำ ทว่าหลี่ฉีเย่กับทำมันได้อย่างเป็นธรรมชาติ
" ในแง่ของความงาม พวกเขาต้องเอ่ยถึงเทพธิดาหมิงจากอาณาจักรนักปรุงยา " หยวนไฉ่เหอเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม
หลี่ฉีเย่เพียงหัวเราะและไม่ได้เอ่ยสิ่งใดอีก
ทั้งสามนั้นตรงไปยังแม่น้ำยอดสวรรค์ ช่วงเวลาที่พวกเขามาถึงแม่น้ำพวกเขาก็พบว่ามีฝูงชนจำนวนมากรออยู่ก่อนแล้ว
แม่น้ำยอดสวรรค์ เป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อว่าเกาะแม่น้ำยอดสวรรค์ มันไหลผ่านภูเขายอดสวรรค์ สายน้ำนี้ไหลผ่านพื้นดินไปอีกหลายล้านไมล์
เมื่อยืนอยู่ด้านข้างของแม่น้ำที่ยิ่งใหญ่นี้และมองไปด้านหน้า พวกเขาจะเห็นแม่น้ำที่กว้างใหญ่และงดงาม มันอาจจะกล่าวได้ว่าที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะกับกระทิงมังกรอย่างมาก
" เป็นสถานที่ที่ดี " ปีศาจเก่าแก่นั้นถอนหายใจขณะมองไปรอบๆ จากนั้นเขาก็เลือกสถานที่ให้กับหลี่ฉีเย่
เมื่อทั้งกลุ่มนั่งลงและมองไปด้านหน้าอีกครั้ง มีเพียงสายน้ำขนาดใหญ่เบื้องหน้า ปีศาจมดเอ่ยอย่างตื่นเต้น " พวกเรามาถูกเวลา กระทิงมังกรนั้นยังไม่ได้ข้ามแม่น้ำ "
หลี่ฉีเย่มองไปที่เขาและเอ่ย " เจ้ามาที่นี่เพื่อซัลเฟอร์อมตะเช่นกัน ? "
" ไม่ ไม่ ข้ามาที่นี่เพียงเพราะความสนุก " ปีศาจมดเอ่ยด้วยรอยยิ้ม " ปีศาจน้อยตนนี้จะเฝ้าดูเทพธิดาหยวนและนายน้อย พร้อมกับให้กำลังใจอยู่ด้านข้าง "
หลี่ฉีเย่เหลือบมองเขาและไม่ได้สนใจเขาจะเอ่ยความจริงหรือไม่ก่อนจะหันไปจ้องแม่น้ำด้านหน้า
กระทิงมังกรเป็นอสูรดุร้ายชนิดหนึ่ง แต่คนอื่นๆยังยกพวกมันเป็นสัตว์ในตำนาน ตำนานกล่าวว่ากระทิงมังกรนั้นเป็นลูกของมังกรที่แท้จริงและกระทิงอมตะ และเพราะพวกมันมีสายเลือดของมังกรที่แท้จริง พวกมันจึงถูกเรียกระทิงมังกร
ความจริง ไม่มีใครรู้ว่ากระทิงมังกรในปัจจุบันเป็นเชื้อสายของมังกรที่แท้จริงจริงหรือไม่
หากกระทิงมังกรนั้นมีเศษเสี้ยวของสายเลือดมังกรที่แท้จริง เช่นนั้นแม้ว่ามันจะมีจำนวนน้อย กระทิงเหล่านี้ก็จะกลายเป็นราชันในฝูงของมัน ตำนานกล่าวว่ามีกระทิงนี้มีอำนาจมากขึ้นมันสามารถเปลี่ยนตัวเองไปสู่มังกรที่แท้จริงหรือกระทิงศักดิ์สิทธิ์
แน่นอนว่าที่ทุกคนมาวันนี้ไม่ได้มาเพื่อสายเลือดของกระทิง เพราะว่าพวกเขารู้ดีว่าอาจจะไม่พบกระทิงเชื้อสายมังกรในจำนวนกระทิงสิบล้านตัวก็เป็นได้
พวกเขาทั้งมาที่นี่เพื่อซัลเฟอร์อมตะที่ตกลงมาจากกระทิงเพราะว่าพวกเขาสามารถขายมันได้ราคาสูง ซัลเฟอร์ยิ่งมีคุณภาพดียิ่งราคาสูงอย่างมาก
ซัลเฟอร์อมตะที่มีค่าที่สุดนั้นตกมาจากกระทิงชนิดเดียว นั้นคือกระทิงราชัน แน่นอนซัลเฟอร์ที่มาจากรกระทิงราชันนั้นดีกว่ากระทิงมังกรทั่วไปอย่างมาก มันมีผลในการล้างพิษและสามารถปัดเป่าความชั่วร้ายทั้งหลายได้ เมื่อผสมกับส่วนผสมอื่นๆมันจะมีผลที่น่าทึ่ง
แน่นอนว่าไม่ใช่กระทิงทุกตัวจะมีซัลเฟอร์อมตะ ในจำนวนกระทิงหนึ่งพันตัว มันอาจจะไม่มีซัลเฟอร์อมตะปรากฏเลยก็ได้ นี้ทำให้ราคาของมันสูงอย่างมาก
นอกจากนี้ เพื่อที่จะบอกว่ามันเป็นซัลเฟอร์อมตะจริงหรือไม่ พวกเขาจำเป็นต้องมีนักปรุงยาที่มากประสบการณ์ พวกเขาจะต้องสังเกตสี กลิ่น ความละเอียดเพื่อที่จะบอกว่ามันเป็นซัลเฟอร์อมตะจริงหรือไม่
ทุกคนล้วนมีเวลาเพียงพริบตาเพื่อที่จะตรวจสอบว่ามันใช่ซัลเฟอร์อมตะจริงหรือไม่ ดังนั้นจึงต้องมีประสบการณ์ที่สูง มีเพียงนักปรุงยามากความสามารถที่จะวัดพวกมันได้อย่างแม่นยำ เนื่องจากยังต้องแข่งกับนักปรุงยาคนอื่นๆ คนที่เก่งมากจะสามารถบอกสิ่งของได้จากการดูที่สีของมัน
ด้วยเหตุนี้ผู้ฝึกตนจึงเลือกทำงานร่วมกับนักปรุงยาและร่วมมือกันเพื่อรับซัลเฟอร์อมตะ
กระทิงมังกรนั้นเร็วอย่างมาก พวกมันมักจะข้ามแม่น้ำด้วยความเร็วสูง ในเวลาเดียวกันพวกมันก็ยังทรงพลัง ดังนั้นการจับพวกมันเพื่อเอาซัลเฟอร์อมตะล้วนไม่สามารถทำเพียงลำพัง
ในเวลาทุกคนมองไปยังกลุ่มของหลี่ฉีเย่ แน่นอน พวกเขาไม่เหลือบมองหลี่ฉีเย่แม้แต่หางตา แต่พวกเขามองหยวนไฉ่เหอ
ในฐานะหนึ่งในสี่อัจฉริยะนักปรุงยาของโลกสมุนไพรหินและเป็นแขกของเชื้อสายจักรพรรดิหลายครั้ง หยวนไฉ่เหอมีสถานะสูงมาก ผู้เชียวชาญหลายคนแวะมาทักทายนางทันทีที่เห็นนางปรากฏตัว
แน่นอนว่าผู้คนไม่ได้ใส่ใจกับหลี่ฉีเย่นัก แม้ว่ามนุษย์จะหาได้ยากในโลกนี้ แต่ไม่มีใครจดจำเขายามที่ยืนข้างหยวนไฉ่เหอ
เจ้าชายเสือดาวทองคำมาพร้อมกับกลุ่มของผู้เชียวชาญและอยู่บนยอดเขาสูงที่เป็นพื้นที่ที่ได้เปรียบ เขามองหลี่ฉีเย่อย่างเย็นชา
แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะว่าหลี่ฉีเย่มีเสน่ห์ แต่เพราะราชันสมุนไพรที่อยู่ในตัวเขาเป็นสิ่งที่เจ้าชายต้องการ ทว่าเขาไม่กล้าที่จะลงมือเมื่อเจ้าสารเลวนี้เดินทางมาพร้อมกับหยวนไฉ่เหอ
ตามปกติ หากหยวนไฉ่เหอจากไป เช่นนั้นมันก็จะต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ตราบใดที่หลี่ฉีเย่อยู่เพียงลำพังเขาจะไปปล้นมันมาอย่างแน่นอน
" ที่นี่มีคนจำนวนมากจริงๆ ไม่เลว ไม่เลว อย่างน้อยเชื้อสายจักรพรรดิก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ ไม่เช่นนั้นคนไม่ได้เห็นสิ่งใดแน่ " ปีศาจมดมองไปรอบๆอย่างโล่งอกขณะตบอกตัวเองเบาๆ
ในเวลานี้ผู้เชียวชาญหลายพันคนอยู่ด้านข้างแม่น้ำ ส่วนใหญ่นั้นเป็นหินยักษ์และปีศาจที่เปลี่ยนรูปร่าง บางคนนั้นมีร่างกายเป็นหิน ขณะที่บางคนนั้นมีร่างกายเป็นปลา แน่นอนเผ่าปีศาจยิ่งมีความหลากหลายมากกว่า บางคนมีหัวเป็นงูตัวเป็นมนุษย์ บางคนหัวเป็นมนุษย์ตัวเป็นกวาง...
ในหมู่ผู้เชียวชาญ ยังมีบางกลุ่มไปจับจ้องยอดเขาใกล้แม่น้ำ ยังมีบางกลุ่มลอยตัวบนชั้นฟ้า...ส่วนใหญ่ล้วนมากับนักปรุงยา
แม้ว่าซัลเฟอร์อมตะนั้นจะมีค่าและหายาก แต่แหล่งกำเนิดพวกมันไม่ได้จัดเพียงแม่น้ำยอดสวรรค์ ดังนั้นมีเพียงนิกายทรงอำนาจไม่มากที่มาที่นี่
หลี่ฉีเย่เอ่ยหลังจากเห็นลักษณะที่ขี้ขลาดของปีศาจมด " ในเมื่อเจ้ากลัวเชื้อสายจักรพรรดิมากเช่นนี้ เจ้าไปทำอะไรที่พวกเขาไม่สามารถยกโทษให้มา ? "
" นายน้อย ท่านเข้าใจข้าผิดอีกแล้ว " ปีศาจมดนั้นรีบเอ่ยอธิบายอย่างจริงจัง " นายน้อยลองคิดดู ข้าเป็นเพียงปีศาจตัวน้อย จะไปทำอะไรกับเชื้อสายจักรพรรดิได้ ? ฮ่าฮ่า ปีศาจน้อยตนนี้เพียงแค่ไม่เคยเห็นโลกมาก่อน ดังนั้นข้าจึงกังวลเล็กน้อย "
แน่นอนว่าหลี่ฉีเย่ไม่ได้เชื่อคำเหล่านี้และอมยิ้มตอบ
ทว่าช่วงเวลาที่ปีศาจมดนั้นเอ่ยเสร็จ เรือลำใหญ่ก็พุ่งลงมาจากฝากฟ้า มันกดขี่ผู้คนด้วยกลิ่นอายที่รุนแรงและลงจอดที่ชายฝั่ง
ชายฝั่งนั้นถูกจับจองด้วยนิกายใหญ่ แต่เรือลำนี้ไม่สนใจเหล่าผู้คนที่อยู่เบื้องล่าง
" ถอยมา ! " ผู้เชียวชาญที่ครอบครองพื้นที่คำรามด้วยความโกรธ ในหมู่พวกเขาผู้นำนิกายได้แบกศิษย์หนีไปด้วยความเร่งรีบ
" ตูม ! " เรือนั้นลงจอดบนชายฝั่งและกินพื้นที่ทั้งหมด
การแสดงออกเช่นนี้เต็มไปด้วยควาเผด็จการและไม่แยแสผู้คนอย่างสิ้นเชิง
ในความจริงนิกายที่ครอบครองพื้นที่นี่ก่อนหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ ผุ้อาวุโสแทบจะพุ่งออกไปเพื่อขอคำอธิบาย แต่เพียงครู่เดียวที่สังเกตเห็นธงบนเรือพวกเขาทำได้เพียงกลืนมันลงไป
" นิกายผลึกมณีทะเล..." ผู้เชียวชาญจากนิกายนั้นอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงหลังจากเห็นธงนี่
ในเวลานี้คำจำนวนมากมองมายังเรือขนาดใหญ่และสังเกตเห็นกลุ่มคนที่ยืนอยู่ด้านบนเรือปลดปล่อยพลังงานในสายเลือดเป็นเชื้อเพลิง พวกเขาทั้งหมดมาจากเผ่าปีศาจ
พวกเขาทั้งหมดยืนล้อมรอบสตรีที่มีลักษณะงดงามและทรงเสน่ห์ นางนั้นรูปร่างเย้ายวนและงดงามด้วยสีสันที่แตกต่าง เอวของนางคล้ายกับงูที่เคลื่อนไหวไปมาอย่างน่าหลงใหล
" เจ้าหญิงมังกรประกายทะเล ! " ผู้เชียวชาญหลายคนเปลี่ยนการแสดงออกเมื่อเห็นนาง ถึงแม้เรือยักษ์นั้นจะกดขี่ผู้คนอย่างมากก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไร
" ดูเหมือนว่าข้าไม่ได้มาสาย " คนที่ถูกเรียกว่าเจ้าหญิงมังกรเอ่ยด้วยรอยยิ้มสดใสและมองไปยังแม่น้ำเบื้องหน้า
แม้ว่าพวกเขาจะมาปรากฏตัวอย่างก้าวร้าวและเต็มไปด้วยความไม่สุภาพ แต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะต่อว่าพวกเขาในเวลานี้
เหตุผลนั้นง่ายมาก นิกายผลึกมณีทะเลนั้นเป็นเชื้อสายจักรพรรดิที่มีเชื่อเสียงในโลกสมุนไพรหิน พลังของพวกเขานั้นยิ่งใหญ่อย่างมากเพราะถูกตั้งขึ้นโดยจักรพรรดิอมตะจิงหยู่ ! มีมากกว่าสิบประเทศที่อยู่ภายใต้ธงของพวกเขา ดินแดนของพวกเขาจึงกว้างใหญ่และสามารถจินตนาการได้ถึงอำนาจของพวกเขา !
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น