652
ตอนที่ 652 สวนไผ่
" ปัง ! " หวังฟู่เฮาคนที่ดูเหมือนจะเป็นภูเขาขนาดยักษ์ถูกซัดปลิวออกไป และเลือดสาดกระเด็นพร้อมกับกรีดร้อง " อ้ากก ! " ก่อนที่เขาจะได้ตอบสนอง ร่างกายของเขาถูกแส้เงานั้นตบปลิวออกไป เขานั้นบินผ่านเมืองหลวงและทะยานไปยังเส้นขอบฟ้า ก่อนจะหายไปยังเส้นขอบฟ้าที่ไกลออกไป
เสียงกรีดร้องของเขาโหยหวนไปทั่วท้องฟ้าขณะปลิวไป แม้ว่าเขาจะยังไม่ตาย แต่อาการของเขาก็อยู่ไม่ห่างประตูความตาย !
หลังจากหวังฟู่เฮาถูกส่งปลิวออกไป ทั้งโคลนที่มีรูปร่างคล้ายกับมังกรและของที่คล้ายกับแส้หายลงไปในดินอย่างไร้ร่องรอย
" นั้นมัน..." หลังจากเห็นของที่คล้ายกับแส้ นายหญิงฉีเยียนตกตะลึง ท่ามกลางการลงมือ นางสังเกตเห็นได้ว่าสิ่งที่คล้ายแส้นั้นเป็นรากไผ่ กล่าวให้ตรงมากขึ้น มันเป็นกิ่งที่เชื่อมต่อกับราก นายหญิงฉีเยียนตัวนางเองใช้ต้นไผ่ม่วง ดังนั้นหลังจากเห็นรากไผ่นี้ นางทันใดนั้นก็คิดเกี่ยวกับหลายสิ่งหลายอย่าง
นักปรุงยาอื่นๆนั้นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและกลายเป็นโง่งม พวกเขาคิดจริงๆว่ามีมังกรอยู่ใต้พื้นดิน พวกเขาไม่สามารถสงบลงได้และมองไปยังทิศทางของหวังฟู่เฮา ในฐานะลูกรักของสวรรค์ ผู้ที่อยู่ในระดับราชันเทพสวรรค์ สามารถูกส่งปลิวออกไปด้วยเงาที่อยู่ใต้ดิน นี้จะไม่ให้พวกเขาตกตะลึงได้อย่างไร ? อะไรที่อยู่ใต้ดินกันแน่ ?
แน่นอนว่ามันไม่มีทางมีมังกรอยุ่ใต้ดิน แผ่นดินพื้นนี้เป็นหลี่ฉีเย่ผนึด้วยตัวเองและใช้ความแข็งแกร่งจากปราชญ์รวมถึงราชันเทพ สุดยอดรูปแบบที่ใช้กำราบพื้นดินด้านล่าง
หลังจากที่ก้าวเข้ามาในสวน หลี่ฉีเย่ดูเหมือนจะสนุกกับหญ้าจิตวิญญาณ แต่ความจริงนั้นเขากำลังคำนวนการเปลี่ยนแปลงและใช้โอกาสควบคุมผนึกที่อยู่ใต้ดิน !
ในสถานที่แห่งนี้ หวังฟู่เฮาได้สร้างเป็นหาและนำตัวเองไปสู่ความตาย หลี่ฉีเย่ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเขาและสามารถฆ่าเขาได้อย่างง่ายๆ
" หรือว่ามันจะเป็น..." นายหญิงฉีเยียนกลับคืนสู่ความสงบ แต่การแสดงออกของนางก็ยังเต็มไปด้วยความตกใจ นางเงยหน้าขึ้นและมองไปยังไผ่ยักษ์ที่เจาะผ่านท้องฟ้า
" เจ้าคาดเดาได้ถูก " ในเวลานี้ ขณะมองไปยังนายหญิง หลี่ฉีเย่เพียงยกคิ้วของเขาและเอ่ย " นั้นเป็นรากของต้นไผ่ เพียงรากเล็กๆรากหนึ่ง "
คำตอบนี้ทำให้นายหญิงฉีเยียนถูกแช่แข็ง แม้ว่าต้นไผ่ยักษ์จะเป็นเทพผู้ทิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา ผ่านไปหลายล้านปีไม่มีใครเคยเห็นมันลงมือ ตั้งแต่นางกลายมาเป็นศิษย์ของประเทศ นางไม่เคยเห็นการเคลื่อนไหวใดๆจากมัน
ต้นไผ่ยักษ์นั้นมักจะสงบนิ่งอยูเ่สมอ เจาะผ่านชั้นฟ้าโดยปราศจากการเปลี่ยนแปลงใดๆราวกับมันลืมที่จะเคลื่อนไหวหลังจากผ่านมาหลายล้านปี
ทว่าวันนี้คนนอกเช่นหลี่ฉีเย่สามารถกระตุ้นต้นไผ่ยักษ์ให้ลงมือได้ ภายใต้การควบคุมของหลี่ฉีเย่ รากขนาดเล็กของมันลงส่งหวังฟู่เฮาปลิวออกไปบนเส้นขอบฟ้า นี้ล้วนยากจะเชื่อ !
ในขณะที่นางอยู่ในอาการงุนงง หลี่ฉีเย่เดินไปข้างหน้าและเดินเข้าไปในสวนสมุนไพร ในเวลานี้เขามาอยู่ยังปลายทางของสวนสมุนไพร และตรงหน้าเขาเป็นส่วนหนึ่งของสวนไผ่
ถึงแม้ว่าทั้งสองสวนนั้นจะเชื่อมต่อกัน สวนไผ่นั้นปล่อยคลื่นที่เปล่งประกาย ไผ่ยักษ์บนชั้นฟ้าปล่อยม่านพลังลงมาปิดผนึกสวนไผ่ทั้งหมด ไม่มีใครสามารถผ่านมันเข้าไปยังสวนไผ่ได้
หลี่ฉีเย่มองไปยังม่านพลังด้านหน้าและมองต้นไผ่ยักษ์ เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ ภาพเก่าแก่โผล่ขึ้นมาในหัวใจของเขา
ในเวลานี้ทะเลความทรงจำไร้สิ้นสุดของเขาได้ยิงแสงออกมาจากหน้าผาก 'ปัง ! ' อำนาจนี้ทะลุม่านป้องกันและเปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นประตู
ประตูได้เปิดออกตรงหน้าและหลี่ฉีเย่เดินเข้าไปภายในสวนไผ่ หลังจากเขาเข้าไป ประตูได้หายไปขณะที่ม่านป้องกันกลับมาและไม่มีโอกาสให้คนอื่นได้เข้าไป
" เป็นไปไม่ได้..." หลังจากเห็นฉากนี้ นายหญิงฉีเยียนเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและใช้เวลานานกว่าจะกลับมามีสติ
นี้จะไม่เขาตกตะลึงได้อย่างไร ? สวนไผ่นี้เป็นดินแดนต้องห้ามภายในประเทศของนางมาเสมอ ผ่านมาหลายล้านปี นอกจากบรรพบุรุษแล้ว นางไม่เคยได้ยินว่ามีใครสามารถเข้าไปได้
ทว่า ตอนนี้คนนอกเช่นหลี่ฉีเย่สามารถเดินเข้าไปได้โดยไม่ต้องใช้แรงใดๆ มันราวกับว่าสวนไผ่นั้นอนุญาติให้เขาเข้าไปได้ มันกลายเป็นชัดเจนมากขึ้นเมื่อนายหญิงฉีเยียนเห็นประตูเปิดตรงหน้าหลี่ฉีเย่ นี้หมายความว่าสวนไผ่ยอมรับหลี่ฉีเย่ และที่สำคัญ เทพผู้พิทักษ์ของนางยอมรับเขา
หลังจากผ่านมาสิบล้านปี ประเทศไผ่ยักษ์นั้นสร้างฉัจฉริยะที่เปล่งประกายมาจำนวนมากรวมถึงผู้ปกครองที่เก่งกาจ ทว่านอกจากบรรพบุรุษของพวกเขา ไม่มีใครได้รับอนุญาติให้เขาไปยังสวนไผ่ แต่วันนี้คนนอกเช่นหลี่ฉีเย่สามารถเข้าไปได้ และนางเห็นมันด้วยตาตัวเอง !
สำหรับนักปรุงยาคนอื่นในสวนสมุนไพร พวกเขานั้นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาเพียงคิดว่าหลี่ฉีเย่เป็นศิษย์ของประเทศไผ่ยักษ์
" สหายทั้งหลาย วันนี้นั้นเกิดเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่ทุกคนมาเข้าร่วมกับพวกเราที่นี่ " นายหญิงฉีเยียนดึงสติกลับมาและเอ่ยกับนักปรุงยาทั้งหมด " ทว่าบางเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้นและมีความเข้าใจผิด ผลของมันทำให้เลือดสาดกระจาย ดังนั้นพวกเราจำเป็นต้องจบการฉลองก่อนเวลาที่แจ้ง "
ในเวลานี้นางนั้นต้องการสิ้นสุดการฉลอง หลังจากเหตุการณ์ทั้งหมดนี้มันอยู่อเหนือสิ่งที่นางเตรียมตัวไว้
นักปรุงยาคนอื่นนั้นไม่กล้าพูดอะไร ฉิงหยู่ตายและหวังฟู่เฮามีชะตากรรมที่ไม่ทราบ พวกเขารู้ว่าพายุกำลังจะมา ดังนั้นเวลานี้พวกเขาจึงรีบจากไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากนักปรุงยาทั้งหมดออกไป นายหญิงฉีเยียนทันใดนั้นก็มุ่งหน้าไปยังปลายทางของสวนสมุนไพรและยืนอยู่ด้านหน้าทางเข้าสวนไผ่
นางนั้นสูดลมหายใจเข้าลึกและเดินตรงเข้าม่านพลัง นางนั้นต้องการจะดูว่านางสามารถเข้าสวนไผ่ได้หรือไม่ ทว่าน่าเสียดายด้วยเสียง ' ปัง ' นางทันใดนั้นก็ถูกผลักออกมาด้วยม่านพลังที่ทรงอำนาจ
หลังจากนางกลับมายืนได้ นางสูดลมหายใจเข้าลึกและออกคำสั่ง " เชิญสิบแปดบรรพชนมาที่นี่โดยไม่ชักชา ! "
ขณะที่หลี่ฉีเย่เดินเข้าไปในสวนไผ่เข้าเห็นฉากด้านใน ภายในนั้นเต็มไปด้วยพลังงานโลกที่หน้าแน่นราวกับสายหมอก
พลังงานโลกที่มากเช่นนี้กล่าวได้ว่าน่ากลัว นี้เป็นระดับที่ไม่สามารถพบได้แม้แต่ในดินแดนบรรพบุรุษของนิกายทรงอำนาจ ทุกคนล้วนรู้สึกผ่อนคลายที่เข้ามาที่นี่ เส้นทางของพวกเขาจะเปิดสะดวกและสามารถพุ่งขึ้นสู่ชั้นฟ้าได้ด้วยพลังงานภายนในสวน
โดยการยืนอยู่ที่สถานที่แห่งนี้ แม้แต่คนที่มีความสามารถธรรมดาก็ยังสัมผัสได้ถึงอำนาจของดินแดนนี้ คนที่มีความสามารถขึ้นมาหน่อยพวกเขาจะสัมผัสได้ถึงความใกล้ชิดกับยอดเต๋า และเต๋าจะตอบรับพวกเขา
สถานที่แห่งนี้อธิบายได้เพียงคำเดียวว่าเป็นดินแดนแห่งสมบัติ ดินแดนที่จะสร้างความโลภให้กับนิกายทรงอำนาจ !
" สิบล้านปีผ่านไปเปลี่ยนดินแดนธรรมดาให้กลายเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์.." หลี่ฉีเย่ยืนอยู่ทามกลางหมอกและสัมผัสได้ถึงเส้นเลือดของภูเขาปราณฟ้าที่อยู่ใต้พื้นดิน มันราวกับว่าปฐพีนี้ซ่อนมังกรไว้อยู่และทำให้เขาเต็มไปด้วยอารมณ์
นานมาแล้ว ดินแดนแห่งนี้เป็นเพียงดินแดนธรรมดา แต่หลังจากยุคหนึ่งหลี่ฉีเย่ปลูกต้นไผ่เขียวที่นี่ ในเวลานั้นราชันต่างทำตามคำขอของเขา บรรพชนเที่ยงธรรมและราชันเทพมารวมตัวกันเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับดินแดน หลายตัวตนอมตะมาเพื่อสร้างผนึกที่ดินแดนแห่งนี้
ในเวลานั้น หลี่ฉีเย่ใช้วิธีการที่ท้าทายสวรรค์ในการเปลี่ยนแปลงดินแดนนี้ เขารวบรวมพลังงานโลกจากภูเขาปราณฟ้าและย้ายมันมายังที่นี่และใส่เข้าไปปลูกต้นไผ่ที่เขาปลูกไว้
เขานั้นเดินไปรอบๆสวน มันเป็นเหมือนป่าที่มีสายน้ำไหล เงาของต้นไม้จำนวนมาปกคลุมไปทั่ว ดอกไม้และหญ้าสมุนไพรล้วนเติบโตอยู่เต็มพื้นที่
สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ฉากภายในของมันเต็มไปด้วยความเงียบที่บริสุทธิ์ราวกับมีสวรรค์ปรากฏขึ้นทามกลางสวน
เดินเข้ามาภายในสามารถทำให้ผู้คนจมอยู่กับพลังงานโลกจำนวนมหาศาล ทำให้เกิดเป็นภาพลวงตาว่าพวกเขาอยู่ในโลกอมตะ
หลี่ฉีเย่เดินอย่างสบายๆผ่านสวนและสุดท้ายเขาก็มาหยุดลงตรงหน้าต้นไผ่ นี้เป็นไผ่ยักษ์ที่เขาปลูก หลังจากผ่านมาหลายล้านปี เขาก็พบมันอีกครั้ง
มันเป็นสีเขียวเหมือนหยก เมื่อมองมันจะมีเสียงวิบวับเปล่งประกายออกมาราวกับเป็นหยกอมตะ
หลังจากการไหลของเวลาผ่านไป ต้นไผ่นี้ก็ยังคงเงางามและสง่าดังเช่นก่อนหน้า มันไม่มีสัญญาณของริ้วรอยใดๆราวกับมันอยู่มาหลายล้านปีโดยไม่มีปัญหา
เมื่อผู้คนยืนอยู่ตรงหน้าต้นไผ่ขนาดยักษ์นี้ พวกเขาจะรู้สึกว่ากับเห็นยักษ์ ไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่าจะต้องใช้คนมากขนาดไหนในการโอบมัน
หลี่ฉีเย่อดไม่ได้ที่จะยืนมือไปสัมผัสได้กับลำต้นของไผ่หยก เขาถอนหายใจและเอ่ย " ผ่านมากี่ปีแล้วนะ...เมื่อข้านำเจ้าออกมาจากดินแดนแห่งลางร้าย เจ้าเป็นเพียงเมล็ด แต่ตอนนี้เจ้ากลายเป็นเทพแล้ว "
เงาของไผ่นั้นแกว่งไปมาขณะที่มีเสียงกรอบแกร๊บ กิ่งก้านของมันขยับราวกับจะตอบสนองหลี่ฉีเย่
ตั้งแต่หลี่ฉีเย่ใช้อำนาจจากทะเลแห่งความทรงจำเปิดม่านป้องกัน ต้นไผ่นั้นที่กลายเป็นเทพรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและใครกำลังจะมา...
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น