621

ตอนที่ 621 ผู้สมัครมากความสามารถ

" ข้ามั่นใจอย่างแน่นอน นี้คือน้ำทิพย์ที่นายน้อยหลี่กลั่นและข้าเฝ้าดูกระบวนการทั้งหมดด้วยตัวเอง ฝ่าบาทโปรดลองดู " บรรพชนรีบมอบน้ำทิพย์ให้กับนางอย่างรวดเร็ว

การแสดงออกของนายหญิงฉีเยียนนั้นเปลี่ยนไปอย่างมาก และนางลุกขึ้นจากบัลลังก์หลังจากเห็นน้ำทิพย์หกรูปแบบนี้ ก่อนจะอุทาน " นี้มันเป็นไปไม่ได้ ! "

" น้ำทิพย์นี้เป็นของจริง " ปฏิกิริยาของราชันปีศาจนั้นอยู่ในความคาดหมายของเขา หากเขาไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเองเขาก็คงจะไม่เชื่อเช่นกัน

นายหญิงฉีเยียนพึมพำขณะที่หน้าซีดลง " ความบริสุทธิ์เก้าสิบเปอเซนต์และน้ำทิพย์สีทอง...นี้คือน้ำทิพย์พรสวรรค์หกรูปแบบที่น่าตกตะลึงและมีค่าอย่างมาก ! น้ำทิพย์เพียงขวดเดียวแห่งยุค ! "

บรรพชนต้นสนเอ่ย " สถานการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นเฉพาะกับน้ำทิพย์เก้ารูปแบบ แต่นายน้อยหลี่สามารถทำให้มันเกิดกับน้ำทิพย์หกรูปแบบได้ นี้ไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่ในยุคนี้จะไม่มีใครเทียบกับเขาได้ "

หลังจากผ่านไปนาน นายหญิงฉีเยียนสูดลมหายใจเข้าลึกและนั่งลง จากนั้นนางก็เอ่ยถามด้วยความไม่แน่ใจ " นายน้อยหลี่ของท่านกลั่นน้ำทิพย์นี้จริงๆ ? "

บรรพชนต้นสนตอบในทันที " ข้านั้นมั่นใจหนึ่งร้อยเปอเซนต์ ข้าสามารถด้วยชีวิตและตระกุลของข้า ! ฝ่าบาทนายน้อยหลี่คนนี้จะทำให้ประเทศไผ่ยักษ์ขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุด "

จากนั้นบรรพชนต้นสนก็เล่าวิธีการกลั่นน้ำทิพย์ของหลี่ฉีเย่

แม้แต่ราชันปีศาจก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงหลังจากได้ยินเรื่องจากบรรพชนต้นสน นางเอ่ยถามอย่างจริงจัง " นี้ไม่น่าเชื่ออย่างแท้จริง...หากมันเป็นจริง เขาไม่ใช่เป็นนักปรุงยาจักรพรรดิหรอกรึ ? "

บรรพชนต้นสนเอ่ยตอบ " แม้ว่าอาจจะยังไม่ใช่ตอนนี้ เขาแน่นอนว่าจะเป็นนักปรุงยาจักรพรรดิในอนาคต สี่นักปรุงยาอัจฉริยะล้วนไม่สามารถเทียบกับเขาได้ หากประเทสไผ่ยักษ์ของเราสามารถเก็บคนมีความสามารถเช่นนี้ได้ ความรุ่งเรืองของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ! "

นายหญิงฉีเยียนยังคงเงียบ ในฐานะราชันปีศาจผู้ปกครองประเทศ นางเข้าใจถึงความสำเร็จของการมีนักปรุงยาจักรพรรดิ ถ้าหากมีเขาอยู่ในอนาคตจะมีแขกมาหาพวกเขาไม่หยุดหย่อน ไม่ว่าจะเป็นบรรพชนเที่ยงธรรมหรือราชันเทพก็ยินดีมายังประเทศไผ่ยักษ์ หากมันกลายเป็นจริง ประเทศไผ่ยักษ์จะกลับไปรุ่งเรืองเช่นเดียวกับยุคก่อตั้ง !

นักปรุงยาจักรพรรดินั้นสามารถเปลี่ยนชะตากรรมของตัวเองและต่อต้านกับความตายได้ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ครอบคอรงแผ่นดินเหนือเก้าโลกอย่างจักรพรรดิอมตะ ความโดดเด่นของพวกเขาก็ยังคงน่ากลัว

นายหญิงฉีเยียนสงบลงก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง " พื้นหลังของนายน้อยหลี่คนนี้เป็นมาอย่างไร ? "

บรรพชนต้นสนเอ่ย " นายน้อยหลี่เป็นมนุษย์ ผู้ฝึกตนพเนจรที่ไม่ได้สังกัดอยู่ในนิกายใด "

" จะเป็นไปได้อย่างไร ? " นายหญิงฉีเยียนคิดชั่วครู่ก่อนจะเอ่ย " อัจฉริยะนักปรุงยาทั้งสี่ต่างมาจากเชื้อสายที่โดงดัง หากนายน้อยหลี่เก่งกาจเช่นนี้ ไม่มีทางที่จะไม่มีใครรู้ไม่รู้จักเขา "

ความสงสัยของนางไม่ใช่ไม่มีเหตุผล นักปรุงยานั้นมีสถานะที่สูงอย่างมากในโลกสมุนไพรหินและโลกอื่น ยิ่งนักปรุงยาที่โดดเด่นยิ่งมีค่าอย่างมาก เชื้อสายจักรพรรดิล้วนยินดีแข่งขันกันเพื่อพวกเขา

บรรพชนต้นสนนำความของเป่ยหวังมาเอ่ยอย่างรวดเร็ว " พวกเราไม่สามารถคาดเดาความคิดของคนพิเศษเช่นนี้ได้ ในความคิดข้านายน้อยหลี่ไม่ได้สนใจชื่อเสียง เพราะเขาสาสามารถได้รับเกียรติยศหรือสมบัติใดๆก็ได้ตามที่เขาต้องการ "

" ทำไมสุดยอดนักปรุงยาเช่นนี้ถึงมาอยู่ในประเทศของเรา ? " นายหญิงฉีเยียนเอ่ยด้วยความสงสัย

บรรพชนต้นสนเอ่ยถึงสถานการณ์ของชิฮ่าว " ข้าคิดว่านายน้อยหลี่นั้นมีความเชื่อมั่นในประเทศไผ่ยักษ์ ตอนนี้เขายังฝึกฝนศิษย์ที่เป็นผู้ส่งสารของประเทศเราอีกด้วย "

นายหญิงฉีเยียนครุนคิดก่อนจะเอ่ยอีกครั้ง " มันจะดีอย่างมากหากให้สุดยอดนักปรุงยาเช่นนี้อยู่ในประเทศไผ่ยักษ์ของเรา นี้คือโอกาสที่ได้รับจากสวรรค์ ทว่าพวกเราจำเป็นต้องปรึกษากันต่อไปและหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติและความเป็นมาของเขา "

" ความกังวลของฝ่าบาทนั้นมีเหตุผล " บรรพชนต้นสนเอ่ย " พวกเราอาจจะพลาดโอกาสเพียงครั้งเดียวในชีวิต "

" ข้าเข้าใจแล้ว " นายหญิงฉีเยียนพยักหน้าและเอ่ยอย่างจริงจัง " พยามให้นายน้อยหลี่อยู่ที่นี่ บรรพชนคนอื่นและข้าจะปรึกษากัน พวกเราจะต้องขีดเส้นไว้หากเขาต้องการที่จะอยู่ ตราบใดที่เขาไม่ข้ามเส้นมาเราจะทำทุกอย่างเพื่อให้เขาอยู่ที่นี่ ข้าจะส่งคนไปตรวจสอบประวัติของเขา "

" การตัดสินใจของฝ่าบาทนั้นยอดเยี่ยม " บรรพชนต้นสนเอ่ยยกย่อง " มันจะดีที่สุดหากฝ่าบาทตัดสินใจได้ในตอนนี้และปรึกษารายละเอียดที่หลัง ข้าจะพยามให้ดีที่สุดในการดึงเขาไว้ แต่ข้าคาดว่าคงไม่เกินสามวัน หากเราทำให้เขารู้สึกไม่พอใจทุกสิ่งทุกอย่างคงพินาศ "

นายหญิงฉีเยียนอมยิ้มและเอ่ย " ผู้อาวุโสต้นสนอย่าได้กังวลและดูแลเขาให้ดี หากบรรพชนคนอื่นเห็นด้วยข้าจะไปพบเขาในวันพรุ่งนี้ "

บรรพชนต้นสนนั้นตกลงและออกไป นายหญิงฉีเยียนเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง " เกี่ยวกับเรื่องการประชุมนักปรุงยา ท่านและบรรพชนคนอื่นควรปรึกษากัน พยามชะลอการเลือดบุคคลไว้ก่อน พวกเราสามารถตัดสินใจเลือกตระกูลฉิงได้ แต่ให้เวลากับตระกูลเหล่ยมากกว่านี้หน่อย  "

" ฝ่าบาทต้องการจะให้เป็นเด็กน้อยจากตระกูลเหล่ยไปยังการประชุมครั้งนี้ ? " บรรพชนต้นสนเอ่ยอย่างประหลาดใจ " ความสามารถของเจ้าเด็กนี้แย่กว่าเด็กน้อยจากตระกูลฉิงซะอีก "

" ข้ากำลังคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ " นายหญิงฉีเยียนส่ายหัวและเอ่ย " พวกเราไม่มีตัวเลือกที่ดีกว่า แม้ว่าตระกูลเหล่ยจะมีข้อบกพร่องในเต๋าแห่งการปรุงยา พวกเราก็ไม่มีได้มีคนที่ดีกว่าเขามากนัก ที่สำคัญก็คือตระกูลเหล่ยนั้นมีแหล่งเปลวไฟดังนั้นเขาจึงมีกระถางสวรรค์ที่ดี หากเด็กน้อยจากตระกูลเหล่ยเข้าร่วม เช่นนั้นเราสามารถนำมรดกของพวกเรามาสร้างข้อได้เปรียบให้กับเรา "

มาถึงตอนนี้นางก็หยุดชั่วครู่ก่อนจะเอ่ย " ยิ่งไปกว่านั้น ตระกูลฉิงยังคงแนะนำผู้สืบทอดตระกูลเหล่ยเป็นผู้สมัครอีกคนด้วย แม้ว่าทั้งสองตระกูลจะมีความสัมพันธ์กัน ข้าคิดว่าเด็กน้อยจากตระกูลเหล่ยก็ไม่เลวร้าย บรรพชนปีศาจเหยี่ยวพลักดันเรื่องนี้หลายต่อหลายครั้งแล้ว "

บรรพชนต้นสนอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ แม้ว่าประเทศนั้นจะสงบสุขอยู่เสมอ แต่มันก็มีการขัดแย้งภายในบ้างครั้ง เขาเอ่ยตอบ " หากนายน้อยหลี่ยินดีทีจะเข้าร่วมการประชุมนี้ เช่นนั้นพวกเราก็จะผ่อนคล้ายและไม่ต้องรบกวนตระกูลฉิง เด็กน้อยตระกูลฉิงยังห่างไกลจากนักปรุงยาอัจฉริยะทั้งสี่ แต่ทั้งสี่คนล้วนไม่สามารถเทียบกับนายน้อยหลี่ได้ "

นายหญิงฉีเยียมเพียงพยักหน้าเห็นด้วย " มันจะดีที่สุดหากนายน้อยหลี่ยอมเป็นตัวแทนของพวกเรา ทว่าสิ่งสำคัญคือเราจะยอมรับเงื่อนไขของเขาได้หรือไม่ "

ทั้งบรรพชนต้นสนและนายหญิงฉีเยียนเชื่อว่าสุดยอดนักปรุงยาเช่นนี้จะต้องมีเงื่อนไขที่น่าตกตะลึงในการให้เขาเป็นตัวแทนของประเทศ ถ้าหากไม่สามารถจ่ายราคาได้ เขาจะมาเป็นนักปรุงยาให้ได้อย่างไร ?

บรรพชนต้นสนยังคงเงียบ ประเทศไผ่ยักษ์นั้นไม่สามารถเทียบได้กับเชื้อสายจักรพรรดิ ดังนั้นหากเงื่อนไขของหลี่ฉีเย่นั้นสูงเกินไป พวกเขาไม่สามารถจ่ายมันได้

มาถึงตรงนี้นายหญิงฉีเยียนเอ่ย " ผู้อาวุโสต้นสน ท่านควรจะกลับไปได้แล้ว และดูแลนายน้อยหลี่ให้ดี ข้าจะหารือเรื่องนี้กับบรรพชนคนอื่นและดูการตัดสินใจของพวกเขา "

นางในฐานะราชันปีศาจไม่สามารถตัดสินใจเรื่องใหญ่เช่นนี้ได้เพียงลำพัง

บรรพชนต้นสนนั้นโค้งคำนับก่อนจะออกจากพระราชวังจักรพรรดิไป

ขณะที่เรื่อเหล่านี้กำลังจะเกิดขึ้น หลี่ฉีเย่ยังอยู่ในคฤหาสน์ที่มีคนรับใช้จำนวนมาก ภายใต้คำสั่งของบรรพชนต้นสน คนรับใช้ทั้งหลายไม่กล้าหย่อนยานในการดูแลหลี่ฉีเย่ เขาดูแลหลี่ฉีเย่ในฐานะแขกสูงสุด

หลังจากอาบน้ำเสร็จเขาก็สั่งให้คนรับใช้ทั้งหมดออกกไป เขาอยู่ในห้องเพียงลำพังก่อนจะเริ่มดูดซับพลังงานโลกและบ่มเพาะทักษะของเขา

เขากำลังบ่มเพาะทักษะจากคัมภีร์แห่งความตาย นี้เป็นทักษะที่ท้าทาย ดอกไม้สีขาวได้ปรากฏขึ้นในทะเลแห่งความทรงจำ ดอกไม้นั้นมีแปดกลีบและพึงเสร็จสิ้นการกลั่น ทว่ากลีบดอกนั้นดูเบาบางราวกับกระดาษ

ดอกไม้สีขาวนี้เป็นบันทึกแห่งความตาย หนึ่งในสี่ทักษะในคัมภีร์

หลังจากประสบความสำเร็จในการสร้างบันทึกแห่งความตาย ทุกครั้งที่เขาตาย กลีบดอกไม้หนึ่งดอกจะถูกใช้

ในเวลาเดียวกัน ตราประทับขนาดใหญ่ลอยอยู่ในร่างกายของเขา ตราประทับนี้ถูกสร้างขึ้นจากทักษะที่ซับซ้อน มันเป็นผนึกแห่งความตาย อีกหนึ่งในสี่ทักษะ

เมื่อผนึกนี้เสร็จสมบูรณ์ หากร่างกายของเขาได้รับบาดเจ็บใดๆ ผนึกนี้จะถูกใช้งานและโอนความเสียหายทั้งหมดไปให้กับผนึกและความเจ็บปวดเหล่านี้จะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานแห่งความตาย !

สำหรับทักษะสุดท้าย บันทึกแห่งความตาย หลี่ฉีเย่ไม่สามารถทำมันให้เสร็จได้ภายในเวลานี้เพราะต้องใช้พลังงานแห่งความตายจำนวนมหาศาล !

หลังจากเสร็จสินผนึกแห่งความตายและบันทึกแห่งความตาย หลี่ฉีเย่ก็ถอนหายใจและยืนขึ้น

เขาออกจากห้องเพื่อมองขึ้นไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืน มันเป็นคืนที่เงียบสงบพร้อมกับหมู่ดาวจำนวนมาก เมื่ออยู่ในเมืองไผ่ยักษ์ความคิดของเขาตีกันวุ่นวาย

ความเงียบสงบยามค่ำคืนนั้นไม่สามารถช่วยหลี่ฉีเย่ได้ เขากำลังคิดถึงบางคน คนที่เป็นผู้ติดตามและสหายของเขา

เขาสุดท้ายก็สงบอารมณ์ลงและต้องการไปยังสถานที่บางแห่ง หลายปีที่ผ่านมาเขายังสงสัยว่ามันยังอยู่ที่นั้นหรือไม่ เขาบินออกไปเพื่อสำรวจดู

ในเขตชานเมืองของเมืองหลวง มันมีหมู่บ้านเล็กๆอยู่ทางเทือกเขาตะวันออก

หมู่บ้านนี้ไม่มีความโดดเด่นและอยู่ภายใต้การดูแลของประเทศไผ่ยักษ์

มีเพียงประมาณสิบครอบครัวในหมู่บ้าน - มีคนไม่กี่คน มันดูธรรมดาอย่างมากและมีบ้านที่เก่าแก่ที่สุดอยู่ท้ายหมู่บ้าน บ้านเก่าแก่นี้สูญเสียความงดงามของมัน แต่รูปแบบภายนอกสามารถบอกได้ว่าครั้งหนึ่งมันสง่างามมาก

น่าแปลกทียังมีบ้านเก่าแก่โบราณเช่นนี้อยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้...

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

732

750

751