665

อนที่ 665 การบ่มเพาะอย่างสบายๆ

" ข้ารู้ว่าเจ้ารู้สึกไม่พอใจ " เสียงโบราณเอ่ย " แต่พวกเราไม่ทางทำอะไรกับมันได้ ประเทศไผ่ยักษ์นั้นอาจจะไม่แข็งแกร่ง แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในประเทศระดับแรก แต่ลำดับของพวกเขาก็ยังอยู่ล่างๆ ทว่าในจิตใจของตัวตนอมตะทุกคน มันเป็นดินแดนต้องห้ามในโลกสมุนไพรหินของพวกเรา "

" ดินแดนต้องห้าม ? " เหล่าผู้อาวุโสล้วนตกตะลึงเพราะพวกเขาพึงจะเคยได้ยินเป็นครั้งแรก ผู้นำตระกูลอดไม่ได้ที่จะเอ่ย " ทำไมเป็นเช่นนั้น ? "

" อย่าได้ถามข้าเพราะข้าเองก็ไม่รู้รายละเอียด ไม่ว่าจะอย่างไรมันก้เป็นดินแดนต้องห้าม หากไม่เป็นเช่นนั้นทำไมประเทศถึงครอบครองพลังงานโลกจำนวนมหาศาลจากภูเขาปราณฟ้ามาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นแห่งเวลาโดยไม่มีใครคัดค้าน ? " เสียงของบรรพชนเอ่ย " แม้แต่อาณาจักรนักปรุงยาก็ยังไม่ง่ายที่จะกล้าก้าวเข้าไปในประเทศไผ่ยักษ์ นักปรุงยาจักรพรรดิร้อยสมุนไพรของพวกเขาล้วนโลภอยากได้น้ำทิพย์อมตะ ทว่าแม้แต่เขาก็ยังไม่กล้าที่จะเข้าไปลอง ! "

หลังจากได้ยินคำกล่าวนี้ ทั้งหมดกลายเป็นสับสน หรือมันอาจจะกล่าวได้ว่าประเทศไผ่ยักษ์มีบางสิ่งที่แม้แต่อาณาจักรนักปรุงยาก็ยังกลัว ?

" หรือเป็นเทพผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ ? "  ผู้นำตระกูลเอ่ย

เสียงของบรรพชนตอบ " ข้าเกรงว่าจะไม่มีใครรู้ อย่างน้อยข้าก็ไม่รู้ ในเวลานี้อย่าได้คิดจะโจมตีประเทศไผ่ยักษ์ ความสงบในดินแดนนั้นเป็นสิ่งที่ห้าทำลาย การทำลายมันจะนำหายนะที่รุนแรงมาสู่ตระกูล "

ผู้อาวุโสและผู้นำตระกูลกลายเป็นเงียบ ในเมื่อบรรพชนศักดิ์สิทธิ์พูดเช่นนั้น พวกเขาก้จะไม่คิดถึงมันอีก

" แต่เลือดของคนตระกูลหวังฟู่ของเราจะต้องไม่เสียเปล่า " บรรพชนเอ่ยอีกครั้งด้วยเสียงต่ำ " ผู้นำตระกูลกล่าวเรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะว่าหลี่ฉีเย่ ? หากเป็นเช่นนั้นความตายจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต ใช้เลือดของเจ้าเด็กนี้ลางความอัปยศ อย่าได้ก้าวเข้าไปในประเทศไผ่ยักษ์ รอจนกระทั้งเจ้าเด็กนี้จากไป จากนั้นก็เก็บมันซะ ! ให้ผู้คนรู้ว่าใครที่กล้าต่อต้านตระกูลหวังฟู่ล้วนไม่มีจุดจบที่ดี "

ผู้นำตระกูลโค้งคำนับและเอ่ย " ศิษย์เข้าใจแล้ว "

" นำเฮาเอ๋อร์มาที่นี่ ข้าจะรักษาเขาเอง " เสียงโบราณเอ่ยอีกครั้ง

ผู้นำตระกูลเต็มไปด้วยความสุข บรรพชนศักดิ์สิทธิ์ไม่เพียงมีการบ่มเพาะที่แข็งแกร่ง เขายังเป็นนักปรุงยาที่น่าอัจศจรรย์ ด้วยการช่วยเหลือของเขา เฮาเอ๋อร์จะต้องหายดี

****

ในเวลานี้ประเทศไผ่ยักษ์เต็มไปด้วยความเงียบ ตระกูลฉิงนั้นถูกทำลาย และเหล่าคนที่สนับสนุนพวกเขาหายไปที่ะลคน ราชวังนั้นกลายเป็นมั่นคงยิ่งกว่าก่อนหน้า บางทีมันจะมั่นคงอีกนานหลังจากเห็นการณ์นี้

ต้นไผ่ยักษ์ภายในเมืองหลวงยังคงทำให้ผู้คนหวาดกลัว ในเวลานี้ทุกครั้งที่มีคนเข้าเมืองหลวงพวกเขาจะมองดูต้นไผ่ยักษ์ด้วยความรู้สึกเคารพอย่างสุดหัวใจ พวกเขากระทั้งมาสวดอ้อนวอนให้มันคุ้มครองตระกูลและบ้าน

หลังจากฆ่าบรรพชนหวังฟู่และผู้เชียวชาญจำนวนมาก หลี่ฉีเย่ไม่จัดการเรื่องใดๆในประเทศไผ่ยักษ์อีก งานทั้งหมดถูกโยนไปให้นายหญิงฉีเยียน นางยังคงเป็นผู้ปกครองประเทศเช่นก่อนหน้าและดูแลภาพรวมทั้งหมด

ความจริงนางและสิบแปดบรรพชนปีศาจต้องการให้หลี่ฉีเย่ขึ้นรับตำแหน่งผู้ปกครอง ทว่าหลี่ฉีเย่ไม่ได้สนใจ เพราะเรื่องนี้พวกเขาจึงไม่พูดถึงมันอีก

หลี่ฉีเย่ยังคงอยู่ในราชวังและไม่ก้าวออกไปด้านนอก เขาเพียงปิดประตูบ่มเพาะ เขาได้บ่มเพาะอย่างระมัดระวัง ด้วยความพยาม ความเร็วในการพัฒนาค่อนข้างมาก

สำหรับผู้ฝึกตน ระดับองค์รักษ์เทพสวรรค์นั้นมีความสำคัญมากเพราะมันเป็นดินแดนที่ทำให้พวกเขาติดต่อกับยอดเต๋าเพื่อสร้างพวกมันขึ้นมาเองได้ นี้เป็นการสร้างพื้นฐานสำหรับกลายเป็นราชันเทพสวรรค์ หรือแม้แต่บรรพชนเที่ยงธรรมในอนาคต มีเพียงการพยามเชื่อมต่อกับยอดเต๋าของพวกเขาเท่านั้นที่จะทำให้มันมั่นคงได้ จากการทำสิ่งนี้เมื่อไปถึงบรรพชนเที่ยงธรรมพวกเขาจะสร้างยอดเต๋าเป็นของตัวเองได้

การสื่อสารกับยอดเต๋าและศึกษาความลึกลับของมันเป็นเหมือนกับชิ้นส่วนของเค้กสำหรับหลี่ฉีเย่ ไม่มีใครในโลกจะมีประสบการณ์เกี่ยวกับยอดเต๋าไปมากกว่าเขาและเข้าใจความลึกลับของมันได้มากกว่าเขา

แน่นอนยังไม่ต้องเอ่ยถึงว่าหลี่ฉีเย่มีสิบสามวงแหวน เขาเป็นเพียงคนเดียวที่บรรลุถึงระดับนี้ สิบสามแหวงวงนนั้นอยู่เหนือสวรรค์ชั้นสูงและทักษะนับหมื่น ด้วยอำนาจที่ยอดเยี่ยมนี้ ไม่มีอะไรเป็นปัญหาสำหรับเขา

มันอาจจะกล่าวได้ว่าความรู้เกี่ยวกับทักษะและเทคนิคทั้งหมดอยู่กับเขาหมดแล้ว ภายใต้การฝึกฝนแม้แต่ทักษะที่เรียบง่ายก็ยังกลายเป็นทรงพลัง เพียงการเคลื่อนไหวเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะเชื่อมต่อกับยอดเต๋าและเรียกใช้ทักษะนับหมื่น

นอกจากบ่มเพาะพื้นฐาน หลี่ฉีเย่ใช้เวลาที่เหลือกลั่นผนึกโลก ในเวลานี้อาวุธพรสวรรค์ของเขาเริ่มที่จะสร้างรุปแบบ ดังนั้นมันจึงต้องการพลังงานในสายเลือดเพิ่มมากขึ้น

หลังจากทำสิ่งเหล่านี้เสร็จจนเขาไม่มีอะไรจำทำ หลี่ฉีเย่จะหยิบหินที่ถูกทิ้งไว้โดยจักรพรรดิอมตะว่านชิขึ้นมาดู จากนั้นก็เป็นสมบัติอื่นๆ อย่างเช่นสิ่งของภายในไก่ปรุงยา

พูดเกี่ยวกับไก่ปรุงยา มันเต็มไปด้วยอิสระและความสบาย มันอาจจะกล่าวได้ว่ามันชอบเขนปรุงยาแห่งตายของหลี่ฉีเย่  เขตปรุงยาแห่งความตายนี้เป็นบ้านของบรรพชนโสม และสมุนไพรอมตะ

สำหรับตัวไก่ มันชอบเขตนี้มากที่สุดและพิจราณาตัวเองเป็นผู้ดูล มันทำหน้าที่เตรียมปุ๋ยน้ำ , ใส่ปุ๋ย และกัดกินแมลง

แน่นอนปุ๋ยที่ว่าก็คือปัสสาวะและอุจจระของมัน ! แม้ว่าเขตปรุงยาของหลี่ฉีเย่จะไม่ธรรมดา แต่ไก่ปรุงยานั้นเกิดมาจากเต๋าแห่งการปรุงยา ดังนั้นปุ๋ยของมันจึงเหมาะกับสมุนไพรอมตะมากที่สุด

เพราะเหตุนี้ไก่ปรุงยาจึงชอบที่จะอยู่ในเขตสมุนไพร สมุนไพรอมตะแต่ละต้นล้วนชอบให้มันมาอยู่รอบๆ

ความพยามอย่างหนักของมันสุดท้ายก็บรรลุผล ตั้งแต่มันเกิดมาจากเต๋าแห่งการปรุงยา การถูกหล่อเลี้ยด้วยอำนาจของเขตสมุนไพรทำให้มันแข็งแกร่งขึ้น ร่างกายของมันยังเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ ในเวลาเดียวกันเมื่อร่างกายของมันพัฒนา มันจะทำให้งานนี้ได้ดีมากยิ่งขึ้น

หลี่ฉีเย่นั้นมีสมบัติมากเกินไป ดังนั้นเขาจึงไม่ได้พลังงานจำนวนมากในการเลี้ยงสมุนไพรอมตะ ไก่ตัวนี้ได้ดูเขตสมุนไพรแทนเขา ทำให้เขาลบบางอย่างออกไปจากตารางงานได้

ภายในพริบตา หลี่ฉีเย่ก็อยู่ที่ประเทศไผ่ยักษ์มากว่าครึ่งปี และการประชุมนักปรุงยาก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

วัหนนึ่งนายหญิงฉีเยียนก็มาพบหลี่ฉีเย่และเอ่ย " การประชุมนั้นใกล้เข้ามาแล้ว ข้าวางแผนที่จะไปเข้าร่วมหลังจากฉลองวันเกิดของบิดาแห่งต้นไม้แอลป์ " 

บิดาแห่งต้นไม้แอลป์ ? " หลี่ฉีเย่หยุดชั่วครู่หลังจากได้ยินเรื่องนี้ เขามองไปที่นายหญิงก่อนจะเอ่ย " บิดาแห่งต้นไม้แอลป์ที่เจ้าพูดหรือจะเป็นตาแก่จากเส้นเลือดแอลป์ ? "

" ถูกต้อง บิดาแห่งต้นไม้แอลป์นั้นมาจากเส้นเลือดแอลป์ " นายหญิงฉีเยียนรีบเอ่ย " วันเกิดอายุครบห้าแสนปีของเขากำลังจะมาถึง ในเวลานี้แม้แต่ขุมอำนาจหรือเชื้อสายจักรพรรดิก้ยังส่งคนไปแสดงความยินดี ประเทศไผ่ยักษ์ของพวกเราก็ถูกเชิญ ดังนั้นข้าวางแผนจะไปแสดงความยินดีกับเขา "

หลี่ฉีเย่อดไม่ได้ที่จะนึกถึงบางสิ่งเมื่อนายหญิงเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมา เขาพึมพำ " ตาแก่จากภูเขาแอลป์ อ่า..."

" นายน้อยรู้จักบิดาแห่งต้นไม้แอลป์ด้วย ? " นายหญิงฉีเยียนอดไม่ได้ที่จะถาม หลังจากเห็นการแสดงออกของหลี่ฉีเย่

หลี่ฉีเย่อมยิ้มกับคำถามนี้และเอ่ย " ห้าแสนปีแล้ว...โลกช่างไร้ความปราณีจริงๆ "

วันเกิดครอบรอบห้าแสนปีแน่นอนว่ามันต้องเป็นเรื่องใหญ่ แม้ว่าจะมีตัวตนหลายคนที่อยู่รอดมาตั้งแต่ยุคโบราณ แต่พวกเขาก็ถูกผนึกด้วยหินหยดเลือดและฝังใต้ดิน ผู้ฝึกตนแบบนี้อาจจะกล่าวได้ว่าไร้ชิวีต แม้ว่าพวกเขาจะถูกผนึกมากว่าล้านก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขามีอายุล้านปี อายุที่แท้จริงของพวกเขานับตาเวลาที่พวกเขาใช้บนโลก

ห้าแสนปีแน่นอนว่าเก่าแก่อย่างมาก แม้ว่าผู้ฝึกตนจะอยู่นานกว่านี้ได้ แต่ส่วนใหญ่อายุจริงๆเพียงหนึ่งแสนปีก็หายากแล้ว ไม่ต้องเอ่ยถึงห้าแสนปี

ความจริงแม้แต่ราชันเทพก็ไม่สามารถอยู่มาได้ถึงห้าแสนปี มันอาจจะกล่าวได้ว่าในเก้าโลกจักรพรรดิอมตะก็ยังไม่มีทางอยู่ได้นานขนาดนี้ !

นายหญิงฉีเยียนพยักหน้าเอ่ย " เป็นเช่นนั้น ในโลกสมุนไพรหิน นอกจากเทพผู้พิทักษ์ของประเทศเรา ข้าเชื่อว่าไม่มีใครเก่าแก่กว่าบิดาแห่งต้นไม้แอลป์ บิดาแห่งต้นไม้แอลป์และเทพผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ของเราทั้งสองล้วนเป็นปีศาจต้นไม้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกสมุนไพรหิน "

" นั้นอาจจะไม่ถูก " หลี่ฉีเย่ส่ายหัวและเอ่ย " ประเทศไผ่ยักษ์ของพวกเราไม่ใช่ปีศาจต้นไม..."

นายหญิงฉีเยียนกล่าวอย่างไม่เห็นด้วย " ไม่ใช่ปีศาจต้นไม้ ? เทพผู้พิทักษ์ของพวกเราถูกเรียกว่าเทพ ดังนั้นเขาต้องไปถึงยอดเต๋า นอกจากนี้ข้าเกรงว่าในโลกสมุนไพรหินไม่มีใครอยู่มานานกว่าเทพผู้พิทักษ์ของเรา "

" เจ้าใช้อะไรกำหนดว่ามันเป็นปีศาจ ? " หลี่ฉีเย่อธิบายด้วยรอยยิ้ม " ปีศาจนั้นได้รับปัญญามาจากเต๋า แต่ไผ่ยักษ์ของพวกเรายังไม่ประสบความสำเร็จในส่วนนี้ "

คำกล่าวเหล่านี้ทำให้นายหญิงตกตลึง นางนั้นคิดมาเสมอว่าไผ่ยักษ์นั้นกลายเป็นปีศาจ หลังจากการลงมือในครั้ง เหตุการณ์ล่าสุดทำให้นางเชื่อว่าจะต้องกลายเป็นราชันเทพ

แต่ตอนนี้คำกล่าวของหลี่ฉีเย่ทำให้นางประหลาดใจ และเอ่ยถามด้วยความงุนงง " เทพผู้พิทักษ์ของพวกเราไม่ได้กลายเป็นปีศาจ ? "

สำหรับตัวตนอย่างไผ่ยักษ์ การกลายเป็นปีศาจนั้นเป็นสิ่งที่ง่าย แต่มันก็ไม่ได้เป็น สิ่งนี้ทำให้ผู้คนเริ่มสับสน

" ไม่ กล่าวตามตรงมันเป็นเพียงแค่ต้นไผ่ยักษ์ แน่นอนว่าเจ้าสามารถเรียกมันว่าต้นไผ่อมตะหรือต้นไผ่ศักดิ์สิทธิ์ แต่มันไม่ใช่ปีศาจแน่นอน " หลี่ฉีเย่เอ่ย

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

732

750

751