620
ตอนที่ 620 ประเทศไผ่ยักษ์
แน่นอน สำหรับหลี่ฉีเย่ผู้ที่เคยเห็นสมบัติมานับไม่ถ้วน ไม่ว่าสมบัติของบรรพชนปีศาจต้นสนโบราณจะเป็นอะไรมันก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของเขา หลี่ฉีเย่เอ่ย " รับมันไป บางทีเจ้าอาจจะได้ใช้ประโยชน์จากมัน "
ชิฮ่าวนั้นสงบลง ก่อนจะเชื่อฟังคำของหลี่ฉีเย่และรับกล่องมา
หลี่ฉีเย่เอ่ยเพิ่ม " เอาทุกอย่างที่เจ้าสามารรถเอาไปได้ไปด้วย บางทีเจ้าอาจจะอยู่ที่นั้นต่อจากนี้ ตราบใดที่เจ้ายังทำงานอย่างหนัก ประเทศไผ่ยักษ์จะไม่ทอดทิ้งเจ้า "
ชิฮ่าวนั้นเอ่ยด้วยความเคารพ " ข้าจะจำคำของศิษย์พี่หลี่ไว้ " เขาได้สลักคำพูดนี้ไว้ในจิตใจของตัวเอง
นอกจากคนที่ใกล้ชิดกับเขา หลี่ฉีเย่ไม่สามารถส่งผ่านทักษะหรือเต๋าการปรุงยาใดๆให้คนอื่นได้ เขาตัดสินใจสอนชิฮ่าวไม่ใช่เพราะว่าเขามีความห่วงใยใดๆต่อชิฮ่าว เขาต้องการฝึกเขาไว้ให้สำหรับประเทศไผ่ยักษ์ เพื่อที่จะได้มีนักปรุงยาระดับสูงภายหลัง
ชิฮ่าวนั้นเก็บกระเป๋าเดินทางของเขา เขารู้สึกไม่เต็มใจในตอนแรก แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจจะไปเมืองหลวงกับหลี่ฉีเย่ เขานั้นยังเป็นผู้เยาว์และไม่สามารถเก็บความตื่นเต้นของเขาได้
กลุ่มของบรรพชนมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวง ต้นสนโบราณนั้นปฏิบัติอย่างสุภาพและเอาใช้ใส่หลี่ฉีเย่ราวกับว่าเขานั้นเป็นข้ารับใช้ ฉากนี้นั้นน่าตกตะลึงเพราะบรรพชนปีศาจนั้นเป็นหนึ่งในสิบแปดบรรพชนของประเทศไผ่ยักษ์ ตัวตนที่ยิ่งใหญ่ซึ่งได้รับความเคารพจากทุกคน แต่ตอนนี้ เขากลายเป็นข้ารับใช้ของคนอื่น - นี้มันยากที่จะเชื่อ
ทว่าบรรพชนปีศาจนั้นได้ชัดเจนว่าเขาได้รับอนุญาติให้ไปด้วยเพราะว่าหลี่ฉีเย่นั้นชื่นชมเขา ไม่เช่นนั้นแล้วเขาไม่มีโอกาสที่จะกายเป็นคนดูแลแน่นอน
ขณะนี้เป่ยหวังและบรรพชนนั้นปรึกษาถึงภารกิจของพวกเขาระหว่างทาง
เมืองหลวงไผ่ยักษ์นั้นเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่และรุ่งเรืองอย่างมากซึ่งมีหินยักษ์และปีศาจจำนวนมากอยู่
ขณะที่พวกเขาก้าวเท้าเข้ามาภายใน พวกเขาจะสามารถเห็นต้นไม้ขนาดยักษ์ที่โตมากจากส่วนลึกของราชวัง มันเป็นต้นไม้ที่สูงตระหง่าทอดยาวขึ้นไปสู่ชั้นฟ้าเมฆและท้องฟ้า
เมืองหลวงแห่งนี้ถูกห่อหุ้มด้วยเงาของต้นไผ่นี้เป็นฉากที่งดงามอย่างมาก ฉากสีเขียวชอุ่มของต้นไม้จะสร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนที่เข้ามาภายใน
ชื่อของประเทศนี้มาจากไผ่ขนาดยักษ์ต้นนี้ ข่าวลือว่าประเทศยังคงแข็งแกร่งตราบใดมี่ไผ่ต้นนี้ยังคงอยู่ บางคนเชื่อว่าไผ่ต้นนี้เก่าแก่กว่าประเทสไผ่ยักษ์ซะอีก
ไม่มีใครในช่วงเวลาปัจจุบันสามารถระบุต้นกำเนิดของไผ่ยักษ์นี้ได้ และมันมีบันทึกน้อยมากภายในราชวังที่เอ่ยถึงมัน อีกตำนานหนึ่งกล่าวว่ามันเป็นผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ของประเทศ ต้นไม้ตัวมันเองนั้นเป็นเทพอมตะที่คอยคุ้มครองประเทศอยู่เสมอ นี้เป็นเหตุผลว่าทำไมประเทศนี้ถึงอยู่มาได้กว่าล้านปี
ทว่าเกี่ยวกับการคาดเดานี้ ไม่มีใครเคยเห็นผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ลงมือมาก่อน หลังจากผ่านมาหลายล้านปี ประเทศนี้ยังคงสงบสุขและปราศจากสงครามขนาดใหญ่เนื่องจากไม่มีใครโจมตีเมืองหลวง
มันเป็นสวรรค์สำหรับปีศาจ แม้ว่าจะมีเผ่าหินยักษ์จำนวนมากอยู่ที่นี่ แต่ก้ยังคงถูกครอบงำโดยเผ่าปีศาจ
ทว่าต้นกำเนิดของประเทสนี้ไม่ได้มาจากเผ่าหินยักษ์หรือปีศาจ คนที่ไม่รู้เรื่องนี้จะตกตะลึงกับประวัติศาสตร์และความจริงที่ได้ยิน
ตำนานเก่าแก่ระบุว่าบรรพบุรุษของประเทศเป็นเทพธิดาที่น่าทึ่งหรือนางฟ้าอมตะ มันไม่สำคัญว่านางจะเป็นเทพธิดาหรือตัวตนอมตะ บรรพบุรุษทรงพลังอย่างมากในยุคนั้น
แม้ว่าจะมีบันทึกเกี่ยวกับบรรพบุรุษ แต่มันก็นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ในเก้าโลก เมื่อนางก่อตั้งประเทศไผ่ยักษ์
ในตอนนั้นบันทึกว่ามีนิกายและเผ่าพันธ์จำนวนมากจากทั้งเก้าโลกมาร่วมเฉลิมฉลองในการก่อตั้งครั้งนี้ รวมถึงสัตว์ประหลาดใจโลกสมุนไพรหินอย่าง อาณาจักรนักปรงุยาและตระกูลเจียงหลง ข่าวลือว่าแม้แต่จักรพรรดิอมตะแห่งยุคก็ยังมาด้วยตัวเอง !
คนรุ่นอนาคตสงสัยอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเขารู้สึกว่าประวัติศาสตร์ของประเทศไผ่ยักษ์ได้รับการปรุงแต่งมากเกินไป
ทว่าสิ่งนี้้กลับไม่ได้ปรากฏเพียงบนบันทึกของประเทศ แม้แต่อาณาจักรนักปรงุยาก็ยังมีตำนานและบันทึกที่คล้ายกัน
คำยืนยันเหล่านี้ทำให้หลายคนตกตะลึง ทุกเผ่าพันธ์และราชันเทพ และแม้แต่จักรพรรดิอมตะจากทั้งเก้าโลกก็ยังมา !
บันทึกเกี่ยวกับบรรพบุรุษนั้นไม่ค่อยชัดเจนนัก บางกล่าวว่านางเป็นตัวตนอมตะ ขณะที่บางอันกล่าวว่านางเป็นเทพธิดา
ต้นกำเนิดและภูมิหลังของนางล้วนเป็นความลับและไม่มีการจดบันทึกใดๆ ตัวตนแบบใดกันที่ได้รับการยอมรับและทรงอำนาจพอที่จะทำให้ทั้งเก้าโลกมาเฉลิมฉลองด้วย ?
มันมีการบันทึกเกี่ยวกับการมาของจักรพรรดิอมตะ นี้ปรากฏอยู่ในบันทึกของประเทศไผ่ยักษ์ แต่เชื้อสายอื่นๆเชื่อว่าจักรพรรดิอมตะเพียงส่งข้อความมาแสดงความยินดีและไม่ได้มาด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะอย่างไรเห็นได้ชัดว่าจักรพรรดิอมตะรับรู้และมีความสัมพันธ์กับบรรพบุรุษของประเทศไผ่ยักษ์
ประวัติศาสตร์ดังกล่าวได้รับการถกเถียงกันอย่างมากในประเทศไผ่ยักษ์ และแม้กระทั้งทั่วอาณาจักรนักปรุงยา ทั้งหมดล้วนสับสนว่าทำไมการสร้างประเทศของบรรพบุรุษนั้นเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้
แม้ว่าจะมีความสับสนวุ่นวายเกี่ยวกับบรรพบุรุษของประเทศ ประเทศนั้นก็ไม่ได้ทรงพลังเท่ากับหลานล้านปีก่อนหากเทียบกับเชื้อสายจักรพรรดิ ในความเป็นจริงมันไม่แม้แต่จะอยู่ในดับสูงของมหาอำนาจ แต่มันก็ยังคงสงบสุข จนถึงตอนนี้ ไม่มีขุมอำนาจหรือเชื้อสายจักรพรรดิใดโจมตีประเทศไผ่ยักษ์
ประเทศที่สงบสุขนี้มีระดับว่าตำแหน่งของราชาจะถูกส่งไปยังบุคคลที่มีความสามารถมากที่สุด ดังนั้นแม้ว่าจะไม่ได้เป็นประเทศที่แข็งแกร่ง แต่ก็เป็นสวรรค์สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตทางโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งปุถุชน
หลี่ฉีเย่และกลุ่มของเขาได้มาถึงเมืองหลวง ทั้งสี่คนล้วนมีอารมณ์ที่แตกต่างกัน
ชิฮ่าวนั้นเป็นผู้เยาว์ที่สุดในกลุ่ม เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างมากที่ได้เดินทางมาเยือนเมืองหลวงเป็นครั้ง เขามองไปรอบๆเมืองราวกับคนบ้านนอกพึงเข้าเมืองใหญ่เป็นครั้งแรก โดยเฉพาะจ้องไปยังต้นไผ่ที่เจาะทะลุชั้นฟ้า
แน่นอนว่าผู้ชายเช่นเขามีความสุขอย่างมากเพราะนี้เป็นความฝันของเขาที่จะมาเมืองหลวง วันนี้มันได้เติมเต็มความงันของเขาแล้วนี้จะไม่ให้เขามีความสุขได้อย่างไร ?
ขณะที่หลี่ฉีเย่นั้นอยู่ในอารมณ์ที่ซับซ้อน ขณะมองไปยังต้นไผ่ขนาดยักษ์และราชวัง
หลังจากผ่านมาหลายปี ประเทศไผ่ยักษ์ก็ยังคงอยู่ที่นี่ ต้นไผ่ก็ยังคงอยู่ที่นี่ หลังจากหยานเอ๋อร์จากไป หลี่ฉีเย่ยังคงเดินทางมาเยี่ยมประเทศไผ่ยักษ์บ่อยๆ ทว่าในรุ่นอนาคตทุกครั้งที่เขามายังโลกสมุนไพรหิน เขาเพียงแค่ยืนอยู่ด้านนอกและมองเมืองเก่านี้จากระยะไกล เพื่อชมมันพร้อมกับทิวทัศน์อันกว้างใหญ่
สำหรับหลี่ฉีเย่ สถานที่แห่งนี้นั้นมีความทรงจำมากมาย ที่ทำให้ความทรงจำของเขาเต็มไปด้วยความเศร้า
ในชีวิตนี้ของเขา หลี่ฉีเย่ได้ก้าวเข้าสู่เมืองหลวง แม้ว่าคนที่อาศัยอยู่ในเมืองนั้นจะไม่เหมือนเดิม หลี่ฉีเย่ก็ยังคงต้องการเห็นประเทศที่ก่อตั้งโดยหยานเอ๋อร์และเยี่ยมชมสถานที่ไม่กี่แห่งหลังจากผ่านมาหลายปี
ตั้งแต่เห็นหลี่ฉีเย่เงียบๆ เป่ยหวังและบรรพชนปีศาจต้นสนโบราณนั้นไม่กล้าที่จะเอ่ย มีเพียงชิฮ่าวที่ตื่นเต้นและสนใจกับทุกสิ่งที่อย่างรอบตัว
มันเป็นเวลากลางคืนเมื่อพวกเขามาถึงเมืองหลวง ต้นสนโบราณนั้นมีคฤหาสน์อยู่ในเมืองหลวงดังนั้นเขาจึงช่วยหลี่ฉีเย่ไปที่ของเขาและเอ่ย " นายน้อยคงเหนื่อยจากการเดินทางไกล เช่นนั้นพักอยู่ที่นี่ก่อนเป็นอย่างไร ? "
หลี่ฉีเย่ต้องการจะพักผ่อนอยู่ในเมืองหลวงช่วงเวลาหนึ่ง เขาจึงพยักหน้าตกลง
หลังจากจัดสถานที่ให้กับหลี่ฉีเย่แล้วและบอกคนรับใช้ของเขาให้ดูแลแขกคนนี้ด้วยความระวง ต้นสนโบราณก็รีบพุ่งไปยังราชวังจักรพรรดิเพื่อหาราชันปีศาจของเขาอย่างรวดเร็ว
" บรรพชนปีศาจ มีเรื่องอะไรกันถึงกับทำให้ท่านต้องมาหาข้ายามค่ำคืน ? " นายหญิงฉีเยียนเอ่ยถามหลังจากมีคนมาแจ้งว่าบรรพชนต้องการพบในเวลานี้
ต้นสนโบราณรีบเอ่ย " ฝ่าบาท ข้ามาแนะนำนักปรุงยา ท่านต้องทำให้เขาอยู่ข้างเรา ! "
นอกเหนือจากการมีความอ่อนน้อมถอมตนพร้อมกับจิตใจที่ดีแล้ว นายหญิงฉีเยียนนั้นเป็นกษัตริย์ที่ฉลาดและมักหาคนที่มีพรสวรรค์ หลังจากได้ยินคำขอนี้นางก็ส่ายหัวและเอ่ย " ผู้อาวุโสต้นสน ไม่นานมานี้บรรพชนคนอื่นก็แนะนำนักปรุงยาให้กับข้า พวกเขาจำนวนหนึ่งไม่เลว แต่ท่านไม่จำเป็นต้องรีบร้อนขนาดนี้ "
" ไม่ฝ่าบาท นายน้อยหลี่นั้นไร้ที่ติ นักปรุงยาคนอื่นไม่สามารถเทียบกับเขาได้ ! ข้าจะไม่เร่งรีบเลยหากเป็นนักปรุงยาธรรมดา " บรรพชนต้นสนเอ่ยต่อ " มันเป็นเรื่องที่เหมาะสมกับอย่างมากหากเป็นนักปรุงยาที่สุดยอดอย่างนายน้อยหลี่ "
นายหญิงฉีเยียนเต็มไปด้วยความประหลาดใจและเอ่ย " เขาเก่งขนาดนั้นเชียว ? เขาสามารถเทียบกับอัจฉริยะนักปรุงยาทั้งสี่ได้รึ ? "
" นักปรุงยาอัจฉริยะทั้งสี่ล้วนไร้ค่าหากเทียบกับนายน้อยหลี่ " บรรพชนต้นสนเอ่ยอย่างรวดเร็ว " ในอนาคตนายน้อยหลี่จะกลายเป็นนักปรุงยาจักรพรรดิ ! "
" ผู้อาวุโสต้นสน ท่านควรจะคิดให้รอบคอบก่อนจะเอ่ยเรื่องนี้ " นายหญิงฉีเยียนนั้นตกตะลึงและเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง บรรพชนทั้งสิบแปดล้วนมีประสบการณ์และไม่ใช่พวกใจร้อน ทว่าคำกล่าวของบรรพชนต้นสนตอนนี้ร้ายแรงอย่างมาก ดังนั้นนายหญิงฉีเยียนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกล่าวด้วยควมรอบคอบ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น