642
ตอนที่ 642 เต๋าแห่งการปรุงยาที่ไร้ผู้ใดเทียบ
แม้ว่ามันจะมีตำรับยาที่เป็นสาธารณะอยู่ในเก้าโลก แต่ผลของพวกมันค่อยข้างจำกัด เฉพาะบางสูตรเท่านั้นที่มีผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม บางคนกระทั้งฟื้นคืนจากความตาย !
นอกจากเจ้าของ คนนอกไม่สามารถสร้างตำรับยาประเภทนี้ได้ แม้ว่าจะมีส่วนผสมที่เท่ากัน แต่คนภายนอกไม่มีทางรู้ว่าผสมอะไรก่อนหลังและต้องใช้ความร้อนเท่าไหร่
" ศิษย์พี่ซาน นี้มัน...ข้าเกรงว่ามันจะไม่เหมาะสมสำหรับสถานการณ์นี้ "
ความท้าทายนี้ยากเกินไป สามัญสำนึกของทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่านี้ล้วนเป็นไปไม่ได้ คนนอกจะปรุงตำรับยาแบบพิเศษได้อย่างไร ?
" เอามันมามานี่ " หลี่ฉีเย่เอ่ยกับบรรพชนนักปรุงยาโดยไม่กระพริบตา
บรรพชนนักปรุงยาแทบจะไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เขานั้นเอ่ยมันเพื่อต้องการสร้างความลำบากใจให้กับหลี่ฉีเย่และลดความหยิ่งยโสของเขาก่อนหน้า มันไม่เหมาะที่จะขอให้ราชันปีศาจนั้นเป็นคนขับรถ ดังนั้นบรรพชนนักปรุงยาจึงกล่าวเรื่องที่เป็นไปไม่ได้นี่ ใครจะคิดว่าหลี่ฉีเย่จะเห็นด้วย ?
บรรพชนนักปรุงยามอบส่วนผสมให้กับหลี่ฉีเย่อย่างไม่เต็มใจ
หลี่ฉีเย่มองไปที่ชุดส่วนผสมก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะ หลังจากนั้นเขาก็สูดดมกลิ่นของมัน มันมีส่วนผสมหลายสิบชนิด แต่หลี่ฉีเย่รับรู้พวกมันได้ทันทีเกี่ยวกับคุณสมบัติของพวกมันและวิธีการและขั้นตอนในการกลั่นมัน
งานแบบนี้ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากของหลี่ฉีเย่ หลายล้านปี หลี่ฉีเย่ได้ทดลองใช้สูตรต่างๆมากมายโดยเฉพาะในยุคของเทพโอสถ ทั้งสองนั้นได้สร้างสูตรปรุงยาจำนวนมาก
หลังจากผ่านแม่น้ำแห่งเวลา หลี่ฉีเย่ได้ทดลองมันมากขึ้นและสอนให้กับนักปรุงยาจำนวนมาก
แม้ว่าส่วนผสมของบรรพชนนักปรุงยาจะไม่ใช่ส่วนผสมที่เขาสร้าง หลี่ฉีเย่ก็รู้วิธีการกลั่นมันและขั้นตอนทุกอย่าง
เกี่ยวกับการปรุงยา ไม่มีใครคู่ควรจะทดสอบเขา อย่างก็ในยุคปัจจุบัน
นายหญิงฉีเยียนและบรรพชนคนอื่นเฝ้ามองหลี่ฉีเย่พร้อมด้วยกลั่นลมหายใจ บรรพชนต้นสนได้บอกพวกเขาถึงวิธีการปรุงยาของหลี่ฉีเย่ว่ามันท้าทายสวรรค์ระดับใด
พวกเขารู้สึกว่าหากเจ้าเด็กนี้มีความสามารถดังกล่าว เช่นนั้นเขาคงจะอยู่เหนือสี่อัจฉริยะนักปรุงยาของโลกสมุนไพรหิน พวกเขามีความคาดหวังที่สูง หากเขาล้มเหลว พวกเขาจะผิดหวังอย่างมาก
หลังจากสูดดมกลิ่นส่วนผสม หลี่ฉีเย่ได้หยิบหมื่นกระถางสวรรค์ออกมา
" ตูม ! " ทันใดนั้นหลี่ฉีเย่ก็ควบคุมเปลวไฟต้นกำเนิดภายในกระถางเพื่อเรียกใช้ความร้อนของมัน เปลวไฟที่หาตัวจับได้ยากนี้สามารถละลายทุกอย่างในโลกได้แม้แต่โลหะศักดิ์สิทธิ์
เมื่อเปลวไฟลุกออกมาจากกระถาง นายหญิงฉีเยียนและบรรพชนคนอื่นไม่สามารถทนต่อความร้อนที่น่ากลัวของมันได้และถอยออกไป
เปลวไฟที่ร้อนแรงนี้เปลี่ยนกระถางที่คล้ายกาน้ำชาให้กลายเป็นกระถางปรุงยาของจริง ตัวของมันเต็มไปด้วยสีแดงจากความร้อนที่แผดเผา
หลี่ฉีเย่โยนส่วนผสมทั้งหมดลงไปในกระถางและพวกมันละลานทันที
บรรพชนนักปรุงยาตะโกนอย่างตกตะลึง " นี้มันเป็นการปรุงยาแบบใดกัน ?! " เขารู้สึกว่าเรื่องนี้กำลังจะบ้าเกินไปแล้ว
บรรพชนคนอื่นที่ไม่ใช่นักปรุงยาและนายหญิงฉีเยียนเองก็ตกตะลึงเช่นกัน ในฐานะผู้ฝึกตนจากโลกสมุนไพรหิน พวกเขารู้หนึ่งหรือสองออย่างเกี่ยวกับกระบวนการกลั่นตำรับยา
สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถสร้างขึ้นได้โดยการโยนส่วนผสมทั้งหมดลงไปในครั้งเดียวพร้อมกันและปรับแต่ง โดยส่วนใหญ่มันจะต้องใส่ไปทีละลำดับอย่างเจาะจงเพื่อที่จะไม่ลดประสิทธิภาพของยา
แต่ตอนนี้ หลี่ฉีเย่ได้โยนทั้งหมดลงไปวิธีการของเขาทำให้ทุกคนตกตะลึง
" ซี้! " ขณะที่ทั้งหมดกำลังตกตะลึง เปลวไฟในกระถางลุกโชนและเปลี่ยนทุกอย่างเป็นของเหลวและได้ยินเสียงเดือดราวกับมันเป็นน้ำเดือด
ทุกสิ่งนั้นเกิดขึ้นเร็วเกินไป เมื่อเปลวไฟเปลี่ยนส่วนผสมกลายเป็นน้ำ มันทันใดนั้นก็สกัดแก่นแท้สำคัญทั้งหมดออกจาส่วนผสม
สิ่งที่น่ากลัวก็คือแก่นแท้สำคัญของส่วนผสมทั้งหมดรวมกันอย่างรวดเร็ว แม้แต่เทพธิดาแห่งเกลี้ยวคลื่นก็ยังไม่สามารถจับความเร็วระดับนี้ได้
การจับคู่อย่างรวดเร็วของส่วนผสมเป็นสิ่งที่น่ากลัว ตัวอย่างเช่นพิษของแมงป่องแดงผสมกับน้ำหยินรากหญ้า ภายใต้เปลวไฟนี้แก่นแท้ของพวกมันรวมกันจนเป็นรูปร่าง
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ปกติควรจะใช้เวลาหลายวัน แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นในไม่กี่วินาที
" ฟู่ ! " เปลวไฟที่ร้อนแรงได้กวาดผ่านแก่นแท้สำคัญทั้งหมดอย่างรวดเร็วและทำให้พวกมันกลายเป็นก้อน
" ตุบ ! " เปลวไฟสุดท้ายก็หายไปพร้อมกับกระถางเหลือไว้เพียงตำรับหญ้าที่อยู่ในมือของหลี่ฉีเย่
ในเวลาเดียวกัน นายหญิงฉีเยียนและบรรพชนทั้งสิบแปดต่างถูกแช่แข็ง
ในทางทฤษฎีนักปรุงยาไม่มีทางปล่อยหรืออนุญาติให้คนนอกเข้ามาดูพวกเขาในการปรุงยา ทว่าหลี่ฉีเย่ไม่ได้เอ่ยเรื่องนี้ แม้ว่าทั้งกลุ่มนั้นจะได้เห้นด้วยสายตาตัวเอง - ถึงวิธีการของหลี่ฉีเย่ พวกเขาก็ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ด้วยกระบวนการที่รวดเร็วนี้
ตั้งแต่การดมส่วนผสมไปจนถึงการกลั่นตำรับยามันใช่เวลาเพียงไม่กี่วินาที มันเร็วยิ่งกว่าการต้นน้ำชา
พวกเขาไม่เคยเห็นวิธีการกลั่นตำรับยาเช่นนี้มาก่อน บรรพชนนักปรุงยานั้นตกตะลึงมากที่สุด นี้เป็นตำรับยาของตระกูลเขาและคนนอกไม่มีทางมีมัน ดังนั้นไม่สมควรมีใครสร้างตำรับยานี้ได้
แม้ว่ามันเป็นไปได้ที่จะถูกสร้างขึ้น แต่มันก้ไม่สมควรจะรวดเร็วเช่นนี้
บรรพชนนั้นเป็นนักปรุงยาที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลของเขา แต่มันต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งวันเพื่อที่จะสร้างตำรับยาพิเศษนี้ คนที่มีฝีมือน้อยใรตระกูลจะต้องใช้อย่างน้อยสามวัน
แต่ตอนนี้ หลี่ฉีเย่ทำเพียงแค่สะบัดมือเท่านั้น - นี้เป็นเรื่องน่าตกตะลึงสำหรับพวกเขา ทั้งความเร็วและวิธีการกลั่นมันเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะไม่ตกตะลึง
ในอีกด้านหลัง ตำรับยาในมืดของหลี่ฉีเย่ค่อยๆแข็งตัวช้าๆ ก่อนที่คุลมด้วยฝ่ามือเขาและมอบมันให้กับบรรพชนนักปรุงยาและเอ่บ " รับมันไป "
บรรพชนนักปรุงยานั้นสูดลมหายใจเข้าลึกและพยามสงบสติอารมณ์หลังจากเห็นฉากนี้ การกระทำเล็กๆน้อยๆของหลี่ฉีเย่นี้เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดสำหรับตำรับยา หากไม่มีขั้นตอนนี้ประสิทธิภาพของตำรับยาจะเสียไปอย่างมาก
ดังนั้นบรรพชนนักปรุงยาจะไม่ตกตะลึงที่เห็นหลี่ฉีเย่ทำสิ่งนี้ได้อย่างไร ? หากเขาไม่เชื่อในตระกูลของตัวเอง เขาจะสงสัยว่าหลี่ฉีเย่ได้เข้าไปขโมยสูตรของเขามาก่อนหน้า แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้
ขณะที่คนอื่นพยามจะสงบสติอารมณ์ บรรพชนนักปรุงยาก็ค่อยๆเปิดสิ่งที่ถูกปกคลุมออก
ทุกคนมองไปยังตำรับยาที่อยู่ในฝ่ามือของเขา นักปรุงยาได้กลายเป็นซีดขาวอย่างรวดเร็วหลังจากได้เห็นตำรับยาและถอยหลังกลับไปหลายก้าว " นี้...มันเป็นไปได้อย่างไร ? นี้...เป็นหนึ่งในตำรับยาคุณภาพดีที่สุด ! สิ่งสกปรกทั้งหมดถูกขจัดไป ตำรับยานี้หากใช้ยามมีบาดแผลมันจะหายได้ในทันที รวมทั้งอาการบาดเจ็บภายใน ! " จุดนี้บรรพชนนักปรุงยาไม่ได้สามารถทรงตัวได้และคุกเข่า
บรรพชนคนอื่นกลายเป็นตกตะลึงที่ได้เห็นตำรับยานี้ บรรพชนอีกคนรีบเอ่ย " มันดีขนาดไหนกัน มันดีมากกว่ากี่เท่ากับตำรับยาที่ศิษย์พี่ซานให้กับข้า "
" มันไม่ใช่เพียงกี่เท่า..." บรรพชนนักปรุงยาเอ่ยขณะที่นั่งลงบนพื้นราวกับเห็นผี หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ฟื้นขึ้นสติและเอ่ย " ไม่มีใครสามารถสร้างตำรับยาระดับนี้ได้นอกจากบรรพบุรุษของข้า มันเป็นตำนานของตระกูล หากพวกเราสามารถกลั่นตำรับยาระดับนี้ได้อย่างไม่จำกัด เช่นนั้นมันก็สามารถเทียบได้กับผงกลืนวิญญาณอมตะของอาณาจักรนักปรุงยา และจะดีกว่าตำรับยาในปัจจุบันอย่างเทียบกันไม่ติด "
มาถึงตอนนี้ บรรพชนนักปรุงยาก็หยุดชั่วคราวและกลายเป็นตื่นเต้น " ก่อนหน้านี้ ข้าคิดว่าการปรุงตำรับยาระดับนั้นล้วนเป็นไปไม่ได้ แต่ข้าเห็นด้วยตาว่ามันทำได้...ชะ..ช่างน่าประทับใจจริงๆ "
บรรพชนคนอื่นได้แต่อ้าปากค้าง ผงกลืนวิญญาณอมตะนั้นเป็นตำรับยาที่มีชื่อเสียงอย่ามากในอาณาจักรนักปรุงยา มหาอำนาจนับไม่ถ้วนใช้จ่ายเงินจำนวนมากเพื่อให้ผงอมตะพวกนี้ในจำนวนไม่กี่ขวด
ไม่เพียงแต่ตำรับยาที่หลี่ฉีเย่ทำออกมาจะมีคุณภาพที่สูง วิธีการที่เขาทำพวกมันก็ยังน่ากลัวมากอีกด้วย
ถึงตอนนี้ ทุกคนกลายเป็นไร้คำพูดด้วยความตกตะลึง นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่บรรพชนต้นสนนั้นเป็นหลี่ฉีเย่กลั่นยา แต่เขาก็ยังสั่นสะท้านแม้ว่าจะเตรียมใจไว้แล้ว
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น