654

ตอนที่ 654 เลือกเส้นทางใด ?

เกี่ยวกับเรื่องนี้บรรพชนต้นสนและบรรพชนนักปรุงยาถือว่ากล่าวได้ถูก

บรรพชนปีศาจอีกคนเอ่ยอย่างเห็นด้วย " ฝ่าบาทนี้ถือเป็นเรื่องมงคล ลองคิดเกี่ยวกับมัน หากประเทศไผ่ยักษ์ของพวกเรานั้นมีนักปรุงยาจักรพรรดิ เช่นนั้นแม้แต่อาณาจักรนักปรุงยาก็ต้องเคารพพวกเรา นอกจากนี้หลายล้านปีผ่านไปโดยไม่มีใครที่เทพของพวกเรายอมรับ ดังนั้นบางทีนายน้อยหลี่อาจจะเป็นผู้นำความเจริญและผู้ปกครองที่แท้จริงของประเทศไผ่ยักษ์เรา "

" ข้าเกรงว่าพวกเราจะต้องคิดเรื่องนี้อย่างระวัง  " บรรพชนปีศาจเหยี่ยวเอ่ย " หากนายน้อยหลี่เต็มใจที่จะอยู่ที่ประเทศของเรา เช่นนั้นข้าก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ ทว่าสำหรับเขาจะมาเป็นผู้นำพาความเจริญมาให้เรา ข้าเกรงว่านี้ต้องคิดอย่างระวัง พวกเราไม่รู้ภูมิหลังของเขาแม้แต่น้อย "

เมื่อชื่อของ ' ผู้นำพาความเจริญ ' ถูกกล่าวออกมาอีกครั้ง บรรพชนคนที่เอ่ยมันก่อนหน้ารู้สึกอายเล็กน้อย เขานั้นเอ่ยอย่างไม่คิดเพราะก่อนหน้านายหญิงฉีเยียนเป็นผู้ปกครองประเทศ หากหลี่ฉีเย่กลายเป็นผู้ปกครองประเทศ เช่นนี้นนายหญิงฉีเยียนจะไปอยู่ที่ใด ?

" ท่านบรรพชนเหยี่ยวกล่าวถูก บางทีนายน้อยหลี่อาจจะเพียงผ่านมายังประเทศไผ่ยักษ์ของเรา " บรรพชนคนอีกคนพยามเอ่ยคาดเดาสถานการณ์ " มันไม่แน่ว่าพวกเราจะสามารถเชื่อนายน้อยหลี่ได้ อีกทั้งพวกเรายังไม่รู้จักต้นกำเนิดของเขา จะเกิดอะไรขึ้นหากเขามาเพราะมีแผนการเบื้อหลัง ? "

" แม้แต่ประโยคที่ว่า ' เป็นผู้นำพาควาเจริญ' อาจจะไม่เหมาะสม..." บรรพชนตนสนรีบเอ่ยคลี่คลายความตรึงเครียด " แต่ว่าข้ากับคิดว่านายน้อยหลี่ไม่ได้มีแผนการซ่ออนออยู่ ไม่ต้องกล่าวถึงว่าเต๋าแห่งการปรุงยาของเขาเหลือกว่าจินตนาการของทุกนิกาย ย้อนกลับไปพวกเราเป็นคนขอให้นายน้อยหลี่มายังประเทศไผ่ยักษ์ด้วยซ้ำ เช่นนั้นเขาจะมีแผนการได้อย่างไร ? อย่าได้ลืมเกี่ยวกับสถานการณ์ก่อนหน้า แม้ว่าพวกเราจะไม่รู้ว่ามีอะไรในสวนไผ่ แต่เขาก็ยังสามารถเข้าไปในสวนได้ อย่าได้ลืมว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่คนนอกจะเข้าไปในสวนยกเว้นบรรพบุรุษของพวกเรา ไม่มีใครเคยเข้าไปได้มาก่อน..."

" แม้แต่บรรพชนเที่ยงธรรมที่แข็งแกร่งก็ยังไม่สามารถเข้าไปได้ ลองคิดเกี่ยวกับมัน นายน้อยหลี่ใช้กำลังเพื่อพังมันเข้าไปรึ ? พวกเราก็ได้ยินว่าเขาเข้าไปโดยการยอมรับจากเทพของพวกเรา แม้ว่าเทพของพวกเราจะไม่ลงมือใดๆมากว่าล้านปี ในฐานะศิษย์ของประเทศไผ่ยักษ์ แต่ละคนล้วนรู้อยู่แก่ใจว่ามันค่อยปกป้องพวกเราอยู่ มันสามารถมองผ่านทุกสิ่งและเห็นความจริงได้มากกว่าพวกเราซะอีก แน่นอนว่ามันต้องมีเหตุผลที่ท่านเทพยอมรับนายน้อยหลี่ "

ในสถานการณ์นี้ บรรพชนต้นสนนั้นยังคงสนับสนุนหลี่ฉีเย่ สัญชาตญาณของเขาบอกว่าหลี่ฉีเย่จะเป็นคนนำการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่มาสู่ประเทศ

ในเวลานี้บรรพชนทั้งสิบแปดต่างอยู่ในสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถตัดสินใจได้ นอกจากนี้หลี่ฉีเย่ยังมีพื้นหลังที่ลึกลับ เงื่อนไขปกติไม่สามารถล่อลวงหลี่ฉีเย่ได้ และบางที่มีเพียงการมอบหมายให้นำประเทศเท่านั้นที่จะทำให้เขายอมอยู่ได้

ทว่าสถานการณ์นี้ก็ยังมีปัญหา มักจะมีความกังวลในใจของบรรพชนทุกคนที่ให้คนไม่รู้ภูมิหลังมาขึ้นปกครองประเทศ

ยังมีอีกปัญหาหนึ่ง หากหลี่ฉีเย่นั้นกลายเป็นผู้ปกครองประเทศของพวกเราขา แล้วนายหญิงฉีเยียนเล่า ? นางนั้นเป็นผู้ปกครองที่ฉลาดและช่วยเหลือประเทศมากมาย ตราบใดที่นางยังนั่งอยู่บนบัลลังก์พวกเขาไม่สามารถบังคับให้นางสละบัลลังก์ได้เพราะมันจะไม่ยุติธรรมอย่างมาก

" เช่นนั้นก็ดี  "นายหญิงฉีเยียนเปิดเผยรอยยิ้มที่สงบและอ่อนโยน นางนั้นตระหนักได้ถึงปัญหาในปัจจุบันก่อนจะพยักหน้าเอ่ย " หากนายน้อยหลี่ต้องการจะอยู่ที่และกลายเป็นผู้นำประเทศ เช่นนั้นข้าก็ยินดีที่จะสละบัลลังก์ จนถึงตอนนี้ประเทศไผ่ยักษ์ของพวกเราล้วนเป็นคนมีความสามารถสูงสุดปกครองมาตลอด - นี้คือประเพณีของประเทศเรา "

" แต่ว่าฝ่าบาท..." หลังจากได้ยินคำกล่าวของนาง บรรพชนทั้งสิบแปดอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง นางนั้นเป็นคนที่มีไหวพริบและมักจะใจดีกับพวกเขาเสมอ นี้ทำให้นางได้รับการยกย่องจากทั้งประเทศ ดังนั้นหากนางลาออก บรรพชนที่คอยรับใช้ทั้งสิบแปดจะต้องรู้สึกอับอายกับควาผิดนี้อย่างมาก

การสนทนาเช่นนี้ดูเหมือนจะบังคับให้นางสละบัลลังก์ แต่บรรพชนทั้งหมดไม่ตั้งใจจะทำเช่นนั้น ทว่าหากมันเป็นทางเดียวที่จะทำให้หลี่ฉีเย่อยู่ที่ดีได้...พวกเรายังจะมีตัวเลือกอื่นอีก ?

" เพื่อแผนการที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไผ่ยักษ์ บัลลังก์ข้าก็สามารถสละได้ " นายหญิงฉีเยียนเอ่ยอย่างสงบ นางนั้นเป็นคนพิเศษและมีเจตจำนงที่ไม่เหมือนใคร

" แล้วหากนายน้อยหลี่ไม่ต้องการจะอยู่ ?  " เวลานี้บรรพชนอีกคนก็เอ่ยถาม

คำถามนี้ทำให้บรรพชนทั้งหลายมองหน้าและใคร่ครวญอยู่ครู่ใหญ่ แม้ว่าจะครุนคิดทุกสิ่งก็ดูเหมือนจะเป็นความคิดเห็นของพวกเขาเพียงด้านเดียว พวกเขาไม่รู้ความต้องการของหลี่ฉีเย่แม้แต่น้อย...

****

เวลานั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว ภายในพริบตาเวลาห้าวันได้ผ่านไป ภายในสวนไผ่ใต้ต้นไผ่ยักษ์ หลี่ฉีเย่เก็บสมบัติอาวุธพรสวรรค์ของเขากลับไป หินจากภูเขามังกรศักดิ์สิทธิ์ในเขตโลหะ เวลานี้ตัวหินได้เปลี่ยนเป็นสมบัติพรสวรรค์ของหลี่ฉีเย่

หลังจากผ่านการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง มันกลายเป็นตราประทับที่ยิ่งใหญ่ หลี่ฉีเย่ตั้งชื่อตราประทับนี้ว่า ' ตราประทับโลก ! ' หลังจากค้นคว้าบางอย่าง เขาเข้าใจความลึกลับของตราประทับโลก

ในเวลานี้ หลี่ฉีเย่ใช้เวลาอีกสี่วันเพื่อทำความเข้าใจตราประทับในต้นไผ่ เขานั้นค่อยๆสัมผัสต้นไผ่ แสงสีเขียววิ้งวับออกมา มันเปล่งประกายอย่างอ่อนโยนราวกับจะตอบสนองหลี่ฉีเย่

หลี่ฉีเย่ค่อยๆถอนหายใจ แม้ว่าต้นไผ่นั้นจะไม่มีสติปัญญาและพูดกับเขาได้ แต่การแลกเปลี่ยนเช่นนี้ก็เพียงพอแล้ว ต้นไผ่นี้ถูกนำออกมาจากดินแดนแห่งลางร้ายและเขาปลูกมันที่นี่ เขาดึงเส้นเลือดดำของภูเขาปราณฟ้ามายังเลี้ยงดูรากของต้นไผ่

ใครจะสามารถเข้าใจมันได้มากกว่าเขา ? พวกเขาไม่จำเป็นต้องพูดคุยกันแต่ก็มีความเข้าใจที่เพียงพอ

หลังจากเก็บตราประทับโลกไป หลี่ฉีเย่ก็เดินออกไปก้อนจะหันไปมองยังกระท่อมหลังเล็กๆ ที่นั้นเต็มไปด้วยความทรงจำที่เงียบสงบ สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจและออกไปจากสวนไผ่

ช่วงเวลาที่เขาออกมาจากสวนไผ่เขาพบกับนายหญิงฉีเยียนและบรรพชนทั้งสิบแปด ความจริงก็คือพวกเขาได้อยู่ที่นี่มาเป็นเวลามากกว่าห้าวันแล้ว

ทั้งกลุ่มนั้นลุกขึ้นยืนและมองไปยังหลี่ฉีเย่ ทันใดนั้นบรรพยากาศก็กลายเป็นหนักขึ้น

ในเวลานี้ มันยังไม่ชัดเจนว่าหลี่ฉีเย่เป็นมิตรหรือศัตรูของพวกเขา บางทีภายใต้บรรพยากาศที่ตรึงเครียดนี้การเคลื่อนไหวพลาดอาจจะนำไปสู่การสู้รบ

" นี้อะไร ? พวกเจ้าต้องการจะสู้ ? " หลี่ฉีเย่จ้องไปยังนายหญิงฉีเยียนและบรรพชนทั้งสิบแปด เขายังคงเอ่ยอย่างสบายๆและไม่ได้สนใจว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร

บรรพชนทั้งหมดอดไม่ได้ที่จะมองหน้ากันก่อนจะหันไปมองนายหญิงฉีเยียน ในเวลานี้พวกเขารอฟังคำสั่งของนายหญิง

นางสูดลมหายใจเข้าลึกและสงบจิตใจลง ดวงตาที่ดูนุ่มนวลมองไปยังหลี่ฉีเย่และเอ่ย " นายน้อยหลี่ พวกเราไม่ต้องการจะทำเช่นนี้ พวกเราหวังว่านายน้อยหลี่จะสามารถอยู่ที่ประเทศไผ่ยักษ์ของพวกเราได้ นายน้อยหลี่ได้รับการยอมรับจากเทพไผ่ยักษ์ของพวกเรา - นี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับประเทศอย่างมาก "

หลี่ฉีเย่ทำเพียงหัวเราะหลังจากได้ยินคำกล่าวของนายหญิงฉีเยียน เขานั้นตอบสนองโดยการโยนขวดไปที่นางและเอ่ย " รับไว้ "

" นี้มัน..." นายหญิงฉีเยียนรับขวดไว้และเต็มไปด้วยความสงสัย นางอดไม่ได้ที่จะมองไปยังหลี่ฉีเย่เพราะไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ด้านใน

หลี่ฉีเย่ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดและยืนยิ้ม นายหญิงฉีเยียนรีบเปิดขวดนั้นอย่างรวดเร็ว ช่วงเวลาที่มันถูกเปิดออกมา กลิ่นอายทรงพลังได้ปะทุขึ้น หลังจากรับรู้ได้ถึงสิ่งที่อยู่ภายใน นางนั้นตกตะลึงและยกหัวขึ้นก่อนจะมองไปยังหลี่ฉีเย่และเอ่ยเสียงสั่น " หรือนี้จะเป็น...น้ำทิพย์อมตะในตำนาน ? "

" น้ำทิพย์อมตะ ! " บรรพชนทั้งสิบแปดเอ่ยอย่างตกตะลึง พวกเขาทั้งหมดล้วนสูดลมหายใจเข้าลึก แม้ว่ามันจะอยู่ในประเทศของพวกเขา พวกเขาก็ไม่เคยเห็นพวกมันมาก่อน แต่ตอนนี้มันได้ปรากฏออกมาจากมือของหลี่ฉีเย่

" นี้เป็นสมบัติที่ยากมากกว่าจะได้มันมา มันเป็นของขวัญจากไผ่ยักษ์มอบให้กับประเทศ ! ใช้มันอย่างประหยัดขวดนี้สามารถใช้ได้อีกหลายยุค " หลี่ฉีเย่กล่าวอย่างเมินเฉย

ในเวลานี้ทั้งกลุ่มอดไม่ได้ที่จะมองกันด้วยความสับสน พวกเขานั้นกลายเป็นโง่งมเพราะไม่คาดว่าหลี่ฉีเย่จะมอบของมีค่าขนาดนี้ให้

แม้ว่าพวกเขาจะไม่เคยเห็นมันมาก่อน พวกเขาก็รู้ว่านี้เป็นสิ่งที่แม้แต่นักปรุงยาจักรพรรดิจากอาณาจักรนักปรุงยาตามหามานาน นี้สามารถจินตนาการได้ถึงคุณค่าของมัน แต่หลี่ฉีเย่โยนมันมาให้พวกเขาง่ายๆราวกับมันไม่ได้มีค่าอะไร

ขณะที่ทั้งกลุ่มกำลังงุนงง หลี่ฉีเย่บิดตัวอย่างขี้เกียจและเอ่ย " ข้าเหนื่อยมาก ช่วยเตรียมที่พักให้ข้าด้วย "

คนอื่นๆนั้นพยามสงบสติลงและไม่กล้าเมินเฉยข้อเรียกร้องของเขา ภายใต้คำสั่งของนายหญิงฉีเยียน ลานพักที่สะดวกสบายและเงียบมากที่สุดถูกเตรียมไว้ให้กับหลี่ฉีเย่

สำหรับวันต่อมา หลี่ฉีเย่อาศัยอยู่ที่ลานนี้ นอกจากบ่มเพาะแล้วเข้าพยามควบคุมตราประทับโลก

สำหรับผู้ฝึกตนที่ต้องการจะไปถึงจุดสูงสุด สมบัติพรสวรรค์ของพวกเขาแน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้อย่างมาก เพราะมันสามารถปลดปล่อยความสามารถที่แท้จริงของพวกเขาได้

ผู้ฝึกตนจำนวนมากล้วนชอบมีอาวุธที่แข็งแกร่ง ตัวอย่างเช่นไม่มีอะไรเทียบได้กับสมบัติจักรพรรดิอมตะระดับแท้จริง ทว่าสำหรับคนที่มีความทะเยอทะยานที่มากเป็นพิเศษ แม้ว่าพวกเขาจะมีสมบัติอย่างอาวุธจักรพรรดิระดับแท้จริง สุดท้ายของเหล่านี้จะก็กลายเป็นของคนอื่น นี้เป็นเพียงของที่ถูกพึงพาไม่ใช่เส้นทางที่ถูกต้อง

หลายสิบล้านปี เหล่าผุ้ที่ต้องการจะกลายเป็นจักรพรรดิอมตะล้วนพึงพาอาวุธของตัวเองเพื่อกวาดล้างทั้งเก้าโลกและได้รับความเป็นอมตะ ! มันอาจจะกล่าวได้ว่าผู้ฝึกตนที่มีคุณสมบัติจะสามารถปรับแต่งอาวุธของพวกเขาขึ้นมาได้เองและใช้มันเพิ่มความแข็งแกร่งของพวกเขาได้

เหล่าผู้ฝึกตนที่เอาแต่พึงพาอาวุธอื่นๆล้วนไม่ใช่คนที่จะขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุด !

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

732

750

751