661
ตอนที่ 661 ข่มขู่ด้วยวาจา
ในเวลานี้ ฉากตรงหน้าทำให้ทุกคนเงียบและได้ยินแม้แต่เสียงเข็มตก มีเพียงสายลมที่พัดผ่านราชวัง ความจริงกระทั้งนายหญิงฉีเยียนที่อยู่ข้างหลี่ฉีเย่และบรรพชนปีศาจทั้งสิบแปดที่อยู่ด้านหลังก็ยังสูดลมหายใจเข้าลึกและกังวลแทนเขา
นี้คือบรรพชนเที่ยงธรรม ! ใครก็ตามที่จ้องมองพวกเขาล้วนรู้สึกราวกับมดตัวเเล็กๆ พวกเขาไม่มีใครกล้าจะโอหังต่อคนระดับนี้
แต่หลี่ฉีเย่ก็ยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ของเขาอย่างใจเย็น เขานั่นนั่งรออยู่บนเก้าอี้อย่างผ่อนคลายเพื่อรอให้บรรพชนเที่ยงธรรมพูดต่อ
เหล่าบรรพชนมองไปยังหลี่ฉีเย่และมีความคิดหนึ่งพุดขึ้น - หากเจ้าสารเลวนี้ไม่ได้บ้าก็คงเป็นเพียงคนงี่เง่า ทว่าหลี่ฉีเย่ไม่ดูเหมือนจะเป็นคนงี่เง่า เช่นนั้นเขาต้องเป็นคนบ้า !
ขณะที่ทุกคนคิดว่าบรรพชนตระกูลหวังฟู่จะต้องโกรธที่หลี่ฉีเย่แสดงออกเช่นนี้ บรรพชนทำสิ่งที่ตรงกันข้ามและเอ่ยช้าๆ " มันไม่เป็นไรหากประเทศไผ่ยักษ์ไม่ต้องการสงคราม แต่พวกเจ้าได้ทำลายเฮาเอ๋อร์ของพวกเราจนบาดเจ็บสาหัส ! เฮาเอ๋อร์ของพวกเราอยู่บนปากของหลุมศพและไม่มีอะไรรักษาได้ นี้เป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่ประเทศของเจ้าจะต้องชดใช้ ! "
หลี่ฉีเย่ยิ้มหลังจากได้ยินเรื่องนี้และเอ่ย " โอ้ว ? การชดใช้แบบใดกันที่บรรพชนตระกูลหวังฟู่ต้องการ ? "
บรรพชนทั้งสิบแปดถอนหายใจด้วยความโล่งอกหลังจากได้ยินคำกล่าวของหลี่ฉีเย่ พวกเขาคาดคิดว่าหลี่ฉีเย่ได้เตรียมตัวที่จะเตรียมเจรจากับตระกูลหวังแทนที่จะฆ่าพวกเขาเช่นที่ประกาศไว้ก่อนหน้า ตอนนี้ด้วยการพูดคุยเช่นนี้ เหล่าบรรพชนรู้สึกว่าทั้งสองฝ่ายยังพอประครองไปได้
เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้ หลายคนรู้สึกได้ว่าหลี่ฉีเย่หวาดกลัวตระกูลหวังฟู่ บางส่วนนั้นตกตะลึงจากการแสดงออกที่หยิ่งยโสของเขาก่อนหน้า มันดูเหมือนว่าสุดท้ายแล้วเขาก็จะสามารถยอมรับความพ่ายแพ้ของตัวเองได้
ขณะเดียวกัน ผู้นำตระกูลฉิงในหัวของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความคาดหวัง เขานั้นเข้าใจการปรากฏตัวของบรรพชนตระกูลหวังฟู่ ประเทศไผ่ยักษ์ไม่มีทางเลือกนอกจากยอมรับความพ่ายแพ้ นี้เป็นผลลัพธ์ที่ทางตระกูลต้องการ
ในลานกว้าง มีเพียงนายหญิงฉีเยียนที่ส่ายหัวเพราะนางรู้ว่าไม่มีทางที่หลี่ฉีเย่จะยอมแพ้
ในเวลานี้บรรพชนตระกูลหวังฟู่เอ่ยอย่างเย็นชา " ง่ายมาก ประเทศไผ่ยักษ์จะต้องมอบดินแดนแปดแห่งทางตะวันตกให้กับตระกูลหวังฟู่ของข้า เช่นนั้นนี้จะสามารถชดเชยความสูญเสียได้ "
ช่วงเวลาที่คำกล่าวนี้หลุดออกมา บรรพชนปีศาจทั้งสิบแปดเปลี่ยนการแสดงออกของพวกเขาอย่างรวดเร็ว ความต้องการจะเป็นเจ้าของดินแดนทั้งแปดแห่งนั้นมากเกินไป และดินแดนที่พวกเขาต้องการยังเป็นดินแดนที่สำคัญของประเทศ สิ่งเหล่านี้ไม่ต่างกับการที่พวกเขาจะรับเอาประเทศไป !
พวกเขานั้นสั่นสะท้านอยู่ภายในตั้งแต่ตระหนักได้ว่าความหวังของพวกเขาเป็นเรื่องไร้ค่า ตระกูลหวังฟู่ไม่ต้องการจะแก้ปัญหา แต่พวกเขาต้องการปลดปล่อยความเกลียดชังที่มี !
ในระยะไกล การแสดงออกของผู้ฝึกตน รวมถึงตัวตนจากนิกายทรงอำนาจล้วนเปลี่ยนไปหลังจากได้ยินสิ่งนี้ พวกเขาบางคนรู้ว่าสถานการณ์นี้ไม่สามารถแก้ได้ง่ายๆ แต่พวกเขาไม่คาดว่าตระกุลหวังฟู่จะต้องการมากมายเช่นนี้
" หืม เจ้าต้องการดินแดนทั้งแปดนั้น เอาละ ข้าได้ยินเงื่อนไขของเจ้าแล้ว " หลี่ฉีเย่พยักหน้าก่อนจะหันไปทางกลุ่มของผู้นำตระกูลฉิง " เงื่อนของพวกเจ้าเกี่ยวกับลูกชายที่ตายไปคืออะไร ? "
ฝูงชนกลายเป็นตกใจอีกครั้งหลังจากได้ยินหลี่ฉีเย่เอ่ย แม้แต่บรรพชนที่ยืนอยู่ด้านหลังของพวกเขาก็ยังสั่น บางคนนั้นสั่นด้วยความโกรธเพราะคิดว่าหลี่ฉีเย่ยอมรับข้อเรียกร้องของบรรพชนตระกูลหวังฟู่ ในจิตใจของพวกเขา ประเทศไผ่ยักษ์ไม่มีทางยินยอมรับข้อเรียกร้องที่น่าอับอายดังกล่าว
หนึ่งในบรรพชนนั้นทนไม่ไหวและกำลังจะก้าวออกไป ทว่านายหญิงฉีเยียนขยับแขนของนางสกัดพวกเขาไว้ให้สงบลง
" นี้มันมากเกินไป " ผู้ฝึกตนที่ยืนอยู่ห่างไกลอดไม่ได้ที่จะเอ่ย " ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ประเทศของพวกเรามีผู้นำที่อ่อนแอและไร้ค่าเช่นนี้ ? พวกเขาปล่อยให้คนแบบนี้...! "
ความโกรธนั้นปรากฏอยู่ในฝูงชน บางคนนั้นแทบจะคลั่งเพราะผู้ฝึกตนส่วนใหญ่จงรักภักดีต่อประเทศอย่างมาก ตอนนี้เมื่อหลี่ฉีเย่ยอมรับข้อตกลงของตระกูลหวังฟู่ พวกเขาที่อยู่ที่นี่อดไม่ได้ที่จะอับอาย
ในความเป็นจริง ผู้คนจากตระกูลฉิงและตระกูลหวังฟู่และเชื้อสายที่สนับสนุนพวกเขาก็ยังประหลาดใจ การเจรจานี้ช่างง่ายดาย
ผู้นำตระกูลฉิงนั้นสะดุ้งเล็กน้อยหลังจากหลี่ฉีเย่เอ่ยถาม เขารู้สึกสับสันเล็กน้อยเพราะเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นง่ายเกินไป เขารีบสูดลมหายใจเข้าลึกและเอ่ย " เจ้าโกงลูกชายของข้า ดังนั้นเรื่องนี้ไม่สามารถอภัยได้ ทว่าฝ่าบาทนั้นให้การคุ้มกันเจ้า - นี้ไม่ได้เพียงใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตัวแต่ยังเป็นการขัดต่อหลักการของผู้แห่งประเทศไผ่ยักษ์ มันทำลายเงื่อนไขของบรรพบุรุษที่ตั้งไว้..."
" ข้าเข้าใจแล้ว " ก่อนที่ตระกูลฉิงจะเอ่ยจบ หลี่ฉีเย่เอ่ยตัดบทของเขา " เจ้ามาในวันนี้เพื่อที่จะบอกว่าพวกเจ้าต้องการตำแหน่งผู้นำประเทศ และตระกูลฉิงของเจ้าจะเข้ามาสภาและกลายเป็นคนคุมประเทศ สำหรับข้าที่ฆ่าลูกชายเจ้า จะต้องชดใช้ด้วยชีวิต ถูกต้องหรือไม่ ? "
ผู้นำตระกูลนั้นประหลาดใจเล็กน้อยที่หลี่ฉีเย่รู้ทุกสิ่งที่เข้าต้องการ นี้ทำให้เขาประหม่าจนกลืนน้ำ แต่เขาก็ยังพูดอย่างเคร่งเครียด " นั้นถูกต้อง ! "
" เอาละ ข้อเรียกร้องของเจ้าไม่น่าประหลาด " หลี่ฉีเย่พยักหน้าก่อนจะมองไปยังผู้เชียวจากเชื้อสายต่างที่สนับสนุนทั้งสองตระกูลและเอ่ย " ตระกูลฉิงกับตระกูลหวังฟู่มีข้อเรียกร้องเช่นนี้ แล้วพวกเจ้าต้องการอะไร ? หากพวกเจ้าไม่มีอะไร ข้าจะได้แก้ปัญหาของทั้งสองตระกูลก่อน "
ความประหลาดใจเป็นสิ่งที่ทุกคนแสดงออกหลังจากได้ยินคำกล่าวของหลี่ฉีเย่ ตอนแรกมันเป็นเพียงมอบดินแดนให้ตระกูลหวังฟู่ ตอนนี้แม้แต่สภาและการปกครองประเทศก็ยังยกให้ตระกูลฉิง ทุกคนรู้สึกว่าหลี่ฉีเย่เป็นเพียงเด็กน้อยที่บ้าคลั่ง กลุ่มของนายหญิงฉีเยียนตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ให้คนบ้าเช่นนี้มาเป็นผู้แทนประเทศ !
" พวกเราต้องการดินแดนทางตอนเหนือ ! " ผู้เชียวชาญจากแต่ละตระกูลเริ่มกล่าว
เนื่องจากหลี่ฉีเย่ได้ยอมรับข้อตกลงต่างอย่างง่ายดาย พวกเขาจะปล่อยให้โอกาสที่ดีเพียงครั้งเดียวในชีวิจผ่านไปได้อย่างไร ?
" ตระกูลเหยาของพวกเขาต้องการชานเมืองหลานฟาง " ผู้เชียวชาญอีกคนเอ่ย
ฉากนี้ทำให้หลายคนเต็มไปด้วยความงุนงง ในเวลานี้พวกเขารู้สึกราวกับว่านี้ไม่ใช่การเจรจาต่อรองอีกต่อไป มันเหมือนกับการแยกอาหารกันมากกว่า นี้เห็นได้อย่างชัดเจนมากขึ้นเมื่อเหล่าผู้เชียวชาญต่างตะโกนเงื่อนไขที่พวกเขาต้องการออกมา และบรรยากาศได้กลายเป็นเร้าร้อนราวกับกำลังจับจ่ายซื้อของที่ตลาดสด
ตอนนี้ แม้แต่บรรพชนทั้งสิบแปดก็ยังรู้สึกว่าเรื่องนี้น่าตลก ในเวลานี้พวกเขาจมอยู่กับฉากเบื้องหน้า
" ดี ดี ดีมาก ! " หลี่ฉีเย่โบกแขนเสื้อของเขาและหยุดการตะโกนของเชื้อสายต่างๆก่อนจะเอ่ย " ข้าได้ยินเงื่อนไขและความต้องการของพวกเจ้าทั้งหมดแล้ว "
จากนั้นทั้งหมดก็อดไม่ได้ที่จะมองไปยังหลี่ฉีเย่ ความจริงทุกสายตาจับจ้องเขาในขณะนี้
พวกเขาต้องการจะเห็นว่าหลี่ฉีเย่จะหยุดความต้องการที่มากเกินไปเหล่านี้อย่างไร หลายคนสงสัยว่าหลี่ฉีเย่บ้าพอจะทำตามทุกข้อตกลงหรือไม่
เมื่อทุกคนเงียบ หลี่ฉีเย่ก็กระแอ่มก่อนจะเอ่ย " ข้านั้นเป็นคนที่มีเหตุผลมาก ไม่ว่าทุกคนต้องการอะไรข้าก็ล้วนรับฟัง " เขาหยุดชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยต่อ " ทว่าเกี่ยวกับเงื่อนไขและความต้องการทั้งหมด ข้าต้องขออภัยด้วยที่ไม่ได้ยอมรับได้หลังจากที่รับฟัง ต้องพวกเจ้าพูดเรื่องที่อยากจะพูดหมดแล้ว พวกเจ้าต้องฟังสิ่งที่ข้าพูดเช่นกัน มีเพียงอย่างเดียวที่ข้าอยากจะบอก - รีบไสหัวไปให้พ้นหน้าข้า ยิ่งไกลเท่าไหร่ยิ่งดี ! "
ขณะที่คำกล่าวเหล่านี้ออกมา ใบหลายของหลายคนกลายเป็นหน้าเกลียด โดยเฉพาะเหล่าคนที่เสนอเงื่อนไขและความต้องการออกไป
ในเวลานี้ ผู้ฝึกตนที่ชมอยู่รู้สึกพอใจ โดยเฉพาะตอนทีเห็นใบหน้าของตระกูลฉิงและตระกูลหวังฟู่ราวกับกลืนแมลงวันเข้าไป บางคนหัวเราะอยู่ภายใน แต่พวกเขาไม่กล้าหัวเราะดังเพราะกลิ่นอายของบรรพชนตระกูลหวังฟู่กำลังระเบิดออก
" เจ้าคิดว่านี้เป็นเรื่องตลก ? " ในเวลานี้ บรรพชนตระกูลหวังฟู่เต็มไปด้วยกลิ่นอายที่น่ากลัวอย่างมาก โดยเฉพาะใบหน้าที่กลายเป็นเย็นชา กลิ่นอายของเขานั้นทำให้คนถูกแช่แข็งแม้ว่าจะอยู่ห่างออกไปหมื่นไมล์ นี้ทำให้ทุกคนรับรู้ถึงความโกรธของบรรพชน
หลี่ฉีเย่ยังคงกล่าวด้วยรอยยิ้ม " สำหรับข้า เรื่องพวกนี้แทบจะไม่ต่างจากเรื่องตลก "
" เด็กน้อย ยามเมื่อตระกูลหวังฟู่ของข้าโกรธ เลือดจะอาบไปทั่วประเทศ เมื่อข้าเคลื่อนไหวภูเขาและแม่น้ำจะพังทลาย ! " บรรพชนตระกูลหวังฟู่เอ่ยอย่างเย็นชา " หากเจ้าไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้ ก็ไปหาคนอื่นที่มีความสามารถมาจัดการแทนก่อนที่จะสายเกินไป หากเจ้าปฏิเสธ...ด้วยอาการบาดเจ็บของเฮาเอ๋อร์ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ข้าทำลายประเทศนี้ ! "
" ถูกต้อง ทางราชวังต้องแสดงความจริงใจออกมา หากเจ้าไม่รักษาคำพูดและทำราวกับว่ามันเป็นเรื่องตลกแล้วละก็ มันจะทำให้ประเทศจมอยู่ในการล่มสลาย ! " ในเวลานี้ผู้นำตระกูลฉิงกล่าวอย่างจริงจัง " ราชวังฆ่ารู้ชายข้าและยังให้การปกป้องฆาตรกร อีกทั้งยังไม่ยอมรับความจริง - นี้ล้วนทำให้ประเทศเสื่อมเสีย ! ได้เวลาที่ประเทศจะเปลี่ยนผู้ปกครองที่ฉลาดกว่านี้แล้ว ! "
เหล่าผู้เชียวชาญที่สนับสนุนตระกูลฉิงล้วนเอ่ย " ถูกต้อง พวกเราจะโค้นล่มผู้นำจอมเผด็จการและไร้ความสามารถ ไม่เช่นนั้นประเทศนี้จะต้องพบเจอกับเรื่องราวที่น่ากลัว ! "
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น