662

ตอนที่ 662 สั่งหารตระกูลด้วยรอยยิ้ม

" ข้าจะพูดแค่ครั้งเดียว ในเมื่อข้าได้ให้โอกาสแล้ว แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครต้องการมัน ! " หลี่ฉีเย่เอ่ยช้าๆ " ดังนั้นพวกเจ้าทั้งหมดมีจุดจดเพียงหนึ่งเดียว และนั้นคือการอาบแผ่นดินด้วยเลือดของพวกเจ้า ! ฆ่าพวกมันให้หมด ! " หลังจากกล่าวเสร็จ เขาก็ปรบมือเข้าด้วยกัน

ความหยิ่งยโสของหลี่ฉีเย่ทำให้คนจำนวนมากกลายเป็นตกตะลึง คำกล่าวของเขาอุกอากมากเกินไป ตรงหน้าเขาคือบรรพชนเที่ยงธรรม ! กระทั้งบรรพชนปีศาจทั้งหลายก็ยังมองหน้ากัน ในเวลานี้พวกเขาไม่รู้ว่าต้องทำสิ่งใด หรือพวกเขาควรจะยืนดู ?

บรรพชนตระกูลหวังฟู่ยังคงจ้องไปยังหลี่ฉี่เย่ เขาต้องการจะดูว่าประเทศไผ่ยักษ์ยังซ่อนอะไรไว้อีก

ในเวลานี้ราชันเทพสวรรค์ของตระกูลฉิงก้าวไปด้านหน้า พลังงานในสายเลือดของเขาระเบิดขึ้นเต็มชั้นฟ้าราวกับมังกร และคำราม " เจ้าโง่ คุกเข่าต่อหน้าข้า ! "

ช่วงเวลาที่คำกล่าวเหล่านี้ออกมา ฝ่าบมือยักษ์ได้พุ่งตรงไปยังหน้าหลี่ฉีเย่ ต้องการจะจับตัวเขาอย่างมีชีวิต

หลี่ฉีเย่ไม่มีแม้แต่เหลือบตามองฝ่ามือยักษ์ที่กำลังเข้ามา เข้ากำลังนั่งอย่างสบายอยู่บนเก้าอี้ ในเวลาเดียวกันนายหญิงฉีเยียนและบรรพชนทั้งสิบแปดตกใจอย่างมาก

" ปัง ! " ก่อนที่ฝ่ามือจะมาถึงตัวหลี่ฉีเย่ เสียงเล็กๆได้ปรากฏ และราชันเทพสวรรค์ทันใดนั้นก็กลายเป็นหมอกเลือด เขาไม่มีแม้แต่เสียงกรีดร้องและไม่รู้ว่าตัวเองตายยังไง

" นี้เจ้ากล้า ! " ภายในพริบตา เสียงของบรรพชนตระกูลหวังฟู่ดังขึ้น เสียงคำรามขอองเขาทำให้แม่น้ำและภูเขาสั่น ! ในเวลานี้ที่สุดเขาก็เริ่มเคลื่อนไหวและหยิบอาวุธพรสวรรค์ออกมา กระบี่ศักดิ์สิทธิ์ถูกดึงออกมาและทะยานข้ามฟ้าตัดผ่านไปยังสิ่งที่ฆ่าราชันเทพสวรรค์

" ตูม ! " แต่กระบี่ทันใดนั้นก็แตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ปลิวไปทั่วทุกที่ ต่อมาเสียง " ฉึก " ดึงขึ้นและร่างกายของบรรพชนถูกฝังอยู่ที่ประตูของราชวัง

ในเวลานี้ สายตาของเขาจ้องไปยังศัตรู แต่มันเต็มไปด้วยความกลัว เขาแทบจะไม่เห็นศัตรูเคลื่อนไหวแม้แต่อยู่ในช่วงเวลาที่ใกล้ตายของชีวิต

สุดท้ายผู้คนก็เห็นได้ว่าสิ่งที่ฆ่าบรรพชนของตระกูลหวังฟู่เป็นเพียงกิ่งของต้นไผ่ที่มีใบสดใหม่ กิ่งนี้เจาะหน้าผากของบรรพชนและฝังเข้าไว้ยังประตูวัง กิ่งนี้ได้ทำลายอาวุธพรสวรรค์ของเขา หนึ่งกิ่ง หนึ่งการโจมตี สังหารบรรพชนเที่ยงธรรม ! 

นี้คือบรรพชนเที่ยงธรรม ! บรรพชนจากนิกายทรงอำนาจ ! ทว่าเขานั้นตายโดยไม่มีโอกาสสู้กลับ นี้จะไม่ให้ผู้คนตกตะลึงได้อย่างไร ?

ในเวลานี้ ปากของผู้คนเปิดกว้างและเพียงพอที่จะวางไข่ไว้ในปาก พวกเขาไม่มีใครสามารถสงบจิตใจลงได้

" ข้าได้ให้โอกาสพวกเจ้าแล้ว แต่ไม่มีใครรับมัน ทุกคนล้วนมีหนึ่งชีวิต ดังนั้นข้าทำได้เพียงขออภัย " ขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึง หลี่ฉีเย่กล่าวถ้อยคำเหล่านี้อออกมาอย่างเกียจคร้าน

ในช่วงเวลาแห่งความวุ่นวาย มีหนึ่งคนที่สงบสติลงได้และเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่น " ตระ..ตระกูลฉิงของข้ามีราชันเม็ดยา บรรพชนเที่ยงธรรมผู้เป็นอมตะ หากเจ้ากล้า..." ช่วงเวลาที่ผู้นำตระกูลฉิงเอ่ย ข้าของเขาก้าวถอยหลังไปหลายก้าว

" ตระกูลฉิง ? จากวันนี้ไปจะไม่มีตระกูลฉิงในประเทศไผ่ยักษ์ ทว่าสำหรับข้าจะให้โอกาสรอดชีวิต สำหรับผู้อาวุโสและผู้เยาว์ พวกมันทั้งหมดต้องไสหัวออกไปจากประเทศไผ่ยักษ์ ! " หลี่ฉีเย่กล่าวอย่างไม่แยแส " ทำลายตระกูลฉิงและดินแดนบรรพชนของพวกมัน ! "

" ตูม ! " บนก้อนเมฆ ผู้คนสามารถสังเกตได้ถึงแสงสีเขียวจากต้นไผ่ยักษ์ ในเวลานี้กิ่งของต้นไผ่ราวกับลูกธนู ด้วยเสียงพรึบ กิ่งนี้ได้ทะยานข้ามชั้นฟ้าไปยังดินแดนบรรพชนของตระกูลฉิง

" ตูม ! " วินาทีต่อมาเปลวไฟไร้ขอบเขตได้พุ่งสูงขึ้นจากที่ตั้งของตระกูลฉิงและทำให้ทั้งประเทศสว่าง

" ม่ายย ! " ทว่าเปลวไฟนี้เกิดขึ้นและดับลงในพริบตา มันตามมาด้วยเสียงร้องไห้ที่โศกเศร้า โลกนั้นสั่นสะเทือนราวกับมีบางทะลุแผ่นดินออกมาจากที่ห่างไกล

" ปัง !ปัง !ปัง ! " ทามกลางความสับสน กิ่งของต้นไผ่นั้นได้กลับมา ร่างของคนจำนวนนับไม่ถ้วนถูกแทงและทิ้งไว้หน้าราชวัง

" ท่านบรรพชน ไม่ ! " ช่วงเวลาที่ร่างเหล่านี้ล่วงลงมา ผู้นำตระกูลฉิงคุกเข่าและเอ่ยตะโกน " ท่านปู่ ท่านพ่อ ท่านลุง..."

" ราชันเม็ดยา ! " ผู้ฝึกตนตะโกนอย่างสยดสยองหลังจากเห็นร่างกายของชายชราทามกลางซากศพ หน้าอกของเขาถูกเจาะ เขาไม่มีทางรอด

ร่างกายเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ของตระกุลฉิง รวมถึงบรรพชนของพวกเขา ผู้อาวุโสสูงสุดและผู้อาวุโส ทุกคนล้วนถูกแทงโดยกิ่งไผ่ จากการแสดงออกของทุกคนสามารถบอกได้ว่าไม่มีใครมีอำนาจในการต่อต้านมัน - ไม่แม้แต่ราชันเม็ดยาที่ยังถูกฆ่าตายภายในหนึ่งการโจมตี !

ในเวลานี้ผู้นำตระกูลฉิงเต็มไปด้วยความโศกเศร้า เขาสูญเสียความหวังทั้งหมดหลังจากเห็นซากศพเหล่านี้ เพราะทุกคนล้วนเป็นผู้เชียวชาญตระกูลฉิง พวกเขาตัวตนล้วนทรงอำนาจ แต่ทั้งหมดล้วนตกตาย !

" ฆ่าพวกมันให้หมด อย่าให้มีชีวิตรอด " หลี่ฉีเย่เอ่ยช้าๆโดยไม่กระพริบตา

" วิ้งง ! " แสงสีเขียวได้ส่องลงมาพร้อมกับใบไผ่ที่เคลื่อนไหว หลังจากเห็นใบไผ่นี้ ผู้เชียวชาญจากทุกนิกายรวมถึงตระกูลหวังฟู่ล้วนจมอยู่ในความกลัว บางคนกรีดร้อง " วิ่งง ! "

เวลานี้หลายคนพยามหนี แต่มันสายเกินไป " ฉึก ! " ใบไผ่นั้นได้กวาดผ่านทุกคนด้วยความเร็ว รวมถึงคนจากตระกูลฉิงและตระกูลหวังฟู่...ที่ละคนที่ละคน ใบไผ่นี้ตัดหัวของพวกเขาก่อนที่มันจะค่อนๆกลิ่งลงบนพื้นดิน

ดวงตาของหลายคนเบิกกว้าง พวกเขาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อในเวลาเพียงไม่นาน พวกเขาได้เลือดที่สาดออกมาจากคอและศพไร้หัวจำนวนมาก

เลือดที่สาดออกมาเหล่านี้ราวกับน้ำพุโลหิตที่งดงาม ลำธารเลือดไหลลงบนแผ่นดินและรวมตัวกันเป็นแอ่ง

สุดท้ายศพไร้หัวจำนวนมากก็นอนเรียงรายกันอยู่บนพื้น

หลังจากได้เห็นฉากนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชมเหล่าบรรพชนปีศาจหรือนายหญิงฉีเยียน พวกเขาล้วนยืนอยู่อย่างโง่งม 

ในเวลานี้ทุกนิกายและตระกูลที่ปรากฏตัวก่อนหน้าล้วนถูกฆ่าอย่างสิ้นเชิง ไม่มีใครสักคนรอดชีวิต !

ใบไผ่นั้นค่อยๆบินลงบนฝ่ามือของหลี่ฉีเย่ หลี่ฉีเย่เปามันเบาๆ เลือดที่ติดเต็มตัวใบลอยออกไปในอากาศ

ใบไผ่นี้ยังคงเป็นสีเขียวและปรากฏประกายอ่อนโยนเช่นก่อนหน้า หลี่ฉีเย่ลูบมันเบาๆราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า

ทว่าในสายตาของคนอื่นมันไม่ได้ดูอ่อนโยน แต่เป็นอาวุธทีน่ากลัวที่สุดในโลก ! อาวุธที่ใช้ในการสังหารหมู่ !

ในเวลานี้ทุกคนได้กลายเป็นหินและไม่สามารถเอ่ยสิ่งใดได้ เมื่อความคิดไม่ทำงานจิตใจของพวกเขาเต็มไปด้วยความว่างเปล่า

ไม่มีใครคาดคิดว่าเรื่องดังกล่าวจะเกิดขึ้นและจบลงในลักษณะนี้

ก่อนหน้านี้หลายคนได้คาดคิดเกี่ยวกับการล่มสลาย บางคนมั่นใจว่าบัลลังก์อาจจะถูกแย่งชิง บางคนคิดว่าอาจจะไม่มีความสงบ และบางคิดว่าประเทศอาจจะเปลี่ยนแปลง...

ทว่าทุกคนล้วนไม่มีใครคาดคิดเกี่ยวกับต้นไผ่ยักษ์ ไม้แม้แต่นายหญิง แม้ว่านางจะมั่นใจในตัวหลี่ฉีเย่ แต่นางก้ไม่ได้คิดถึงต้นไผ่ยักษ์ ไม่มีแม้แต่ในความคิดที่นางคิดว่าจะได้เห็นต้นไผ่ยักษ์ลงมือตลอดชีวิตของนาง

ประเทศนั้นตั้งชื่อตามต้นไผ่ยักษ์เพราะมันเป็นเทพผู้พิทักษ์ของพวกเขา เรื่องราวนี้ถูกส่งต่อมาหลายล้านปี แม้แต่ช่วงก่อตั้งประเทศ ต้นไผ่ยักษ์ก้ยังได้รับการพิจราณาว่าเป้นสัญลักษณ์และผู้พิทักษ์ของประเทศ

ความจริงประเทศนั้นยากที่จะเกิดสงคราม มันมักจะสงบสุขมากเสมอ ดังนั้นไม่มีใครคาดคิดว่าต้นไผ่ยักษ์จะเคลื่อนไหวหรือลงมือฆ่าศัตรู

ดังนั้นแม้ว่าจะถูกเรียกว่าเทพผู้พิทักษ์ คนส่วนใหญ่ก็มักจะมองมันเป็นทิวทัศน์ที่ทำให้ประเทศสวยงาม เป็นเพียงสัญลักษณ์ของเมืองหลวง ! คนในเมืองหลวงแทบจะลืมเกี่ยวกับต้นไผ่ยักษ์ที่อยู่ชั้นฟ้าเพราะพวกเขาอยู่กับมันมาตลอดชีวิต ประเทศนั้นอยู่คู่กับไผ่ยักษ์ด้วยความคุ้นเคย

ทว่าในที่สุดผู้คนก็ได้เห็นต้นไผ่ยักษ์ลงมือวันนี้ หนึ่งกิ่งของมันฆ่าบรรพชนเที่ยงธรรมและทำลายตระกูลฉิง ไม่ต้องกล่าวถึงหนึ่งใบของมันฆ่าราชันเทพสวรรค์และองค์รักษ์เทพสวรรค์อีกมาก !

บันทึกการต่อสู้ที่ราวกับภาพลวงตานี้น่ากลัวเกินไป ตัวตนดังกล่าวสมควรถูกยกย่องว่าเป็นเทพ และไม่ได้เป็นเพียงแค่ชื่อ !

ในประเทศ ไม่มีใครคาดว่าจะได้เห็นต้นไผ่ยักษ์ลงมือด้วยอำนาจที่แข็งแกร่ง ไม่มีแม้แต่ในความฝันของพวกเขา ใครจะคิดว่าต้นไผ่ยักษ์ต้นนี้ ต้นที่ทำให้ทิวทัศน์ของประเทศงดงาม จะสามารถสังหารบรรพชนได้ราวกับฆ่าไก่ตัวหนึ่ง ?

ความจริงเรื่องนี้สมควรไม่ใชื่เรื่องแปลก หลายล้านปีที่ผ่านมาคนจำนวนน้อยที่กล้าท้าทายประเทศไผ่ยักษ์ สัตว์ประหลาดอย่าง อาณาจักรนักปรุงยา , ตระกูลเจี้ยนหลง และเชื้อสายเก่าแก่โบราณล้วนไม่รู้จักอีกาทมิฬ พวกเขานั้นรู้จักประเทศไผ่ยักษ์ในชื่อดินแดนต้องห้าม ตลอดหลายล้านปีที่ผ่านมา ไม่มีใครกล้าท้าทายประเทศไผ่ยักษ์ เพราะพวกเขากลัวว่าจะโดนทำลายด้วยมือในความมืด !

ความจริง สัตว์ประหลาดอย่างอาณาจักรนักปรงุยา แม้แต่ตอนนี้ที่จักรพรรดิอมตะของพวกเขายังมีชีวิต เขาเองก็ยังได้เตือนศิษย์ของเขาว่าห้ามท้าทายประเทศไผ่ยักษ์ ตัวตนอย่างจักรพรรดิอมตะย่อมรู้ว่านี้ไม่ใช่ประเทศธรรมดา มันเป็นหนึ่งในดินแดนที่มีสถานะที่พิเศษในเก้าโลก !

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

732

750

751