624
ตอนที่ 624 สตรีที่หยิ่งยโส
จนกระทั้งหลี่ฉีเย่ ในฐานะอีกาทมิฬรู้สึกอ่อนแอและจะเข้าสู่การหลับหลึก ในนาทีสุดท้าย เขาบอกกับนางว่าหากนากต้องการผนึกตัวเองเป็นเวลานานเช่นกันเขาจะให้นางยืมมือ
ทว่าสาวน้อยคนนั้นเอ่ยตอบอย่างนุ่มนวล " อาจารย์ โลกนี้เต็มไปด้วยความยากลำบากและเส้นทางสู่สุดยอดเต๋าเต็มไปด้วยความขมขื่น ข้านั้นพอใจมากที่ได้ใช่เวลามากมายอยู่กับท่านและได้เห็นสีสันต่างๆของโลกด้วยกัน ข้านั้นมีทุกอย่างพร้อมแล้ว ดังนั้นทำไมข้าต้องผนึกตัวเองอยู่ใต้ดินและไม่ได้เห็นแสงตะวันอีก ? "
หลังจากนั้นหลี่ฉีเย่ก็ไม่ได้บังคับนางและเข้าสู่การหลับลึกและไม่เคยเห็นนางอีกเลย ขณะเดียวกันนางก็กลับไปยังที่พำนักเดิมของนางและสร้างประเทศสำหรับเหล่าทหารที่ติดตามนางต่อสู้มา ประเทศนั้นมีชื่อว่าประเทศไผ่ยักษ์
ในขณะที่ก้าวข้ามแม่น้ำและภูเขาภายใต้แสงจันทร์ หลี่ฉีเย่จมอยู่กับความทรงจำในอดีตก่อนจะสงบลงอีกครั้ง อารมณ์เหล่านี้สุดท้ายก็หายไป
หลายสิบล้านปีที่ได้ผ่านมรสุมและพายุแห่งชีวิต ความเจ็บปวดได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของหัวใจเขาและฝังอยู่ในเส้นเลือด
นับสินล้านปีที่ฝนเลือดนับไม่ถ้วนตกลงมาและอาบโลกนี้ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน - หลี่ฉีเย่ก็กลายเป็นชินชากับสิ่งเหล่านี้แล้ว
วันนี้ เขารู้สึกว่าตัวเองเต็มไปด้วยอารมณ์หลังจากย้อนกลับไปยังสถานที่ในอดีต หัวใจของเขาเต้นแรง
สุดท้ายเขาก็มายืนอยู่ใต้ท้องฟ้าในดินแดนแห่งนี้ ความเศร้าทั้งหมดค่อยๆกระจายไปตามสายลม
ขณะที่หลี่ฉีเย่กำลังมองไปยังทิศทัศน์ของภูเขา เสียงหนึ่งทันใดนั้นก็ปรากฏด้านหลัง
เขาหันกลับไปและเห็นม้าบินกำลังวิ่งอยู่บนอากาศ รถคันเก่านี้มีเครื่องประดับและสัญลักษณ์ของธนู มันเก่าแก่มากราวกับผ่านมานานหลายปี รถคันเก่านี้วิ่งราวกับสายฟ้าและมีเสียงของคนขับตะโกนกับหลี่ฉีเย่ " ไสหัวไปให้พ้นทาง ! "
" วูบบบ ! " แสนั้นตวัดเหมือนงูพุ่งมายังหลี่ฉีเย่ ทว่าคนขับนั้นไม่ว่าเขาจะตั้งใจฟาดมันหรือไม่ผลก็คือแสของเขาพุ่งออกไป
ช่วงเวลาที่แสใกล้เข้ามา การแสดงออกของหลี่ฉีเย่กลายเป็นจริงจัง และตวัดมือของเขาไปยังคนขับและจับแสไว้
" ตูม ! " คนขับนั้นยังไม่ฟื้นสติแต่ทั้งตัวเขาและแสนั้นถูกดึงลงมาจากอากาศ
ขณะที่รถม้านั้นกำลังพุ่งเข้าชนหลี่ฉีเย่ด้วยความเร็วสูง แต่หลี่ฉีเย่ไม่ได้แยแสและเหวี่ยงหมัดออกไป
" ตูม ! " ทั้งรถม้าและม้าถูกซัดปลิวไปในอากาศ
ขณะที่รถม้านั้นกำลังจะตกพื้น พลังงานในสายเลือดขนาดมหึมาออกมาจากรถมาและพุ่งเข้าหาหลี่ฉีเย่
หลี่ฉีเย่นั้นไม่ได้ขยับและยังยืนอยู่ที่เดินอย่างสงบราบเป็นภูเขาหนักแน่น
" ตูม ! " พลังงานในสายเลือดที่ราวกับมหาสมุทรไม่สามารถทำให้หลี่ฉีเย่เคลื่อนไหวได้
เสียงที่หนาวเย็นและหยิ่งยโสดังออกมาจากรถม้า " ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมเจ้าถึงกล้าทำลายรถม้าของข้า มันดูเหมือนว่าเจ้าจะมีความสามารถอยู่บ้าง " เสียงที่เยือกเย็นนี้ทำให้ทุกคนที่ฝั่งต้องรู้สึกหนาวสั่น
ประตูรถม้าเปิดออกและมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมา นางนั้นเต็มไปด้วยความหยิ่งยโสและกลิ่นอายให้ความกดข่ม โดยเฉพาะเมื่อนางมองลงมาจากด้านบน
" การทำให้ดอกไม้และดวงจันทร์หม่นหมอง " ยังไม่เพียงพอที่จะอธิบายถึงความงามของสตรีนางนี้ นางนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายราวกับฟินิกซ์ผู้สูงส่ง นางนั้นประดับประดาไปด้วยชุดของนักธนูและไม่จิตวิญญาณที่แน่วแน่ทามกลางความหยิ่งยโส ดวงตาของนางนั้นสดใสราวกับดาวในยามราตรี
ไม่มีใครในโลกนี้อยู่ในสายตาของนาง ด้วยบรรยากาศรอบตัวที่สูงส่งนี้ทำให้คนอื่นรู้สึกว่านางเป็นชนชั้นสูงและสามารถชี้นิ้วบงการใครก็ได้
นางนั้นเป็นเหมือนฟินิกซ์ที่บินออกมาจากรังทองคำด้วยกลิ่นอายที่งดงาม ทุกสิ่งมีชีวิตราวกับจะต่ำต่อยกว่านาง และมีเพียงนางเท่านั้นที่สามารถดูถูกคนอื่นได้
ทว่าหญิงสาวที่หยิ่งยโสคนนี้ไม่ได้เป็นเพียงนกฟินิกซ์ที่มีแต่ความงดงามด้วยร่างกายทีน่าหลงใหล แต่ยังมีกลิ่นอายแห่งความไร้ปราณีอยู่ด้วย
พลังงานในสายเลือดราวกับมหาสมุทรของนางแสดงให้เห็นราวว่าความแข็งแกร่งของนางอยู่ระดับสูง มันเป็นเรื่องที่คนเช่นนี้จะไม่มีความหยิ่งยโส โดยเฉพาะมีนางมีความสามารถที่ดี
บางทีภูมิหลังของนางอาจจะสูงส่งจนทำให้คนอื่นอยากตาย !
ด้วยการมองอย่างรวดเร็ว หลี่ฉีเย่รู้ได้ทันทีว่าหญิงสาวคนนี้เป็นเผ่าหินยักษ์ เผ่าหินยักษ์ที่มีร่างกายเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ และเป็นลำดับหนึ่งในผู้ที่มีรูปแบบนี้ มันง่ายที่จะจินตนาการว่าต้นกำเนิดของนางน่ากลัวขนาดไหน
สามารถเกิดมาพร้อมกับร่างกายและเลือดเนื้อที่สมบูรณ์...บางทีบรรพชนของนางอาจจะเป็นตัวตนที่ท้าทายสวรรค์ หรือแม้แต่จักรพรรดิอมตะ
ดวงตาของหญิงสาวที่หยิ่งยโสกลายเป็นดุร้ายขึ้นเมื่อเห็นหลี่ฉีเย่นั้นยืนเฉยๆ โดยไม่ตอบสนองนาง " ข้าพูดกับเจ้าอยู่ได้ยินหรือไม่ ? "
ดวงตาที่คมชัดของนางราวกับลูกธนู แม้การเปลี่ยนแปลงที่เล็กน้อยก็ไม่สามารถรอดสายตานางไปได้
หลังจากได้ยินคำกล่าวที่รุนแรงของนาง หลี่ฉีเย่เหลือบมองก่อนจะเอ่ย " ข้าได้ยิน แล้วไงต่อ ? "
หญิงสาวที่หยิ่งยโสเอ่ย " กล้าที่จะขว้างเส้นทางของข้าและทำลายรถม้าของข้า เจ้าคิดว่าการลงโทษแบบใดเหมาะกับเจ้า ? เจ้าจะคุกเข่าและขอให้ข้าให้อภัย หรือจะให้ข้าหักแขนของเจ้า ? "
ริมฝีปากของหลี่ฉีเย่เรียบเป็นเส้นตรงหลังจากได้เห็นทัศนคติที่หยิ่งยโสของนาง เขาเอ่ย " เช่นนั้นรึ ? สายตาของเจ้าเห็นว่าข้าขว้างทาง ? ดินแดนนี้กว้างใหญ่ ดังนั้นเจ้าจะบอกได้อย่างไรว่านี้เป็นทางของเจ้า ? หรือเจ้าเป็นเจ้าของที่นี่ ? ข้ายืนอยู่ตรงนี้จากนั้นก็เป็นรถม้าเจ้าวิ่งเข้ามาหาข้า หากเจ้าอยากฆ่าตัวตายอยากได้ลากขึ้นอื่นลงไปพร้อมกับเจ้า ! และตอนนี้เจ้ากำลังพูดเหมือนตัวเองมีคุณธรรมสูงส่ง ? เจ้าคิดว่าตัวเองสามารถตัดสินใครก็ได้เพียงเพราะตัวเจ้ามีความสามารถเล็กน้อยหรือตระกูลที่พลังหนุนหลัง ? "
" แน่นอน หากเจ้าคิดว่าเจ้านั้นมีฝีมือพอข้าเองก็ไม่รังเกียจ...ในเมื่อเจ้าไม่รู้จักชีวิตและความตาย เจ้าต้องการจะให้ข้าหักแขนของเจ้า หรือว่าเจ้าจะหักมันด้วยตัวเองดี ? " หลังจากกล่าวเสร็จ หลี่ฉีเย่มองอย่างไม่แยแส
เมื่อกล่าวถึงความหยิ่งยโส ยังจะมีใครในโลกสามารถเทียบกับหลี่ฉีเย่ได้อีก ? วันนี้หลี่ฉีเย่อยู่ในอารมณ์ที่ไม่ดี ดังนั้นเขาจึงไม่ขัดขว้างหากมีคนต้องการจะตาย
สาวน้อยที่หยิ่งยโสนั้นเต็มไปด้วยความโกรธ นางนั้นหยิ่งยโสเสมอเพราะมีอำนาจพอ ไม่ว่านางจะเป็นที่ใดทั้งผู้เยาว์หรือผู้อาวุโสล้วนแต่มาเพื่อประจบหรือไม่ก็วิ่งหนี
วันนี้ มีเจ้าคนประหลาดที่อยู่ก็ปรากฏ และกล้ามาหยิ่งยโสต่อหน้านาง นี้จะไม่ให้นางโกรธได้อย่างไร ?
" ดี ดี กล่าวได้ดี " หญิงสาวคนนี้ระเบิดเสียงหัวเราะด้วยความโกรธและจ้องหลี่ฉีเย่ก่อนเอ่ย " ดุเหมือนว่าข้าจะพบกับคนไม่รู้เหตุผล ดีมากหากเจ้าต้องการปัญหา ข้าจะให้ความบันเทิงกับเจ้าเอง อย่าได้คิดว่าข้านั้นเป็นคนพาล ! ข้าจะไม่ใช้ตระกูลของข้ามารังแกเด็กน้อยเช่นเจ้า ! "
" คนพาล ? " หลี่ฉีเย่ระเบิดเสียงหัวเราะและเอ่ย " ดีมาก หากเจ้ากล่าวมันเช่นนั้น มีอะไรก็แสดงออกมา "
เขามองนางขึ้นลงก่อนจะเอ่ย " เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นคนมีเหตุผล ? แสดงออกด้วยท่าทางที่ก้าวร้าว ? เพียงแค่สาวน้อยคนหนึ่งที่แสดงตัวราวกับเป็นฟินิกซ์ยกหางไปมา เจ้าไม่รุ้สึกว่าการกระทำเช่นนี้จะทำให้คนอื่นหัวเราะจนตาย ? "
" ก้าวร้าว ? " หญิงสาวนั้นไม่ได้ยอมแพ้และเอ่ยอย่างเย็นชา " ด้วยสายตาของเจ้ามองเห็นว่าข้าก้าวร้าว ? ข้าเพียงแค่เร่งรีบเดินทางจากเหนือลงใต้ เช่นนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ข้าแสดงเป็นคนพาล ? ชั้นฟ้านั้นกว้างใหญ่และเต็มไปด้วยเส้นทางนับไม่ถ้วน ข้าเพียงแค่เลือกหนึ่งในพวกมัน ดังนั้นเจ้าจะบอกว่าข้าก้าวร้าวได้อย่างไรกัน ? "
แม้แต่หลี่ฉีเย่ก็ยังรู้สึกทึ่งเกี่ยวกับการตอบสนองที่รวดเร็วของนาง เขาไม่ได้คาดหวังว่าหญิงสาวที่หยิ่งยโสคนนี้จะฉลาดและพูดได้ง่าย
หญิงหัวเราะเยาะและเอ่ยอย่างต่อเนื่อง " รวมถึง หากข้าแสดงเป็นฟินิกซ์ที่ยกหางไปมา เช่นนั้นมันเกี่ยวอะไรกับเจ้า ? เจ้าเป็นเพียงแค่พวกบ้านนอกดังนั้นข้าจะทำทุกอย่างที่ข้าอยากทำ ทำไมข้าต้องขออนุญาติจากเจ้าด้วย ? "
ผู้หญิงคนนี้ไม่เพียงแต่สง่างามและแข็งแกร่ง นางยังคงมีลิ้นที่คมคายในการปะทะฝีปาก นางนั้นมีแรงพลักดันที่และทำให้ทุกอย่างชัดเจนจนไม่มีใครเถียงนางได้ !
" เจ้ารังเกียจข้า ? " หญิงสาวเอ่ยข้อโต้เถียงสุดท้าย " เจ้านั้นไม่ต่างอะไรจากมดในสายตาข้า ดังนั้นใครจะสนกันว่าเจ้ารังเกียจข้าหรือไม่ ? ข้าควรจะฟังความเห็นของเจ้าหรือไง ? "
ผู้หญิงคนนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นคนที่โหดร้ายทุกคำพูดของนางไม่แสดงความเมตตาใดๆและไม่อนุญาติให้ใครแย้งได้ หากคนที่ไม่มีความมั่นใจจะต้องหนีไปทันที
แน่นอนสำหรับหลี่ฉีเย่ที่พายุมานับไม่ถ้วน เขาทำเพียงอมยิ้มและเอ่ย " เจ้ากล่าวถูกสิ่งหนึ่ง - ความคิดเห็นของข้าไม่สำคัญกับเจ้า ทว่าเจ้านั้นยืนอยู่ที่นี่และพ่นคำต่างๆด้วยปากเน่าของๆเจ้า ดังนั้นพวกเราจะหาเหตุผลอะไรกันได้ ? "
หลี่ฉีเย่นั้นไม่ใช่คนที่อ่อนโยนแต่เขาก็ผ่อนปรนให้กับสตรีเสมอ ทว่าการผ่อนปรนนี้จำกัดเฉพาะที่หญิงสาวที่ติดตามเขา คนที่เหมาะสมกับคำผ่อนปรนของเขา
สำหรับหญิงสาวคนอื่น คนที่หญิงยโสและเต็มไปด้วยความก้าวร้าวอย่างสตรีที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเขา หลี่ฉีเย่ไม่รังเกียจที่จะเป็นคนเลวและไม่ไว้หน้าใดๆ เขาจะโต้เถียงไปอย่างไม่สุภาพ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น