638
อนที่ 638 หายนะของตระกูลเหล่ย
ตรงกันข้ามกับความเชื่อของผู้คนที่คิดว่าเขาบ้า หลี่ฉีเย่มใช้ผลึกจักรพรรดิอมตะซื้อไก่ปรุงยานี้มาทำให้เขาได้ประโยชน์ครั้งใหญ่ ! ซื้อของหายากสามอย่างพร้อมกันในหนึ่งลมหายใจ ยังจะมีอะไรดีกว่านี้อีก ?
หลี่ฉีเย่สังเกตมันสักครู่ก่อนจะวางทุกสิ่งทุกอย่าง จากนั้นเขาก็เคาะกระถางที่อยู่ข้างๆและเอ่ย " ไป ใต้เมืองหลวงนั้นมีแหล่งกำเนิดเปลวไฟที่แข็งแกร่ง แม้ว่ามันจะไม่สามารถเทียบกับเปลวไฟที่เจ้าได้กินมาก่อนหน้านี้ได้ สิ่งนี้นั้นถูกสร้างขึ้นโดยข้าและจิตวิญญาณของมันไม่เลว กินมันและจัดการกับปัญหาเล็กๆน้อยของข้าระหว่างทางด้วย "
กระถางนั้นได้รับคำสั่งของหลี่ฉีเย่ จากนั้นมันก็ค่อยๆจมหายไปในพื้นดินก่อนจะหายไป
****
หลังจากที่บรรพชนทิ้งหลี่ฉีเย่และออกมาจาก เขาก็สั่งให้เป่ยหวังดูแลหลี่ฉีเย่ให้ดี ขณะที่เขาเดินทางไปพบราชันปีศาจ
มีการประชุมลับเกิดขึ้นภายในราชวงศ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของประเทศไผ่ยักษ์ในปัจจุบัน
ต้นสนโบราณเอ่ย " ฝ่าบาท นายน้อยไม่ต้องการจะมายังสถานที่แห่งนี้เพื่อพบปะ "
นายหญิงฉีเยียนพยักหน้าและเอ่ย " ข้าได้ยินเหตุการณ์ที่เกิดในลานหินยักษ์แล้ว "
บรรพชนปีศาจอีกคนเอ่ยอย่างจริงจัง " เขาหยิ่งยโสถึงเพียงนี้ ? หรือเขาต้องการให้ฝ่าบาทไปพบเขาด้วยตัวเอง ? "
นี้คือหนึ่งในสิบแปดบรรพชน บรรพชนปีศาจเหยี่ยว
นายหญิงฉีเยียนเพียงส่ายหัวและเอ่ย " มันไม่ใช่ความผิดของเขา ด้วยทักษะการปรุงยาที่น่าอัศจรรย์เช่นนั้น เขาเอ่ยเพียงคำเดียวผู้คนทั่วโลกสมุนไพรหินก็พร้อมที่จะสร้างความโปรดปรานให้กับเขา แม้แต่เชื้อสายจักรพรรดิก็ยังยินดีที่จะมอบอำนาจให้กับเขา นักปรุงยาที่มีทักษะที่ดีจะได้รับเกียรติในทุกๆที่ที่เขาไป ไม่ต้องเอ่ยถึงคนที่เต็มไปด้วยขุมทรัพย์เช่นั้นและไม่ต้องการสิ่งใด มันยากที่จะดึงดูดเขาอย่างมาก "
มาถึงตอนนี้นางก็ถอนหายใจเบาๆและเอ่ยจริงจัง " ประเทศไผ่ยักษ์ของเราเป็นประเทศเล็กๆ ข้าเกรงว่าพวกเราจะไม่สามารถเก็บนักปรุงยาเช่นเขาไว้ได้ "
ต้นสนโบราณอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแนะนำ " ฝ่าบาท ท่านไปพบนายน้อยหลี่ด้วยตัวเองเป็นอย่างไร ? ข้าเห็นว่าเขานั้นมีความชอบบางอย่างในประเทศไผ่ยักษ์ ดังนั้นหากฝ่าบาทไปด้วยตัวเอง ดังนั้นนายน้อยหลี่อาจจะแสดงท่าทางจริงจังออกมา "
ต้นสนโบราณรู้ดีว่านักปรุงยาระดับสูงที่ไม่ขาดเงินและสมบัติเช่นหลี่ฉีเย่ไม่ได้สามารดึงดูดด้วยสิ่งของได้ พวกเขาต้องใช้วิธีการอื่นเพื่อสร้างความประทับใจ
นายหญิงฉีเยียนนั้นรับฟังและรู้สึกว่าคำแนะนำของบรรพชนต้นสนนั้นมีเหตุผลอย่างมาก " หากนายน้อยหลี่ยินดี เช่นนั้นข้าก็ยินดีที่จะไป สุดยอดนักปรุงยาเช่นนี้มีค่าพอที่จะให้ข้าเดินทางไปด้วยตัวเอง "
บรรพชนปีศาจอีกคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวล " นี้อาจจะไม่ถูกต้อง ฝ่าบาท...เป็นผู้ปกครองประเทศของเรา ให้พวกเราไปแทนเป็นอย่างไร ? "
" ไม่ได้ " นายหญิงฉีเยียนส่ายหัวและเอ่ย " ข้าเป็นผู้ปกครองแล้วอย่างไร ? นักปรุงยาจักรพรรดิทุกคนถือได้ว่าเป็นแขกที่มีเกียรติสูงสุด แม้ว่าแต่จักรพรรดิอมตะก็ยังไม่กล้าละเลยพวกเขา มันชัดเจนแล้วว่านายน้อยหลี่จะต้องเป็นนักปรุงยาจักรพรรดิ ดังนั้นขุนนางธรรมดาเช่นข้าไปพบเขาก็เป็นเรื่องสมควร "
" ข้าสงสัยว่านายน้อยหลี่ยินดีจะอยู่ที่นี่หรือไม่ " บรรพชนเหยี่ยวพึมพำ " ฝ่าบาทควรจะมีแผนการอื่น หากไม่สามารถเก็บเขาไว้ได้ เช่นนั้นฝ่าบาทควรจะเลือกผู้เข้าร่วมการประชุมอีกครั้ง "
บรรพชนเหยี่ยวนั้นมีความสัมพันธ์กับตระกูลฉิง ดังนั้นเขาจึงต้องการช่วยคนของตัวเอง
นายหญิงฉีเยียนเพียงพยักหน้าและเอ่ย " ข้าตัดสินใจเองเมื่อถึงเวลานั้น "
บรรพชนปีศาจอีกคนหนึ่งเอ่ย " ฝ่าบาท นายน้อยหวังฟู่จากตระกูลหวังฟู่ก็น่าสนใจ..."
นายหญิงได้เอ่ยขัดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว " อย่าได้เอ่ยถึงเรื่องนี้ "
กลิ่นอายจักรพรรดิของนางทำให้คนอื่นไม่กล้าจะเอ่ยต่อ ราชันปีศาจก็คือราชันปีศาจ อำนาจของนายหญิงฉีเยียนไม่ใช่สิ่งที่จะถูกมองข้าม
บรรพชนที่นำเรื่องนี้ขึ้นมาหุบปากและไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดอีก
นายหญิงฉีเยียนนั้นประกาศ " พรุ่งนี้่ ข้าจะไปพบกับนายน้อยหลี่ด้วยตัวเอง จะดีที่สุดหากเข้าเป็นตัวแทนของพวกเราได้ในเวลานี้ "
ช่วงเวลาที่นางเอ่ยเสร็จ ลูกน้องนางก็วิ่งเข้ามอย่างใจร้อนและเอ่ย " ฝ่าบาท ฝ่าบาท ! มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแล้ว ! "
นายหญิงฉีเยียนสังเกตเห็นความร้อนรนก่อนจะเอ่ยถาม " เกิดอะไรขึ้นถึงทำให้เจ้าร้อนรนได้ขนาดนี้ ? "
ชายคนนี้เอ่ย " ตระกูลเหล่ยจบสิ้นแล้ว ! "
บรรพชนปีศาจคนหนึ่งยืนขึ้นและเอ่ย " จบสิ้นแล้ว ? จบสิ้นอะไร ? "
แม้ว่าตระกูลเหล่ยนั้นจะไม่ใช่ตระกูลที่แข็งแกร่ง แต่ภายในเมืองหลวงพวกเขาก็น่ากลัวอย่างมาก ไม่ต้องเอ่ยถึงว่าพวกเขาเป็นตระกูลนักปรุงยาอันดับหนึ่งของเมืองหลวงอีกด้วย
ไม่ใช่เรื่อง่ายเลยที่ตระกูลดังกล่าวจะจบสิ้นลงภายในระยะเวลาสั้นๆแค่นี้
สิบแปดบรรพชนรวมถึงนายหญิงฉีเยียนเต็มไปด้วยความตกตะลึง พวกเขารู้ว่าตระกูลเหล่ยยังมีบรรพชนหลายคนที่มีชีวิต แม้ว่าบรรพชนพวกนั้นจะไม่สามารถเทียบกับขุมอำนาจขนาดใหญ่ได้ พวกเขาก็ยังเป็นผู้เชียวชาญระดับสูง ด้วยกำลังขนาดนี้ พวกเขาไม่มีทางจบสิ้นง่ายๆ
บรรพชนปีศาจคนหนึ่งเอ่ยถามอย่างรวดเร็ว " มันเกิดอะไรขึ้น ? อธิบายมาให้ชัดเจนซะ "
ผู้แจ้งข่าวเอ่ยตอบทันที " มันเกิดขึ้นไม่นานนี้เอง แหล่งกำเนิดเปลวไฟที่อยู่ใต้ตระกูลเหล่นจู่ๆก็ระเบิดและทำลายดินแดนบรรพบุรุษของพวกเขา บรรพชนของพวกเขาต้องการจะปราบปรามการระเบิดครั้งนี้แต่ถูกหยุดโดยอำนาจของแหล่งกำเนิดเปลวเพลิง ผู้คนกล่าวว่าแหล่งกำเนิดเปลวเพลิงนี้คำรามทั่วชั้นฟ้าก่อนจะพุ่งไปยังตระกูลเหล่ย ฆ่าเหล่ยจี้ นายน้อยของตระกูลเหล่ย ศิษย์ของพวกเรากล่าวว่าเปลวไฟนั้นทะลุหัวใจของเหล่ยจี้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่วินาที แม้ว่าร่างกายส่วนที่เหลือจะคงสภาพเดิม แต่จิตวิญญาณของเขาได้แตกดับไปแล้ว "
หลังจากได้ยินเรื่องนี้ บรรพชนจำนวนมากก็มองหน้ากันและกัน ตระกูลเหล่ยนั้นเป็นตระกูลนักปรุงยาอันดับหนึ่งในเมืองหลวงนั้นมีเหตุผล - เป็นเพราะแหล่งกำเนิดเปลวเพลิงของพวกเขา
แหล่งกำเนิดเปลวไฟนั้นไม่ได้เพียงแต่ช่วยพวกเขาในการจัดการกระถางได้ดี แต่มันยังทำให้การกลั่นสมุนไพรของพวกเขาง่ายขึ้นอีกด้วย นักปรุงยาในเมืองหลวงส่วนใหญ่กล่าวด้วยความรังเกียจ " ทักษะปรุงยาของตระกูลเหล่ยเป็นเพียงแค่ระดับสาม พวกเขาจะไม่มีอะไรเลยหากปราศจากแหล่งกำเนิดเปลวไฟ "
ถึงแม้ว่าคำเหล่านี้จะค่อนข้างโหดร้าย แต่มันก็เป็นความจริง เต๋าปรุงยาของตระกูลเหล่ยนั้นไม่ได้โดดเด่น พวกเขาจะต้องจบสิ้นไปนานแล้วหากไม่มีแหล่งกำเนิดเปลวไฟ
" ตระกูลเหล่ยนั้นมีชื่อเสียงและสามารถกลั่นสมุนไพรได้ก็เพราะแหล่งกำเนิดเปลวไฟนี้ " บรรพนคนหนึ่้งเอ่ย " หากแหล่งกำเนิดเปลวไฟถูกทำลาย ตระกูลเหล่ยจะถูกทำลายเป็นจนย่อยยับและไม่สามารถยืนขึ้นได้อีก "
" พวกเขาต้องพังลงมาอย่างแน่นอนแล้ว " นักปรุงยาในบรรพชนทั้งสิบแปดเอ่ย " เต๋าการปรุงยาของพวกเขามีเพียงคนแก่ที่สนับสนุน รุ่นเยาว์ของพวกเขาล้วนไม่มีความสามารถ ตอนนี้เหล่าคนแก่พวกนั้นล้วนถูกเผาจนเป็นเถ้าถ่าน คนมีความสามารถอย่างเหล่ยจี้ถูกสังหาร และสิ่งที่สำคัญคือแหล่งกำเนิดเปลวไฟถูกทำลาย ตระกูลเหล่ยทำได้เพียงถอนตัวจากเส้นทางการปรุงยา "
นายหญิงฉีเยียนนั่งอยู่บนบัลลังก์ก่อนจะครุนคิดชั่วครู่และเอ่ย " มันเป็นเรื่องแปลกมาก แหล่งกำเนิดเปลวไฟนี้ถูกส่งผ่านมาเป็นเวลานาน ตระกูลเหล่ยได้เฝ้าดูแลมันมาหลายรุ่น มันเสถียรมาตลอดและไม่สัญญาณของการถูกทำลาย เหตุใดมันจึงระเบิดขึ้นโดยไม่มีคำเตือนล่วงหน้า ? "
มันไม่ใช่ว่าไม่มีเหตุผลที่นายหญิงฉีเยียนได้ขึ้นเป็นผุ้ปกครองประเทศ นางมีหลายอย่างที่โดดเด่น ตอนที่นางได้รับข่าวนางรู้ทันทีมีบางสิ่งผิดปกติ
บรรพชนหลายคนมองหน้ากันและรู้สึกเช่นเดียวกับนายหญิงฉีเยียน บรรพชนต้นสนนึกถึงบางอย่างก่อนจะสั่นสะท้าน เขาลุกขึ้นยืนและเอ่ย " ฝ่าบาท ข้านึกถึงบางสิ่งได้ บางทีมันอาจจะเกี่ยวกับเรื่องนี้ "
นายหญิงฉีเยียนเอ่ยอย่างเร่งรีบ " มันคืออะไร ? บอกข้า "
ตระกูลเหล่นนั้นเป็นตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง ดังนั้นชะตากรรมของพวกเขาทำให้นายหญิงมึนงง
บรรพชนต้นสนเล่าเรื่องที่เหล่ยจี้ขว้างทางหลี่ฉีเย่ตามที่เป่ยหวังได้เล่าให้เขาฟัง และตอนนี้ตระกูลเหล่ยก็พังทลายทำให้เขานึกถึงเรื่องนี้
บรรพชนต้นสนเอ่ยต่อ " ข้าได้ยินลูกน้องของข้ากล่าวว่า นายน้อยหลี่บอกกับเหล่ยจี้ว่าแหล่งกำเนิดเปลวไฟของพวกเขาจะถูกทำลายอย่างแน่นอน "
นายหญิงฉีเยียนลุกขึ้นยืนหลังจากได้ยินเรื่องนี้ " นายน้อยหลี่ได้ออกจากคฤหาสน์ของท่านหรือไม่ ? "
บรรพชนต้นสนส่ายหัวและเอ่ย " หลังจากที่ข้าออกมา นายน้อยยังอยู่ในคฤหาสน์ และข้าคิดว่าเขาคงไม่ได้ออกมา "
หลังจากได้ยินเรื่องนี้นายหญิงฉีเยียนก็ยืนนิ่งและครุนคิด
บรรพชนเหยี่ยวนั้นรีบเอ่ย " บางทีนี่อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญ มันเป็นเรื่องปกติที่ผู้เยาว์จะกล่าวคำหยาบคายออกมา "
" ถูกต้อง " บรรพชนอีกคนหนึ่งเอ่ยเพิ่ม " ตระกูลเหล่ยนั้นมีผู้เชียวชาญมากมาย มันเป็นเรื่องยากที่คนนอกจะแอบเข้าไปยังตระกูลเหล่ยโดยไม่ถูกจับได้ อย่างน้อยก้สำหรับผู้เยาว์ แต่ในกรณีนี้ ตระกูลเหล่ยดูเหมือนจะไม่พบกับผู้บุกรุกใดๆ แต่เป็นเพียงการระเบิดอย่างกระทันหันของแหล่งกำเนิดเปลวไฟ "
นายหญิงฉีเยียนนึกถึงเรื่องนี้อีกเล็กน้อยก่อนจะส่ายหัวเอ่ย " ข้าเกรงว่าเรื่องนี้จะไม่ง่าย แหล่งกำเนิดเปลวไฟไม่มีทางระเบิดออกมาอย่างไม่มีเหตุผลและฆ่าเพียงแค่เหล่ยจี้ ตระกูลเหล่ยนั้นมีคนจำนวนมาก ทำไมเปลวไฟนั้นถูกฆ่าเพียงแค่เหล่ยตี้คนเดียว ? "
นางไม่ใช่ผู้ปกครองที่ทรงคุณธรรมเท่านั้น นางยังฉลาดอย่างมาก สิ่งนี้เกิดเป็นคำถามในใจของบรรพชนหลายคน
บรรพชนที่เป็นนักปรุงยาเอ่ย " ถ้าหากนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุ เช่นนั้นมันก็มีความเป็นไปได้เพียงสองอย่าง แต่ทั้งสองอย่างนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้ "
บรรพชนปีศาจอีกคนเอ่ยถามอย่างรวดเร็ว " ตาแก่ซาน อย่าทำให้พวกเราสงสัย ทั้งสองอย่างนั้นคืออะไร ? บอกมาแล้วพวกเรามาช่วยกันคิด "
บรรพชนที่เป็นนักปรุงยาครุนคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย " ข้าเพียงได้ยินถึงเรื่องสองอย่งานี้มาและไม่เคยเห็นด้วยตัวเองมาก่อน เรื่องเหล่านี้มีเพียงเฉพาะในตำนานเท่านั้นและยากที่จะกล่าวว่าเป็นความจริงหรือไม่ "
นายหญิงฉีเยียนเอ่ย " ท่านบรรพชนกล่าวต่อ ไม่ว่าจะเป็นจริงหรือไม่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ตอนนี้พวกเราต้องการสิ่งที่จะเป็นไปได้ "
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น