622

ตอนที่ 622 ความหยิ่งยโสที่กวาดผ่านยุคสมัย

บ้านหลังนี้นั้นเป็นทรัพย์สินของประเทศไผ่ยักษ์ ดังนั้นแม้ว่าจะไม่มีใครอยู่ที่นี่ ประเทศก็ยังคงรักษาบ้านหลังนี้่อย่างระมัดระวังให้มันมีสภาพน่าอยู่

ในตอนกลางคืนช่วงที่ชาวบ้านกำลังนอนหลับ มีเพียงแสงไฟหนึ่งหรือสองดวงที่กำลังสว่างอยู่

ในความมืด หลี่ฉีเย่อยู่อยู่หน้าบ้านหลังเก่าท้ายหมู่บ้าน หลังจากผ่านมาหลายล้านปีอารมณ์ของเขาก็ยังวิ่งไปทั่ว มันยังคงอยู่ที่นี่..

เขามองไปที่มันพร้อมกับภาพในอดีตที่ปรากฏขึ้นในหัวใจ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตยังคงทิ้งภาพไว้ในหัวใจของเขา ขณะที่เขาก้าวเข้าไปข้างใน หลังจากหลายล้านปีผ่านไปหลี่ฉีเย่สุดท้ายก็ได้กลับมาที่นี่เหมือนในอดีต มันมีบางสิ่งที่เขายากจะลืม หลี่ฉีเย่เคยคิดว่าเมื่อเวลาไปเขาอาจจะจำเรื่องเหล่านั้นไม่ได้ แต่ทุกอย่างยังคงฝังในใจ

ในบ้านหลังนี้ เขาเดินจากมุมหนึ่งไปยังอีกมุมหนึ่ง มันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยเมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาจำได้ ฉากทุกอย่างยังเหมือนเดิม แต่คนไม่อยู่ที่นี่แล้ว

เขาจุดโคมไฟรอบบ้านและนั่งลงบนเก้าอี้ชั้นในสุดของห้องโถง เขาค่อยๆหลับตาลงและจมกลับไปยังอดีต

ในยุคปัจจุบัน จะมีคนจำนวนเท่าไหร่ที่รู้ว่าในอดีต เหล่ากลยุทธ์และวิธีการที่ทำให้เก้าโลกต้องสั่นสะเทือนล้วนกำเนิดมาจากบ้านเก่าแก่หลังนี้ ?

กี่คนที่รู้ว่าในอดีต คำสั่งที่ทำให้ทั้งโลกต้องยอมสยบล้วนออกมาจากบ้านหลังนี้ ?

กี่คนที่รู้ว่าในยุคนั้น บรรพชนเที่ยงธรรมและราชันเทพจำนวนมากเท่าไหร่ที่อยู่ในห้องนี้และรอรับคำสั่ง ?

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นบ้านที่ธรรมดา แต่ในเวลานั้น แม้แต่ตัวตนอมตะอย่างราชันเทพก็ยังต้องรออยู่นอกประตูเพื่อให้เขาอนุญาติก่อนจะเขามาได้

หลี่ฉีเย่ถอนหายใจเบาๆขณะที่ปิดตาลง ปีนั้นหยานเอ๋อร์เป็นเพียงเด็กสาวตัวน้อยที่มีต้นกำเนิดที่ต่ำต้อย แต่บุคลิกของนางนั้นน่ายกย่องหลี่ฉีเย่จึงตัดสินใจสั่งสอนนาง

หลังจากแช่ตัวอยู่ในอดีตเป็นเวลานาน เขาก็เปิดดวงตาของเขาและมองออกไปยังนอกประตูด้วยสายตาที่ร้ายแรง

มีเงากระพริบอยู่ด้านนอก มีบางคนเข้ามา คนคนนั้นเป็นสตรี ความงามของนางนั่นน่าหลงใหลและแม้แต่ดวงจันทร์และดอกไม้ก็ยังหมอง บรรยากาศที่สง่างามเปล่งออกมาจากร่างกายของนาง ด้วยการมองเพียงครั้งเดียว มันเห็นได้ชัดว่านางมีอำนาจไม่น้อย

ผู้หญิงคนนี้กลายเป็นตกตะลึงทันทีที่เห็นหลี่ฉีเย่นั่งอย่างผ่อนคลายอยู่ในห้องโถงหลัก แต่อย่างรวดเร็ว นางค่อยๆฟื้นความสง่างามของนางและเดินเข้าไปข้างในก่อนจะนั่งลงโต๊ะข้างๆ

หลี่ฉีเย่กวาดมองนางอย่างรวดเร็วก่อนจะปิดตาอีกครั้งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หลังจากนั่งลงแล้ว นางก็มองไปยังหลี่ฉีเย่ ทันใดนั้นนางก็ตระหนักได้ว่าหลี่ฉีเย่เป็นมนุษย์ มีร่างกายและเลือดเนื้อไม่มีพลังงานในสายเลือดที่ปล่อยออกมาหรือระดับการบ่มเพาะ - มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่สามารถมีลักษณะเช่นนี้่ได้

นางนั้นจ้องเขาอย่างระวัง ในฐานะที่ผ่านพายุมานับไม่ถ้วนและพบกันตัวตนที่ยอดเยี่ยมมามากมาย นางก็ยังไม่เคยพบใครปล่อยกลิ่นอายหยิ่งยโสได้เท่ากับหลี่ฉีเย่

เขานั้นนั่งอยู่บนเก้าอี้ของผู้นำที่สูงขึ้นไปและไม่ได้แยแสใครอยู่ในสายตา เขาไม่สนใจสวรรค์และปฐพีและมองโลกด้วยสายตาดูถูก ทว่าหลังจากมองให้นางขึ้นและมองทะลุถึงความหยิ่งยโส นางสามารถบอกได้ว่าเขานั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความโหดเหี้ยมราวกับธรรมชาติของเขา ลักษณะของเขาไม่สามารถอธิบายด้วยคำพูดได้

ผู้หญิงคนนี้สังเกตเห็นว่าเชายด้านหน้าที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ไม่ได้ปลดปล่อยกลิ่นอายของความน่าสะพรึงกลัว แต่เขามีพลังงานในสายเลือดที่มหึมา ลักษณะการพักผ่อนของเขาด้วยดวงตาที่ปิดเหมือนเป็นความสงบเช่นเดียวกับสายน้ำนิ่ง

ชายหนุ่มด้านหน้านางเหมือนกับว่านั่งอยู่เหนือสวรรค์และเก้าโลกราวกับเขาเป็นผู้คุมโลกนับหมื่น แม้แต่ราชันเทพยังต้องก้มหัวให้กับชายคนนี้

ชายหนุ่มคนนี้หากมองเพียงแวบแรกเขาจะดูหยิ่งยโส แต่หากมองให้ใกล้ชิดจะพบว่าเขานั้นมีลักษณะที่ยอดเยี่ยมที่จะครอบครองเก้าโลก

ในช่วงเวลานี้ เมื่อเขานั้นหลับตาลงและพักผ่อน เขาให้ความรู้สึกว่าโลกนั้นกลายเป็นมืดเมื่อเขาหลับตา และโลกจะกลายเป็นส่องสว่างเมื่อเขาลืมตา

หลังจากสังเกตเห็นชายหนุ่มคนนี้ หญิงสาวก็อดไม่ได้ที่จะอมยิ้มและส่ายหัว มันจะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ? ผู้เยาว์เช่นนี้จะเป็นผู้อยู่เหนือเก้าสวรรค์และสั่งการเก้าโลกได้อย่างไร ?

นางยังคงพบว่าสิ่งต่างๆนั้นดูแปลกไป สถานที่แห่งนี้นั้นค่อยข้างจะหางไกลและมีเพียงปุถุชนที่อยู่รอบๆ เช่นนั้นทำไมชายหนุ่มผูเ้ยาว์คนนี้จึงมายังบ้านเก่าแก่หลังนี้ ? ลักษณะที่ผ่อนคลายของเขาแสดงออกราวกับว่าเขาเป็นเจ้าของบ้านและเขาไม่ได้มีลักษณะเหมือนเด็กขอทานที่ถูกทอดทิ้งจากครอบครัว

หลังจากเงียบเป็นเวลานาน ผู้หญิงคนนั้นก็เอ่ยทำลายความเงียบนี้ " เจ้ารู้หรือไม่ว่านี้เป็นสถานที่แบบใด ? "

หลี่ฉีเย่เปิดดวงตาของเขาและเอ่ย " สถานที่แบบใด ? เจ้าลองบอกข้ามา "

ผู้หญิงคนนี้อมยิ้มเอ่ย " ข้าต้องการฟังความคิดเห็นของเจ้า " เสียงของนางนั้นน่าฟังเป็นอย่างมากมันเต็มไปด้วยความอ่อนโยน

หลี่ฉีเย่หัวเราะจากนั้นก็ปิดดวงตาของเขาอีกครั้งก่อนจะเอ่ยตอบ " สถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งที่ออกคำสั่งให้กับเก้าโลก , ควบคุมเทพ , และครองอาณาจักรนับหมื่น โลกนั้นต้องสั่นสะเทือนหลังจากได้รับคำสั่งจากสถานที่แห่งนี้และเผ่าพันธ์นับหมื่นจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเชื่อฟัง แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะเล็กและคับแคบ แต่นี้ก็เป็นพรมแดนของทั้งเก้าโลก ไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธ์หรือนิกายใดๆพวกเขาก็ไม่กล้าจะรบกวนความสงบของสถานที่แห่งนี้ "

สตรีคนนี้อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอยากหัวเราะ แต่นางนั้นไม่ได้หัวเราะ นางมองไปยังชายหนุ่มด้านหน้าและรู้สึกว่าเขาถูกแช่อยู่การแสดงมากเกินไปราวกับเขาคิดว่าตัวเองเป็นผู้ปกครองโลกนี้ ทว่านางก็พบว่ามันแปลกแม้ว่าเขาจะพูดสิ่งน่าเหลือเชื่อหลายคำ พวกมันก็ไม่คล้ายกับเป็นคำพูดของคนโกหกหรือโอ้อวด

" แต่เท่าที่ข้ารู้มามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น "ผู้หญิงคนนี้เอ่ย " เท่าที่ข้ารู้สถานที่แห่งนี้เป็นที่ที่บรรพบุรุษของประเทศไผ่ยักษ์นั้นทำสมาธิ ข่าวลือว่าหากบรรพบุรุษนั้นมีบางสิ่งบางอย่างนางจะมาที่นี่เพื่อคิดวิธีการแก้ปัญหา  "

" นั้นก็เป็นเรื่องจริงเช่นกัน " หลี่ฉีเย่กล่าวด้วยรอยยิ้ม " แต่สถานที่แห่งนี้ก็ยังเป็นบัลลังก์ของผู้บัญชาการโลก สถานที่ที่ได้รับความเคารพจากเผ่าพันธ์นับไม่ถ้วน "

" จริงรึ ? " ผู้หญิงคนนี้นั้นรู้สึกตลกขบขันหลังจากเห็นการแสดงของหลี่ฉีเย่ " หากสถานที่แห่งนี้เป็นบัลลังก์ที่สั่งการโลก เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครถึงไปนั่งบนบัลลังก์นั้นได้ ? เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นเทพ ? หรือจักรพรรดิอมตะของรุ่น? "

หลี่ฉีเย่เพียงอมยิ้มขณะมองความสงสัยของสตรีเบื่องหน้า แน่นอนมันจะดีมากหากนางเอ่ยกับคนอื่นแทนที่จะเป็นเขา ดังนั้นเขาจึงหัวเราะก่อนจะเอ่ยอย่างจริงจัง " ไม่ มีอะไรดีเกี่ยวกับการเป็นราชันเทพ หรือจักรพรรดิอมตะ ? นั้นเป็นสิ่งที่น่าเบื่ออย่างมาก ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นแห่งเวลามันมีจักรพรรดิอมตะจำนวนมาก ดังนั้นพวกมันล้วนไม่มีอะไรน่าสนใจ การเป็นพวกนั้นล้วนเป็นสิ่งที่ไร้ความหมาย "

สตรีคนนั้นกลายเป็นพูดไม่ออกหลังจาได้ยินคำตอบนี้ นี้เป็นคำตอบที่หยิ่งยโสทีสุดเท่าที่นางเคยได้ยินมาในชีวิต

จักรพรรดิอมตะคือใคร ? พวกเขาคือผู้เป็นอมตะและปกครองเก้าโลกและทุกสิ่งมีชีวิต ผ่านมาหลายล้านปี อัจฉริยะนับไม่ถ้วน ทั้งคนเก่าแก่หรือผู้เยาว์ล้วนแต่ใฝ่ฝันจะแบกเจตจำนงแห่งสวรรค์และกลายเป็นจักรพรรดิอมตะ

ทว่าชายหนุ่มตรงหน้านางกล่าวว่าการเป็นจักรพรรดิอมตะนั้นน่าเบื่อ ใครก็ตามล้วนแต่คิดว่าเขาบ้าหากได้ยินเรื่องนี้

ทว่าสตรีนางนี้เป็นคนมีความคิดเปิดกว้างและมีความรู้ที่ดี ดังนั้นหลังจาได้ยินคำตอบของหลี่ฉีเย่นางไม่ได้หัวเราะ และเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม " หากเป็นจักรรพรดิอมตะมันน่าเบื่อ เช่นนั้นเจ้าต้องการจะเป็นใคร ? หรือตำแหน่งที่เจ้าสนใจอยู่ ? "

" มันมีมือที่มองไม่เห็นอยู่หลังม่านเสมอ " หลี่ฉีเย่อดไม่ได้ที่จะยิ้มหลังจากสังเกตเห็นความสนใจของนาง " คนผู้อยู่เบื้องหลังยุคสมัยนับไม่ถ้วน คนที่ควบคุมฉากต่างมากว่าล้านปี ควบคุมและจัดฉากความเป็นไปของทั้งเก้าโลก - นี้ถึงจะน่าสนใจ "

" มือที่มองไม่เห็นที่อยู่หลังม่าน ? ควบคุมและจัดฉากความเป็นไปของทั้งเก้าโลก  ? " ผู้หญิงคนนี้กลายเป็นตื่นตระหนกทันทีหลังจากได้ยินคำตอบของเขา และเอ่ยมันซ้ำไปมา นี้เป็นความคิดที่แปลกและน่าสนใจอย่างมาก เลือกที่จะเป็นคนที่อยู่หลังม่านแทนที่จะเป็นจักรพรรดิอมตะ

ผู้หญิงคนนี้นั้นสงบลงและเริ่มเอ่ยล้อเล่นกับชายหนุ่ม " เช่นนั้นแม้แต่ราชันเทพก็ต้องมารับใช้คนที่อยู่หลังม่านรึ ? "

หลี่ฉีเย่ไม่สามารถช่วยได้ที่จะลองเล่นกับสตรีคนนี้ที่มีความอดทนที่จะเล่นกับเขา " ราชันเทพ ? ตัวตนไร้ค่า หากข้าเป็นคนที่อยู่หลังม่าน แม้แต่จักรพรรดิอมตะก็ยังต้องอยู่ในความปกครองของข้า การฝึกหรือสั่งสอนจักรพรรดิอมตะหนึ่งหรือสองคนเป็นเรื่องธรรมดาอย่างมาก "

ผู้หญิงคนนี้กลายเป็นตกตะลึงอีกครั้งหลังจากได้ยินประโยคที่อุกอาจนี้ ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาใครจะกล้าพูดคำเพ้อเจ้อดังกล่าว ? สอนจักรพรรดิอมตะ ? ผู้หญิงคนนี้รู้สึกว่าไม่สามารถเอาชนะความหยิ่งยโสและหลงตัวเองของหลี่ฉีเย่ได้

ทว่านางจะรู้ได้อย่างไรว่าหลี่ฉีเย่พึงจะบอกความจริงไป ? สำหรับหลายล้านปีที่ผ่านมา หลี่ฉีเย่ในฐานะอีกกาทมิฬได้อยู่หลังม่านต่างๆ ใครจะรู้การกระทำที่ผ่านมาของเขานอกจากศิษย์ของเขาเอง ?

ผู้หญิงคนนี้ส่ายหัวก่อนจะอมยิ้มเอ่ย " เช่นนั้นใครที่จะนั้งให้ห้องนี้ได้จะต้องเป็น ราชันเทพ , เทพแท้จริง หรือจักรพรรดิอมตะสินะ ? " นางไม่ได้หัวเราะเขาเพราะความคิดนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างมาก ไม่มีใครกล้าพูดอย่างที่เขาพูด

ในความจริง จากสายตาของนางนางรู้ได้ว่าแม้ว่าจะมีอัจฉริยะจำนวนมากอยู่ในโลกสมุนไพรหินในตอนนี้ แต่ไม่มีใครกล้าที่จะประกาศหรือพูดคำดังกล่าวเหมือนกับชายหนุ่มด้านหน้านาง

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

732

750

751