644
วันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2560
ตอนที่ 644 น้ำทิพย์อมตะ
" น้ำทิพย์อมตะของพวกเรา..." นายหญิงฉีเยียนทำเพียงยิ้มขมขื่นก่อนจะมองไปยังบรรพชนทั้งสิบแปดและเอ่ยถาม " มีบรรพชนคนใดเคยเห็นน้ำทิพย์อมตะของพวกเรามาก่อนบ้าง ? "
คำถามนี้ได้รับแต่เพียงความเงียบเป็นคำตอบกลับมาเพราะพวกเขารู้เพียงว่าเรื่องนี้เป็นเพียงตำนาน ตำนานเกี่ยวกับสุดยอดสมบัติของประเทศไผ่ยักษ์ - น้ำทิพย์อมตะ ทว่าของสิ่งนี้ก็ยังไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน
ขุนนางรุ่นต่างๆล้วนไม่เชื่อเกี่ยวกับตำนานหรือการมีอยู่ของน้ำทิพย์อมตะ ข้อสงสัยนี้ไม่น่าแปลกใจเพราะว่าพวกเขาไม่เคยเห็นมัน
เหล่าบรรพชนทำได้เพียงเงียบ ไม่มีใครรู้ว่าจะเอ่ยสิ่งใด แม้แต่นายหญิงฉีเยียนก้ไม่ยกเว้น น้ำทิพย์ลึกลับนี้เป็นข่าวลือที่มีมานาน
ความจริง นายหญิงฉีเยียนไม่ทราบว่าจะเชื่อดีหรือไม่ว่าน้ำทิพย์อมตะนี้มีตัวตนอยู่ เนื่องจากมีบันทึกการคงอยู่ของมัน ทว่าสถานที่ที่จะพบมันนั้นไม่แน่ชัด ในฐานะผู้ปกครอง นางนั้นอ่านบันทึกหลายเล่มแต่ก็ยังไม่พบเบาะแสของมัน
" นี้เป็นน้ำทิพย์อมตะ..." บรรพชนอีกคนฝืนหัวเราะและเอ่ย " ใครจะรู้ว่าน้ำทิพย์อมตะนี้มีจริงหรือไม่ พวกเราเองก็ไม่เคยเห็นมันมาก่อน มันเป็นเรื่องยากมากที่จะโน้มน้าวนายน้อยหลี่ด้วยสิ่งที่มีอยู่ในตำนานนี้ "
บรรพชนปีศาจเหยี่ยวเอ่ยอย่างเคร่งเครียด " ไม่จำเป็น แม้ว่าผู้คนกล่าวว่าหลายคนได้ค้นหาไปทั่วทุกสถานที่ในประเทศของเรา แต่มันก็ยังมีหนึ่งสถานที่ที่ไม่มีใครได้เตะต้อง "
บรรพชนทั้งหมดมองหน้ากันหลังจากได้ยินเรื่องนี้ บรรพชนต้นสนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก " หรือศิษย์พี่หมายถึงสวนไผ่ ? "
" ถูกต้อง ! สวนไผ่ ! หากประเทศของพวกเรามีน้ำทิพย์อมตะอยู่จริง เช่นนั้นมันก็เป็นไปได้ที่จะอยู่ภายในสวนไผ่ " บรรพชนเหยี่ยวเอ่ย
บรรพชนอีกคนส่ายหัวของเขาก่อนจะเอ่ย " มีเพียงสวรรค์เท่านั้นที่รู้ ใครจะเคยเข้าไปยังสวนไผ่มาก่อน ? ลองสมมุติว่ามันอยู่ที่นั้น มันเป็นเหมือนกับเป้นดอกไม้ที่อยู่ภายในกระจก หรือดวงจันทร์ที่อยู่บนหิวน้ำ "
บรรพชนทั้งหมดพยักหน้าให้กับคำกล่าวนี้ มันเป็นเช่นนี้แน่นอน หลังจากผ่านมาหลายรุ่น ไม่มีศิษย์คนใดจากประเทศเข้าไปยังสวนไผ่ได้
มันเป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์และพื้นที่ต้องห้ามของประเทศ มันเป็นสวนเก่าแก่ที่อยู่ด้านหลังของพระราชวังที่มีรากของไผ่ขนาดยักษ์อยู่
ที่อยู่เบื้องหลังของมันเป็นภูเขาปราณฟ้า สถานที่ที่เต็มไปด้วยประโยชน์ แม้แต่ในช่วงเวลาปัจจุับนไผ่ยักษ์ก็ยังเป็นผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ของประเทศไผ่ยักษ์ ประเทศได้รับการตั้งชื่อเหมือนมัน ทว่าไม่มีใครเคยเข้าไปในสวนนี้นอกจากบรรพบุรุษของประเทศมาก่อน
ไม่ศิษย์ในรุ่นปัจจุบันนั้นจะทรงพลังขนาดไหนพวกเขาก็ไม่สามารถเข้าไปในสวนได้ ไม่แม้แต่บรรพชนเที่ยงธรรม
มันข่าวลือจำนวนมากเกี่ยวกับสวนไผ่ หนึ่งในนั้นกล่าวว่าต้นไผ่นี้มาจากโลกอมตะและถูกนำมาปลูกในสถานที่แห่งนี้โดยเทพ หลังจากเทพคนนั้นได้ปลูกมัน เขายังคงผนึกสวนรอบๆไผ่ยักษ์ ไผ่นี้ได้โตขึ้นและโตขึ้นอย่างมากพร้อมด้วยอำนาจทรงพลัง สุดท้ายมันก็มีขนาดใหญ่มากในปัจจุบันและกลายเป็นเทพ
ผนึกของสวนไผ่นั้นไม่ได้อ่อนแอลงและกลายเป็นแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นเมื่อไผ่ยักษ์ได้นั้นกลายเป็นเทพ ไม่มีใครสามารถเข้าใกล้มันและคนนอกไม่รู้เหตุผล
" มันไม่สำคัญว่าจะเข้าไปยากขนาดไหน " บรรพชนเหยี่ยวเอ่ย " สำหรับสิบล้านปี นักปรุงยานับไม่ถ้วนล้วนสนใจในน้ำทิพย์อมตะ และแม้แต่นักปรุงยาจักรพรรดิก็ยังไม่มีข้อยกเว้น ในฐานะนักปรุงยาบางทีนายน้อยหลี่อาจจะสนใจน้ำทิพย์อมตะของพวกเรา หากเราสัญญว่าจะมอบน้ำทิพย์อมตะนี้ให้กับเขา เช่นนั้นเขาอาจจะอยู่ที่นี่ การที่เขาจะเข้าไปในสวนไผ่ได้หรือไม่เป็นเรื่องของเขาแล้ว ทว่าหากเขาสามารถทำได้ มันจะเป็นประโยชน์กับประเทศเราอย่างมาก "
บรรพชนทั้งหลาายคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกครั้ง วิธีการของบรรพชนเหยี่ยวก็คือการผลักภารทุกอย่างไปให้กับหลี่ฉีเย่ เพราะทางประเทศเองก้ไม่รู้ว่าน้ำทิพย์นั้นอยู่ที่ใด
นายหญิงฉีเยียนครุนคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย " มันก็ไม่เลว " ทว่านางส่ายหัวอีกครั้งหลังจากคิดอีกรอบ " แต่มันจะเป็นเพียงกลอุบายและประเทศของพวกเราจะไม่มีทางทำเช่นนั้น "
บรรพชนเหยี่ยวนั้นเอ่ยอย่างรวดเร็ว " ฝ่าบาท นี้ไม่ใช่เป็นกลอุบาย พวกเราเพียงสัญญาเขาเกี่ยวกับน้ำทิพย์ ตราบใดที่เขาสามารถหามันได้ เขาสามารถนำมันไปได้เท่าที่ต้องการ "
บรรพชนทั้งหมดถูกสั่นไหวโดยแผนการนี้ หากทำสำเร็จพวกเขาจะมีนักปรุงยาจักรพรรดิอยู่ในประเทศ !
ทว่านายหญิงฉีเยียนยังคงปฏิเสธและเอ่ย " ไม่ พวกเราจะไม่ทำเช่นนี้ ไม่ว่านายน้อยหลี่จะอยู่ที่นี่หรือไม่...ให้มันขึ้นอยู่กับโชคชะตา เมื่อแผนการนี้ถูกเปิดโปง ความสัมพันธ์ของพวกเราจะพังลง แม้ว่าเขาจะไม่อยู่ในประเทศในฐานะแขก พวกเราจะไม่ทำตามแผนการนี้ "
" แต่ว่าฝ่าบาท... " บรรพชนเหยี่ยวเอ่ยค้านอย่างรวดเร็ว
นายหญิงฉีเยียนเอ่ยขัดจังหวะ " ข้าจะหาเวลาที่พูดอย่างระวังเกี่ยวกับการเป็นแขกกับนายน้อยหลี่ รวมถึงเรื่องของน้ำทิพย์อมตะ ทว่าพวกเราจะไม่ใช้คำล่อลวงใดๆและใช้ความจริงใจแทน "
บรรพชนเหยี่ยวนั้นทำได้เพียงถอนหายใจและไม่เอ่ยสิ่งใดอีก หลังจากนายหญิงฉีเยียนตัดสินใจ
ในเวลานี้ ผู้ส่งสารก็เข้ามารายงาน " ฝ่าบาท นายน้อยลำดับหนึ่งของตระกูลหวังฟู่ต้องการเข้าพบ "
บรรพชนทั้งสิบแปดจ้องมองนายหญิง นางเพียงกล่าวอย่างสงบ " พวกเราจะไม่รับแขกในเวลานี้ "
ผู้ส่งสารคนนั้นเอ่ย " นายน้อยลำหนึ่งเอ่ยว่าเขาต้องการจะข้อพบฝ่าบาทเรื่องการประชุมนักปรุงยา "
การแสดงออกของนายหญิงกลายเป็นจริงจังและเอ่ยเสียงแข็ง " บอกนายน้อยหวังฟู่ว่าข้าไม่มีเวลาพบเขาในตอนนี้ ! "
หลายปีผ่านมา นายหญิงฉีเยียนนั้นมีชื่อเสียงในเรื่องความอ่อนน้อมถ่อมตนและมีน้ำใจบวกกับมากความสามารถ นางนั้นกระตือรือร้นอย่างมากในการสรรหาคนมีความสามารถทั่วทุกมุมโลก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะเห็นนางแสดงออกเช่นนี้
ผู้ส่งสารอดไม่ได้ที่จะลดเสียงของเขาและเอ่ย " แต่บรรพชนหวังฟู่มาพร้อมกับนายน้อยหวังฟู่ด้วย "
หลังจากได้ยินเรื่องนี้การแสดงออกของนายหญิงก็กลายเป็นเย็นชา ใบหน้าของบรรพชนทั้งสิบแปดบิดเบี้ยวเช่นกัน บรรพชนต้นสนเอ่ย " หวังฟู่เฮาพยามจะทำอะไร " บังคับแต่งงานหรือไง ? "
แต่เดิม นายหญิงฉีเยียนนั้นกำลังมองหานักปรุงยาที่มากความสามารถเพื่อเขาร่วมการประชุมนักปรุงยาในนามของประเทศไผ่ยักษ์ นักปรุงยาที่มีความสามารถล้วนเป็นที่ต้องการ
หวังฟู่เฮาเป็นผู้สมัครเข้ามา เขานั้นมายังประเทศไผ่ยักษ์และไม่ได้เพียงเพื่อเขาร่วมประมูลที่ลานหินยักษ์แต่เพื่อมาดูนายหญิงฉีเยียน
เขากล่าวกับนายหญิงว่าเขายินดีที่จะเป็นตัวแทนและจะได้รับชัยชนะกลับมาอย่างแน่นอน
คำกล่าวเหล่านี้ไม่ได้ไร้เหตุผลเพราะเขาถูกกล่าวขานว่าเป็นอัจฉริยะลำดับที่จากคนอื่น แม้ว่าการประสบความสำเร็จและชื่อเสียงของเขาในเต๋าแห่งการปรุงยาจะไม่อาจเทียบกับทั้งสี่ได้ เขาก้ยังมาจากตระกูลนักปรุงยาและความสามารถของเขานั้นไม่เลว มีอัจฉริยะจำนวนน้อยนอกจากอัจฉริยะนักปรุงยาทั้งสี่ที่จะเทียบเขาได้
ทว่าเขาก็ยังมีอีกหนึ่งเงื่อนไข เขานั้นจะไปเข้าร่วมการประชุม แต่เขาต้องการแต่งงานและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไผ่ยักษ์กับตระกูลหวังฟู่ เป็นงานแต่งของเขาและนายหญิงฉีเยียน
นี้ไม่ได้เป็นข้อเรียกร้องที่แปลกเพราะนางไม่เคยคาดความงามและการชื่นชม นางนั้นเป็นคนที่มีเสน่ห์และเป็นราชันปีศาจที่งดงาม สติปัญญาและการบ่มเพาะของนางล้วนไม่บกพร่อง นอกจากนี้นางยังเป็นภรรยาในอุดมคติของหลายคน
ทว่านายหญิงฉีเยียนนั้นตอบปฏิเสธหวังฟู่เฮาทันทีและไม่เอ่ยสิ่งใดอีก
สีหน้าของนางกลายเป็นเย็นชาหลังจากได้ยินผู้ส่งสารเอ่ย ปกติราวนางเต็มไปด้วยกลิ่นอายที่อ่อนโยน แต่ตอนนี้นางเต็มไปด้วยพลังงานและแรงกดดัน
การแสดงออกของหวังฟู่เฮาดูเหมือนจะไม่ง่ายที่จะจัดการ ด้วยบรรพชนที่มาพร้อมกับเขา มันเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อพูดคุยและต้องการใช้การบังคับ
" มันยากที่บรรพชนของตระกูลหวังจะออกมายังประเทศของเรา ขณะที่เขาไม่ค่อยแสงตัว " นายหญิงเอ่ยอย่างเย็นชา
สิบแปดบรรพชนนั้นเต็มไปด้วยความโกรธเช่นกัน มันจะเป็นเรื่องแตกต่างออกไปหากผู้นำตระกูลหวังฟู่มากับหวังฟู่เฮาเพื่อจะขอแต่งงาน แต่การที่บรรพชนมานั้นเป็นเรื่องต่างออกไป
มันจะเป็นไปได้อย่างไรที่บรรพชนจากขุมอำนาจที่ยิ่งใหญ่จะกลับมามีชีวิตอย่างง่ายๆ ? ตัวตนดังกล่าวนั้นผนึกตัวอยู่ใต้ดินเป็นเวลานานและเว้นแต่จะมีเรื่องเกินขึ้นพวกเขาจะปรากฏ ตอนนี้เขานั้นปรากฏตัวหมายความว่าข้อเสนอการแต่งงานครั้งนี้จะต้องประสบความสำเร็จ และนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของหวังฟู่เฮาและตระกูลหวังฟู่
หนึ่งในบรรพชนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยอย่างเย็นชา " ตระกูลหวังฟู่กดขี่ผู้คนมากเกินไป พวกเขาคิดว่าประเทศไผ่ยักษ์ของพวกเราไม่มีใครหยุดเขาได้ ? ฮึ่ม ! "
หวังฟู่เฮานั้นมาพร้อมกับบรรพชนเห็นได้ชัดว่าต้องการบังคับ นี้จะไม่ให้บรรพชนทั้งสิบแปดโกรธได้อย่างไร ?
ในเวลานี้ นายหญิงที่มักจะอ่อนโยนอยู่เสมอประกาศ " บอกพวกเขาให้ออกไป ข้าจะไม่พบกับใครในตอนนี้ ! " ในฐานะราชันปีศาจ นางไม่ใช่คนที่จะมากดขี่ได้ง่ายๆ !
" ฝ่าบาท ข้าเกรงว่านั้นจะไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาด " บรรพชนเหยี่ยวคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอ่ย แม้ว่าเขาจะไม่พอใจกับตระกูลหวังฟู่ เขาก้ยังเอ่ยแนะนำ " แม้ว่าประเทศไผ่ยักษ์ของเราจะไม่ได้กลายเป็นญาติกับตระกูลหวังฟู่ แต่ก็ยังไม่ถึงจุดที่เราจะต้องกลายเป็นศัตรู ฝ่าบาทควรจะไปพบกับหวังฟู่เฮาและปฏิเสธเขาโดยตรง ไม่ว่าอย่างไรผู้ที่มาเยือนอย่างพวกเขาก็ยังคงเป็นแขก "
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น