658

ตอนที่ 658 บังคับให้สละบัลลังก์

หลังจากได้ยินเกี่ยวกับการปรากฏตัวของราชันเม็ดยา แม้แต่บรรพชนเหยี่ยวที่มีความสัมพันธ์กับตระกูลฉิงก็ยังโกรธเกรี้ยว ปกติแล้วเขามักจะช่วยพูดอย่างหรือสองอย่างเพื่อให้ตระกูลได้ประโยชน์ แต่สุดท้ายเขาก็ยังเป็นคนที่มาจากราชังและเป็นหนึ่งในศิษย์ของประเทศ ! ดังนั้นในช่วงเวลาที่สำคัญเขาแน่นอนว่ายอมเลือกประเทศ

" นี้่ตระกูลฉิงพยามจะทำอะไร ? หรือพวกเขาพยามจะบังคับให้ฝ่าบาทสละบัลลังก์ !? " หนึ่งในบรรพชนเอ่ยอย่างโกรธแค้น " ข้าหวังว่าพวกเขาจะไม่ลืมว่าตระกูลของพวกเขานั้นหนี้ไปประเทศอยู่ "

บรรพชนเหยี่ยวเอ่ยอย่างกังวล " หากราชันเม็ดยามายังเมืองหลวง ข้าเกรงว่าพวกเราจะตกอยู่ในอันตราย พวกเราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะเชิญบรรพชนออกมารับมือกับบรรพชนเที่ยงธรรมถึงสองคน ! "

ในเวลานี้ ผู้ส่งสารคนหนึ่งก็วิ่งมารายงาน " นายน้อย ตระกูลฉิงนั้นต้องการจะพบกับฝ่าบาท ! "

บรรพชนทั้งหมดอดไม่ได้ที่จะมองไปยังหลี่ฉีเย่คนที่กำลังนั่งอยู่บัลลังก์อย่างสบายๆที่แต่เดิมเป็นของนายหญิงฉีเยียน ทว่าในเวลานี้ เขานั้นนั่งอยู่อย่างผ่อนคลายราวกับไม่มีเรื่ออะไรเกิดขึ้น

สำหรับนายหญิงนางนั้นนั่งอยู่ข้างๆ อย่างสงบโดยไม่ได้เอ่ยสิ่ง นางทำเพียงเพยให้เห็นรอยยิ้มอ่อนโยนเท่านั้น

สุดท้ายหลี่ฉีเย่ก็มองไปยังบรรพชนด้วยสายตาเฉยชา " ในเมื่อพวกเขาอยู่ที่นี่ ทำไมพวกเรายังไม่เห็นพวกเขาอีก ? ไปบอกตระกูลฉิงและตระกูลหวังฟู่...ความจริงบอกทุกคนในเมืองหลวง ทุกเชื้อสาย ที่มีบางอย่างจะเอ่ยหรือพวกที่รอคำตอบ "

หลี่ฉีเย่นั้นไม่ได้เคลื่อนไหวตลอดสองวันที่ผ่านมา เขานั้นยังคงไม่ใยดีต่อทุกข่าวลือ ตอนนี้เขาสุดท้ายก็ลงมือ ทำให้บรรพชนทั้งหลายถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ในเวลานี้สำหรับเหล่าบรรพชน มันไม่สำคัญว่าหลี่ฉีเย่จะลงมือได้ถูกต้องหรือไม่ มันยังดีกว่าที่เขาทำราวกับไม่แยแส อย่างน้อยเขาก็ยังทำบางสิ่ง


" นายน้อย พวกเราควรจะพูดคุยกับตระกูลฉิงและตระกูลหวังฟู่เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ในวันพรุ่งนี้ นี้เป็นเพียงการเข้าใจผิด ดังนั้นตราบใดที่นายน้อยแสดงความจริงใจและกล่าวในนามตัวแทนของประเทศไผ่ยักษ์ ปัญหาความเกลียดชังนี้อาจจะหายไป " บรรพชนต้นสนเอ่ย

เขานั้นประเมินหลี่ฉีเย่ไว้สูงมาก ดังนั้นเขาไม่หวังจะให้ก้าวเข้าสู่สงครามก่อนที่อำนาจของเขาจะมากกว่านี้

บรรพชนเหยี่ยวนั้นยังคงคิดชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยกับหลี่ฉีเย่ " นายน้อย ข้าอาสาไปพูดคุยกับตระกูลฉิง พวกเรามีความสัมพันธ์กัน ดังนั้นการแก้ปัญหานี้ย่อมไม่ใช่เรืองยาก " บรรพชนเหยี่ยวนั้นไม่ต้องการจะให้ประเทศล่มสลาย เขายินดีจะเอาตัวเข้าแก้ไขปัญหาเหล่านี้

" ต้องการจะไกล่เกลี่ยและให้ข้าแสดงความจริงใจ ? " หลี่ฉีเย่อดไม่ได้ที่จะระเบิดเสียงหัวเราะหลังจากได้ยินทั้งสองเอ่ย " ใครบอกว่าข้าต้องการจะไกล่เกลี่ย ? ใครบอกว่าข้าต้องการจะแก้ความขัดแย้งนี้ ? "

คำตอบเหล่านี้ทำให้เหล่าบรรพชนเต็มไปด้วยความประหลาดใจ บรรพชนต้นสนรีบเอ่ย " นายน้อย ก่อนที่พวกเราจะสูญเสียทุกอย่างไป มันยังไม่สายเกินไปที่จะเจรจาต่อรองและให้ประเทศไม่เกิดสงคราม "

หลี่ฉีเย่ระเบิดเสียงหัวเราะเอ่ย " ไม่เกิดสงคราม ? บรรพชนปีศาจ สงครามจะเกิดขึ้นทุกที่ที่ข้าไป ทำไมข้าต้องพยามจะหลีกเลี่ยง ? ย่อมได้ หากพวกท่านต้องการความสงบข้าจะลองคิดดู "

" ที่จริงแล้วความต้องการของข้าง่ายมาก ไปบอกบรรพชนตระกูลหวังฟู่และราชันเม็ดยาให้มาคุกเข่าขออภัย จากนั้นข้าจะคิดเกี่ยวกับการไม่ทำสงคราม "

ช่วงเวลาที่คำเหล่านี้ออกมา สายตาของบรรพชนทั้งหมดเต็มไปด้วยความตกตะลึง พวกเขามองหน้ากันและกันเพื่ออ่านสถานการณ์ หากคิดว่าการที่นายหญิงฉีเยียนมอบเรื่องนี้ให้หลี่ฉีเย่เรียกว่าบ้าแล้ว ยามเมื่อคำกล่าวเหล่านี้ออกมามันบ้ายิ่งกว่า !

บรรพชนต้นสนกล่าวอย่างกังวล " นายน้อย...อ่า...การทำเช่นนี้จะทำให้พวกเราเผชิญศัตรูหลายด้าน นั้น..อาจจะไม่ดี
.."

หลี่ฉีเย่กล่าวอย่างขี้เกียจ " บรรพชนปีศาจตอนนี้พวกเจ้าทั้งหมดอยู่ที่นี่ ข้าจะให้พวกเจ้ารู้ความคิดของข้า อย่างแรกจะไม่มีการเจรจา อย่างน้อยก้ไม่ใช่กับศัตรูของข้า เว้นแต่ว่าพวกมันจะมากราบแทบเท้าข้า ประการที่สอง คำว่า ' ยอมรับความพ่ายแพ้' ไม่ได้อยู่ในหัวของข้า ประการที่สาม ข้าจะไม่ปล่อยศัตรูที่กล้าขว้างเส้นทางของข้าไป หากพวกมันมาด้วยทัศนคติที่ดี ข้าอาจจะลองคิดดู อย่างที่สี่เป็นประโยคง่ายๆ - ใครหน้าไหนที่กล้าขว้างเส้นทางของข้าจะต้องถูกขยี้จนไม่เหลือซาก แม้แต่จักรพรรดิอมตะก็ไม่มีข้อยกเว้น ! "

คำพูดที่เกียจคร้านของหลี่ฉีเย่ไม่ได้เต็มไปด้วยน้ำเสียงก้าวร้าวหรือความกดขี่ ทว่าเนื้อหาของมันเป็นคำกล่าวที่หยิ่งยโสและเอาแต่ใจที่สุดในโลก ! แต่ทุกคนที่ออกมาจากปากของเขามันเต็มไปด้วยความมั่นใจราวกับว่าทุกอย่างนี้เป็นเรื่องปกติที่จะต้องเกิดขึ้น !

สิบแปดบรรพชนนั้นตกตะลึงกับคำกล่าวของเขา พวกเขามองหน้ากันและกันและรู้สึกว่าหลี่ฉีเย่บ้าไปแล้ว อย่างน้อยที่สุดก็เป็นคนบ้าที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเห็น

" เช่นนั้นนายน้อย พรุ่งพวกเราจะทำอย่างไร ? " หนึ่งในบรรพชนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

หลี่ฉีเย่ไม่แม้กระทั่งเปิดตาและเอ่ย " พวกเรายังจะทำอะไรได้อีก ? หากพวกมันไม่มากราบแทบแท้าข้า ข้าจะฆ่าพวกมันทั้งหมด ! เส้นทางที่มุ่งยังบัลลังก์ของจักรพรรดิอมตะของข้าไม่ได้อาบเลือดมาเป็นเวลานานแล้ว ดังนั้นพวกมันบางคนอาจจะยังไม่สำนึกว่ามันมีบางอย่างที่พวกมันไม่สามารถยั่วยุได้ ! "

พูดถึงตรงนี้หลี่ฉีเย่ก็หยุดชั่วครู่ เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่แจ่มใสและอ่อนโยน " ข้านั้นเป็นคนที่รักความสงบและต้องการจะให้ประเทศแห่งนี้อยู่อย่างสงบสุข แต่เมื่อเวลามาถึงข้าก็ไม่หวั่นหากจะต้องอาบประเทศด้วยเลือดของศัตรู แม้แต่เทพก็ไม่ได้รับอนุญาติให้หนีรอด ทำให้ทั้งเก้าโลกและอาณาจักรนับหมื่นรู้ว่าประเทศไผ่ยักษ์เป็นใคร ไม่ว่าพวกมันจะมีพื้นหลังหรือเผ่าพันธ์ใด พวกมันทั้งหมดจะต้องถูกข้าสังหารจนสิ้น ! " ดวงตาของเขากลายเป็นจริงจังเมื่อเอ่นถึงตรงนี้

การแสดงออกที่อ่อนโยนทั้งหมดถูกแทนที่ด้วยสายตาที่รุนแรง มันไม่เพียงแต่นายหญิง แม้แต่บรรพชนทั้งสิบแปดก็ยังสั่นสะท้านไปถึงจิตใจ ในเวลานี้หลี่ฉีเย่ในใจของพวกเขาได้กลายเป็นสัตว์ประหลาดในยุคโบราณ ช่วงเวลาที่สัตว์ประหลาดตัวนี้ตื่นขึ้นมหาสมุทรโลหิตและภูเขาแห่งซากศพจะปรากฏไปทั่วโลก เขี้ยวของมันราวกับจะฝังลงบนสวรรค์และปฐพี ! เบื้อหลังของเขาเป็นฉากสังหารที่อลังการแม้แต่เทพก็ยังต้อวร่ำไห้ ! สุดท้ายพวกเขาก็สูดลมหายใจเข้าลึก และรู้สึกหนาวเย็นยามมองไปที่หลี่ฉีเย่

ทว่าพวกเขามีสติกลับมาและพบว่าหลี่ฉีเย่ยังคงนั่งอย่างขี้เกียจ ในเวลานี้เขาเป็นเพียงชายหนุ่มธรรมดา เช่นนั้นกลิ่นอายของสัตว์ประหลาดโบราณที่พร้อมกลืนกินโลกนี้คืออะไร ? ความขัดแย้งตรงหน้าล้วนทำให้บรรพชนยากที่จะยอมรับ

" ทว่าพวกเรากำลังเผชิญกับสองบรรพชนเที่ยงธรรม..." บรรพชนเหยี่ยวเอ่ยหลังจากได้สติ " โดยพื้นฐานแล้วพวกเราเพียงลำพังไม่สามารถต่อกรกับบรรพชนเที่ยงธรรมหนึ่งคนได้ ดังนั้นหากมีมากกว่าหนึ่งพวกเราทำได้เพียงตาย ดังนั้นหนทางเดียวคือเชิญท่านบรรพชนของเราออกมา "

" พวกเรา ? " ในเวลานี้หลี่ฉีเย่เหลือบมองไปยังบรรพชนเหยี่วและส่ายหัว " บรรพชนเหยี่ยว เจ้ากล่าวผิดแล้ว มันไม่ใช่พวกเรา แต่เป็นข้า พวกเจ้าทุกคนไม่ได้ต้องมามีส่วนร่วมในครั้งนี้ ข้าเพียงลำพังสามารถจัดการพวกมันได้ "

คำกล่าวนี้ทำให้บรรพชนทั้งหมดกลายเป็นเงียบ แม้แต่บรรพชนต้นสนก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ย " นายน้อยเพียงลำพัง ? "

นี้จะไม่ให้เขาสงสัยได้อย่างไร ? ศัตรูคือบรรพชนเที่ยงธรรมสองคน ดังนั้นหลี่ฉีเย่จะจัดการอะไรกับพวกเขาได้ ? แม้แต่เขาเป็นบรรพชนเที่ยงธรรมมันก็ยังเป็นไปไม่ได้

" บรพชนทั้งหลายยังจะให้ข้าเอ่ยอะไรอีก ? หากข้าพูดว่าจะทำเพียงลำพัง เช่นนั้นก็หมายความตามนั้น ไม่จำเป็นจะต้องเสียเวลาอีก " หลี่ฉีเย่กล่าวอย่างไม่แยแส " กระจายข่าวออกไป พรุ่งนี้เมื่อข้าไปพบพวกมัน เหล่าคนที่มีข้อเรียกร้องสามารถกล่าวขึ้นมาได้ นี้เป็นสิ่งที่ข้าแสดงไมตรี แน่นอนสำหรับคนที่ต้องการเข้าร่วมกับศัตรู ข้ายินดีอย่างมาก ฆ่าคนนับพันด้วยหนึ่งมือยังไม่สั่นสะท้านเท่ากับฆ่าคนนับหมื่นด้วยหนึ่งมือ ! "

ในเวลานี้บรรพชนทั้งหลายไม่มีคำกล่าวใดกับหลี่ฉีเย่ ในช่วงเวลาเช่นนี้คนอื่นอาจจะหวาดกลัวกับการเผชิญหน้าศัตรูจำนวนมาก แต่หลี่ฉีเย่ยังต้องการให้มีศัตรูมากขึ้น บรรพชนทั้งสิบแปดยังจะสามารถพูดอะไรกับคนที่ต้องการมีศัตรูเพิ่มขึ้นได้อีก ?

พวกเขากลายเป็นไร้ความหวังและมองไปยังนายหญิงฉีเยียน พวกเขาหวังว่านางจะออกมาและพยามโน้มน้าวหลี่ฉีเย่ให้ลดความบ้าลง ทว่านายหญิงฉีเยียนก็ยังคงนั่งเฉยพร้อมกับรอยยิ้มประดับบนใบหน้า เห็นได้ชัดว่านางมั่นใจในตัวหลี่ฉีเย่

เห้นว่านายหญิงสนับสนุนหลี่ฉีเย่ขนาดนี้ บรรพชนทั้งสิบแปดก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด พวกเขาไม่มีทางเลือกนางจากทำตามคำสั่ง

แน่นอน ข้อความจากราชวังทันใดนั้นก็กระจายออกไปเพียงชั่วข้ามคืน " พรุ่งนี้ทางราชวังจะพบกับตระกูลฉิง , ตระกูลหวังฟู่ และเชื้อสายหรือนิกายใดๆที่ต้องการสนับสนุนพวกเขา " ข่าวนี้กระจายไปทั่วเมืองอย่างรวดเร็ว

หลังจากข่าวนี้ออกมา หลายคนมีปฏิกิริยาขึ้นทันที

" หรือฝ่าบาทตัดสินใจจะแสดงตัวแล้ว ? " หลังจากได้ยินข่าวนี้ บรรดาคนที่เชื่อมั่นนายหญิงฉีเยียนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น พวกเขานั้นเชื่อว่าด้วยการปรากฏตัวของนาง นางจะจัดการปัญหาได้

ความจริงความนิยมของนางในประเทศกับมาขึ้นสูงอีกครั้ง แม้ว่าจะเผชิญหน้ากับบรรพชนเที่ยงธรรมสองคน ผู้คนก้ยังเชื่อว่าฝ่าบาทของพวกเขาจะสามารถพาประเทศผ่านพายุลูกนี้ไปได้

ทว่ายังมีคนที่สั่นสะท้านจากการมาถึงของพายุลูกนี้ บางคนจ้องยังราชวังและพึมพำ " ราชวังจะผ่านหายนะนี้ไปได้จริงๆ ? "

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

732

750

751