636

ตอนที่ 636 ม้าไม้ลึกลับ

" ข้ามีใบรับประกันชีวิตจากตระกูลจิ้งหลง ตราบใดที่เจ้ามีใบนี้ ไม่ว่าจะเจ้าอยู่ที่ไหนหรือเผชิญอันตรายใด ตระกูลจิ้งหลงจะพยามอย่างเต็มความสามารถเพื่อรับประกันความปลอดภัยของเจ้า " บรรพชนที่ซ่อนตัวไว้อีกคนเอ่ย

คำกล่าวของเขาทำให้ทุกคนตกตะลึง ตระกูลจิ้งหลงนั้นเป็นสัตว์ประหลาด สิ่งมีชีวิตที่เทียบได้กับอาณาจักรนักปรุงยาในโลกสมุนไพรหิน ด้วยการคุ้มกันนี้ ไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับสิ่งใดอีก ทว่าใบรับประกันนี้ก็ยังไม่มีค่าในสายตาหลี่ฉีเย่

หญิงสาวที่หยิ่งยโสอย่างเจี้ยนหวู่ซวงยืนขึ้นและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง " ข้าจะแลกสุดยอดทักษะกับผลไม้ยืดอายุ " 

หลี่ฉีเย่นั้นไม่ได้ขยับตัว ความจริงก็คือเขาไม่แม้แต่จะเปิดตา

ในขณะที่ยังไร้การตอบสอนง เจี้ยนหวู่ซวงกันฟันของนางและเอ่ยอีกครั้ง " ข้ามีหยดเลือดชีวิตของจักรพรรดิอมตะสามหยด หากเจ้าของต้องการ เช่นนั้นข้าจะใช้สุดยอดทักษะและหยดเลือดจักรพรรดิทั้งสามแลกเปลี่ยน "

เจี้ยนหวู่ซวงนั้นไม่ต้องการผลไม้ แต่ผู้อาวุโสของนางต้องการมันจริงๆ คนซื้อที่เหลือล้วนอุทานด้วยความตกตะลึง " อะไระน !? หยดเลือดชีวิตของจักรพรรดิอมตะ ? "

นี้เป็นสิ่งของที่ทำให้ทุกคนโลภโดยไร้ยางอาย แม้แต่เชื้อสายจักรพรรดิบางเชื้อสายก็ยังไม่มีมัน ทว่ามันก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้หลี่ฉีเยเ่ปิดตา

เป่ยหวังและชิฮ่าวล้วนแต่ตกตะลึงกับสมบัติที่น่าทึ่งเหล่านี้ พวกเขาไม่เคยเห็นสุดยอดสมบัติจำนวนมากตรงหน้ามาก่อน แต่ตอนนี้พวกมันถูกเสนอมามากมาย

เป่ยหวังนั้นเอ่ยเสียงสั่นเหมือนจะเตือนหลี่ฉีเย่ " นั้นมัน...หยดเลือดชีวิตของจักรพรรดิอมตะ"

หลี่ฉีเย่ยังคงไม่ตอบสนอง เป่ยหวังทันใดนั้นก็เข้าใจว่าหลี่ฉีเย่นั้นไม่ได้สนใจหยดเลือดชีวิตของจักรพรรดิอมตะ เป่ยหวังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกลัว ไม่สนแม้แต่สมบัติระดับนี้ - ช่างกดขี่ผู้คนอย่างยิ่ง !

เจี้ยนหวู่ซวงนั้นนั่งลงด้วยความหงุดหงิดหลังจากได้ไม่ได้รับการตอบสนองจากเจ้าของ นี้เป็นครั้งที่สองแล้วที่นางพ่ายแพ้ในวันนี้ ครั้งแรกความภูมิใจของนางถูกเหยียบย่ำโดยหลี่ฉีเย่ ตอนนี้เจ้าของผลไม้ยังปฏิเสธหยดเลือดชีวิตจักรพรรดิอมตะของนาง นี้จะไม่ให้นางผิดหวังได้อย่างไร ?

รายการใหญ่ต่างๆที่เหล่าคนซื้อมีอยู่ล้วนถูกนำเสนอออกมาอย่างสมบูรณ์ มันประกอบไปด้วย อาวุธ , สมบัติและทักษะอื่นๆ ทว่ามันไม่ได้ทำให้หลี่ฉีเย่เปิดตา

หลังจากคนซื้อคนอื่นนำเสนอสิ่งของของพวกเขา บรรพชนที่ซ่อนตัวคนหนึ่งทันใดนั้นก้เอ่ย " ข้ามีม้าไม้ขนาดเล็กชิ้นหนึ่ง " เขานั้นไม่เต็มใจ แต่สุดท้ายก็รวมรวบความตั้งใจทั้งหมดก่อนจะเอ่ย " ข้าไม่สามารถบอกได้ว่าม้าไม้ขนาดเล็กนี้ในตอนนี้ทำอะไรได้บ้าง แต่มันสิ่งที่ถูกทิ้งไว้โดยจักรพรรดิอมตะบรรพบุรุษจากตระกูลข้า สมบัติที่สำคัญมากที่สุด.."

บรรพชนคนนั้นเต็มไปด้วยความลังเลและสำนักผิด แต่เขาต้องการผลไม้ยืดอายุนี้จริงๆ " หากเจ้าของเต็มใจ ข้าจะแลกม้าไม้ขนาดเล็กนี้กับผลไม้ยืดอายุ "

เขากลัวว่าเจ้าของนั้นจะไม่สามารถเห็นบ้านได้ เขาจึงบอกให้คนงานนำถาดออกมา

มันเป็นม้าไม้ขนาดเล็กที่แกะสลักจากไม้สีเทา - ไม่มีอะไรสะดุดตา

ทั้งกลุ่มมองไปยังม้าไม้ขนาดเล็กนั้น และไม่มีใครสามารถบอกได้ว่ามันมีค่าอย่างไร แต่บรรพชนคนนี้สามารถมาเป็นแขกได้ ไม่ต้องกล่าวถึงว่าบรรพบุรุษของเขาเป็นจักรพรรดิอมตะ แม้ว่าคนอื่นจะไม่สามารถบอกพื้นหลังของเขาได้ แต่แน่นอนว่ามันต้องยิ่งใหญ่อย่างมาก

หลี่ฉีเย่เปิดตาของเขาหลังจาได้ยินม้าไม้ขนาดลเ็ก หลังจากนั้นไม่นานบนระเบียงเขาเอ่ยกับคนงาน " ไปนำม้าไม้นั้นมาให้ข้าดู "

หลังจากได้ยินคำสั่งนี้ ผู้ทำกาประมูลได้บอกกับบรรพชนคนนั้น " เจ้าของนั้นต้องการจะดูม้าไม้ของท่าน "

" ดี ดียิ่ง ! " บรรพชนคนนั้นมีความต้องการที่จะใช้ผลไม้ยืดอายุอย่างมาก ไม่เช่นนั้นเขาจะไม่เสนอสมบัติล้ำค่าของจักรพรรดิอมตะของเขาเพื่อแลกกับมัน

ม้าไม้มาอยู่ในมือของหลี่ฉีเย่อย่างรวดเร็ว เขาสังเกตมันก่อนจะเอ่ย " ข้าตกลงกับการแลกเปลี่ยนี้ "

ผู้ทำการประมูลทันใดนั้นก็เอ่ยประกาศทันที " ข้ารู้สึกโล่งใจที่จะบอกข่าวดีกับทุกคน ผลไม้ยืดอายุนี้มีเจ้าของใหม่แล้ว ! เจ้าของเดิมยินดีจะแลกมันกับม้าไม้ของแขกท่านนี้ ! "

หลังจากได้ยินประกาศนี้ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะมองหน้ากันและกัน หลายคนต้องการจะรู้ถึงอำนาจของม้าไม้ที่ถูกทิ้่งไว้โดยจักรพรรดิอมตะ

ทว่าน่าเสียดายที่พวกเขาไม่สามารถมองผ่านม้าตัวนี้ได้เลย ผู้ซื้อและผู้ขายไม่ต้องการเปิดเผยเรื่องม้าตัวนี้มาก ดังนั้นกลุ่มคนที่อยากรู้จึงไม่สามารถหาคำตอบได้

ผู้ทำการประมูลจกานั้นก็ประกาศ " เช่นนั้นข้าขอประกาศว่าการประมูลในครั้งนี้ได้จบลงอย่างเป็นทางการด้วยผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม ! "

เขานั้นร่าเริงอย่างมาก นี้เป็นการประมูลที่ใหญ่ที่สุดและแปลกที่สุดที่เขาเคยทำงานมา มันจะทิ้งความสว่างในฐานะผู้ทำการประมูลของเขาไว้

เมื่อการประมูลสิ้นสุดลง ผู้ที่อยู่ในห้องส่วนตัวล้วนออกไปทางช่องทางพิเศษ บุคคลภายนอกไม่สามารถเห็นผู้เข้าร่วมได้

ในขณะเดียวกันเห็นหลี่ฉีเย่ปฏิเสธสามหยดเลือดของจักรพรรดิอมตะและรับม้าไม้ขนาดลเล็กนี้มา เป่ยหวังถึงกับต้องเอ่ยถาม " นี้...มันคุ้มค่า ? "

หลี่ฉีเย่อมยิ้มและเอ่ย " มันขึ้นอยู่กับบุคคล "

เป่ยหวังและชิฮาวไม่สามารถมองผ่านม้าไม้ขนาดเล็กนี้ได้ และไม่ทราบความพิเศษของมันเพราะหลี่ฉีเย่ไม่ได้บอกพวกเขา

หลังจากเสร็จการประมูล หลี่ฉีเย่ก็ออกไปพร้อมกับทั้งสอง

ทั้งสองนั้นมีความสุขและตื่นเต้นอย่างมาก ไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงชิฮ่าว เขานั้นได้รับกระถางที่ถูกใช้โดยนักปรุงยาจักรพรรดิร้อยสมุนไพรมา มันเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยฝันมาก่อน

เป่ยหวังก็ยังได้รับกระถางเพลิงหงส์ไฟศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน มันอาจจะไม่สามารถเทียบกับชิฮ่าว แต่แค่นี้มีค่ามากแล้วสำหรับเขา อย่างน้อยที่สุดเขาก็ไม่สามารถหาซื้อมันได้แม้ว่าจะพยามมากขนาดไหน

พวกเขารู้สึกขอบคุณหลี่ฉีเย่อย่างมากที่ได้มอบของเหล่านี้ให้

ขณะที่พวกเขาออกจากลานหินยักษ์และกำลังจะข้ามถนน พวกเขาทันใดนั้นก็หยุดลง

มีคนขว้างเส้นทางของพวกเขานั้นคือเหล่ยจี้ ลูกหลานของตระกูลเหล่ย เป่ยหวังนั้นมีปฏิกริยาอย่างรวดเร็ว เมื่อเหล่ยจี้ยืนขว้างหน้าหลี่ฉีเย่ เป่ยหวังก็ออกมาบังหลี่ฉีเย่

เป่ยหวังกล่าวอย่างสงบ " นายน้อยเหล่ยจี้ หากท่านมีอะไรจะเอ่ย เช่นนั้นก็เอ่ยที่นี่ "

" เพียงแค่สุนัขรับใช้ ไสหัวไปห่างๆ ! " เหล่ยจี้ตะโกนอย่างเย็นชาพร้อมด้วยแรงกดดัน ในสายตาของเขาเป่ยหวังเป็นเพียงคนใช้เท่านั้น

ทว่าสถานะของเป่ยหวังนั้นไม่ได้ต่ำ แม้ว่าเขาจะไม่ได้มาจากตระกูลอันทรงเกียรติ ด้วยบรรพชนต้นสนหนุนหลัง เขาก้ไม่กลัวเหล่ยจี้แม้แต่น้อย

เป่ยหวังโบกมือของเขาและให้ศิษย์ของบรรพชนต้นสนทั้งหมดรอฟังคำสั่ง เขาพูดอย่างเย็นชา " นายน้อยเหล่ยจี้ โปรดกลับไป นายน้อยหลี่เป็นแขกผู้ทรงเกียรติของประเทศไผ่ยักษ์ของเรา ไม่ใช่คนที่ท่านจะพบได้ตามต้องการ ! "

การแสดงออกของเป่ยหวังนั้นทำให้เหล่ยจี้โกรธ เขาต้องการจะเข้าไปสั่งสอนหลี่ฉีเย่และสุนัขรับใช้ของเขา แต่ก็ถูกหยุดโดยศิษย์ของบรรพชนต้นสน

เหล่ยจี้ตะโกนข่มขู่หลี่ฉีเย่ " เจ้าสารเลว ฟังให้ดี ! เมืองหลวงไม่ใช่สถานที่ของสารเลวเช่นเจ้า มีเงินก็เท่านั้น ! มีตระกูลนับไม่ถ้วนที่เจ้าไม่สามารถรุกรานได้ในเมืองหลวงนี้ รู้จักสถานะของตัวเองและไสหัวออกไป หากไม่เจ้าอาจจะไม่มีโอกาสได้ออกจากเมืองหลวงด้วยขาทั้งสองข้าง แต่จะออกไปแบบเป็นศพ ! "

นี้คือความแตกต่างระหว่างเหล่ยจี้และเจี้ยนหวู่ซวง ทั้งสองนั้นเกลียดและต้องการจะฆ่าหลี่ฉีเย่ แต่เจี้ยนหวู่ซวงจะไม่มาขว้างทางคนอื่นและข่มขู่อย่างไรความหมาย หากนางต้องการฆ่านางก็จะลงมือฆ่าทันที

ตัวตนเล็กๆเช่นเหล่ยจี้ล้วนไม่มีค่าในสายตาของหลี่ฉีเย่ แต่การคุกคามของเขาทำให้หลี่ฉีเย่หยุดชั่วคราวก่อนจะหันมามองเขาและเอ่ย " ตระกุลเหล่ยใช่ไหม ? นี้เป็นตระกูลขยะแบบไหน ? มีแหล่งเปลวเพลิงของตัวเองใช่ไหม ? จำไว้ ว่าแหล่งเปลวเพลิงจะทำลายตระกูลของเจ้าและดับชีวิตเจ้า "

หลี่ฉีเย่จากนั้นก็เดินออกไปอย่างเฉื่อยชาและไม่สนใจสิ่งใด

เหล่ยจี้หัวเราะอย่างยิ่งยโสและเอ่ย " ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าคิดว่าข้าจะกลัวคำขู่เจ้า ? เจ้าสารเลว หากเจ้ากล้าก้ไม่ต้องเดินหนี ! "

เขานั้นไม่มีโอกาสจะเดินตามหลี่ฉีเย่เพราะศิษย์ของบรรพชนต้นสนขว้างเอาไว้ สุดท้ายเขาก็กระทืบพื้นอย่างโกรธเคืองและสาบานว่าจะกลับมาสั่งสอนให้กับเจ้าสารเลวนี้

ช่วงเวลาที่หลี่ฉีเย่กลับมายังคฤหาสน์ บรรพชนปีศาจก็อยู่ที่นี่แล้ว เขารีบเข้ามาทักทายหลี่ฉีเย่อย่างรวดเร็ว " ขอแสดงความยินดีกับนายน้อยหลี่ด้วย ที่ได้รับชัยชนะอย่างงดงมที่ลานหินยักษ์ "

มาถึงตอนนี้ทัศนคติของบรรพชนยิ่งกลายเป็นเคารพมากขึ้น และตัวเขาก็ยิ่งต่ำต้อยลง

หลี่ฉีเย่มองไปยังบรรพปีศาจและเอ่ย " ข้อมูลของเจ้านี้เดินทางเร็วจริงๆ "

บรรพชนปีศาจยิ้มอ่อนโยนก่อนจะเอ่ย " ข้าเพียงแค่ได้ยินมาเท่านั้น ความยิ่งใหญ่ของนายน้อยนั้นกระจายออกไปทั้งสี่ทิศ มันยากจริงๆที่จะจับลม "

หลี่ฉีเย่เพียงอมยิ้มและไม่เอ่ย

บรรพชนปีศาจของเขาถูมือเขาด้วยกันและเอ่ย " เช้าวันนี้ข้าไปพบราชันปีศาจและบรรพชนคนอื่น และไม่สามารถไปกับนายน้อยได้โปรดอภัยให้ข้าด้วย "

น้ำเสียงของเขากลายเป็นจริงจังก่อนจะเอ่ย " ฝ่าบาทจะเสด็จมาพบกับนายน้อย นั้นเป็นไปได้หรือไม่ ? "

" รอสักครู่  " กล่าวเสร็จหลี่ฉีเย่ก็เดินเข้าไปข้างใน

บรรพชนปีศาจนั้นยืนอยู่ตรงนั้นและไม่รุ้จะเอ่ยสิ่งใด การถูกเรียไปโดยผู้ปกครองประเทศไผ่ยักษ์ล้วนเป็นเกียรติ แต่มันต่างออกไปในกรณีของหลี่ฉีเย่และพวกเขาต้องทำสิ่งที่ตรงข้าม

เป่ยหวังจากนั้นก็กระซิบกับบรรพชน หลังจากได้ยินรายงานดังกล่าวการแสดงออกของบรรพชนเปลี่ยนไปทันที..

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

732

750

751