615
อนที่ 615 ตกตะลึง
" ขุนนางเมืองกล่าวว่าข้าได้ทำผลงานครั้งยิ่งใหญ่ในเวลานี้ หลังจากการส่งก้านไผ่ครั้งนี้ เขาจะแนะนำข้าให้กับที่ประชุม แม้ว่าข้าจะไม่สามารถกลายเป็นศิษย์ของนักปรุงยาที่อยู่ภายใต้บรรพชนปีศาจต้นสนโบรารได้ ข้าก็จะสามารถเข้าร่วมกับคนอื่นได้ "
" เพียงมุ่งมั่นไปที่การปรงุยาและอย่างอื่นลืมมันไปซะ " หลี่ฉีเย่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม " นักปรุงยาเหล่านั้นไม่สามารถสอนเจ้าได้ทุกสิ่ง ข้าจะอยู่ที่นี่อีกไม่นานและสอนเจ้าปรับแต่งน้ำทิพย์ พยามเรียนรู้มันให้มากที่สุด หากเจ้าอยากจะเห็นโลกที่ใหญ่กว่านี้ เช่นนั้นการเข้าไปในสภาเมืองก็ไม่แย่นัก ประเทศไผ่ยักษ์มีค่าพอให้เจ้าอยู่ "
" จริงรึ ? " ชิฮ่าวนั้นรู้สึกตกตะลึงกับข้อเสนอของหลี่ฉีเย่ แม้ว่าเขาจะไม่รู้ระดับนักปรุงยาของหลี่ฉีเย่ เขาก็เข้าใจได้ว่าการปรับแต่งน้ำทิพย์ของหลี่ฉีเย่กล่าวได้ว่าน่าเหลือเชื่อ
แม้ว่าเขาจะเป็นนักปรุงยาฝึกหัดและยอมรับหลี่ฉีเย่เป็นอาจารย์ตั้งแต่ได้สอนเขา แม้ว่าจะไม่มีการเรียกการอย่างเป็นทางการ หลี่ฉีเย่ไม่เคยสัญญาอะไรกับชิฮ่าว แต่ตอนนี้ตัวของหลี่ฉีเย่เองบอกว่าเขาจะสอนชิฮ่าวปรับแต่งน้ำทิพย์ ดังนั้นสถานการณ์จึงเปลี่ยนไป
หลี่ฉีเย่เอ่ยอย่างใจเย็น " อย่างได้กังวล ข้าจะสอนการปรับแต่งเพียงหนึ่งถึงสองอย่าง แม้ว่าจะไม่ได้ศึกษาเส้นทางสายอื่นในด้านการปรุงยา มันอย่างเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เจ้ามีอนาคตที่สดใสในประเทศไผ่ยักษ์ ขอเรียกร้องเพียงอย่างเดียวก็คือเจ้าต้องทำงานหนัก ข้าจะไม่สอนคนที่หวังจะเก็บเกี่ยวผลโดยไม่หว่านเมล็ด "
ชิฮ่าวรู้สึกดีใจและรีบเอ่ยคำนับ " ขอบคุณศิษย์พี่หลี่ ไม่สิ ขอบคุณท่านอาจารย์ที่สอนการปรุงยาให้กับข้า..."
หลี่ฉีเย่หยุดเขาก่อนจะส่ายหัวและเอ่ย " ข้าไม่ใช่คนที่จะรับศิษย์เร็วเกินไป วันนี้ข้าจะสอนเจ้าปรับแต่งน้ำทิพย์ก็เพราะการพบกันของโชคชะตา ในอนาคตเพียงแค่เรียกข้าศิษย์พี่และไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับพิธีการอื่นๆ "
ชิฮ่าวเกาศีรษะของเขาอย่างครุนคิดก่อนจะฟังหลี่ฉีเย่และเอ่ย " หากศิษย์พี่หลี่พูดเช่นนั้น ข้าก็จะทำเช่นนั้น "
พวกเขากลับไปยังภูเขาหยกโลหิตและหลี่ฉีเย่เริ่มต้นสอนชิฮ่าวขนาดบ่มเพาะ เขานั้นฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์และสามารถจากไปได้ตลอดเวลาหากไม่ติดว่าต้องสอนชิฮ่าว
ในเวลานี้หลี่ฉีเย่ผนึกห้องของเขาพร้อมด้วยผนึกห้าประตูและนั่งสมาธิขณะที่วงแหวนชีวิตของเขาหมุนวน หยดเลือดชีวิตหยดลงบนจานหยกขณะที่พรสวรรค์ของเขาลอยสูงขึ้น เปลี่ยนมันให้เป็นรากฐานเต๋าที่แตกต่างกัน
สิบสามวงแหวนนั้นหมุนวนขณะที่แยกตัวออกจากกัน บางอันกลายเป็นสมบัติ , บางอันบ่มเพาะสมุนไพรวิญญาณ , และบางอันกลั่นสมบัติระดับชีวิต
ภายในวงแหวนหลัก หินโชคชะตาที่ได้รับมจากภูเขามังกรศักดิ์สิทธิ์ลอยอยู่บนชั้นฟ้า หินก้อนนี้นั้นน่าประทบใจอย่างมาก มันไม่ต้องการความช่วยเหลือของหลี่ฉีเย่และสามารถกลั่นตัวเองด้วยเปลวไฟแห่งชีวิตได้ การกลั่นตัวเองนี้อนุญาติรูปแบบผนึกของมันใหญ่ขึ้น มันจะกลายนเป็นสมบัติผนึก !
หลี่ฉีเย่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับสมบัติพรสวรรค์ที่แท้จริงของเขาที่กำลังกลั่นตัวเองและเขาอนุญาติให้มันทำตามใจ
ขณะนี้ ภายในสิบสามวงแหวน ไข่หินนั้นเอาสิ่งสกปรกทั้งหมดออกด้วยตัวเอง ความจริงก็คือหลี่ฉีเย่ยังไม่มีได้ศึกษาไข่หินที่ได้รับมาจากหลุมฝังศพบรรพกาล
ความจริงก็คือไข่หินก้อนนี้นั้นหยิ่งยโสอย่างมาก แม้แต่หินโชคชะตาจากภูเขามังกรศักดิ์สิทธิ์ก็ยังไม่ใช่คู่มือของมัน มันไม่ใช่จนกระทั้งหลี่ฉีเย่เปิดสิบสามวงแหวนจนกระทั้งไข่หินนั้นยอมรับและให้ที่กับหินโชคชะตา
หลี่ฉีเย่ไร้ความหวังกับไข่หินที่หยิ่งยโสนี้ ไข่หินใบนี้พิจรณาให้สิบสามวงแหวนเป็นบ้านของมัน และเขาไม่สามารถขับไล่มันออกไปได้แม้ว่าจะต้องการก็ตาม
" วิ้งง ! " พรสวรรค์ที่แท้จริงของหลี่ฉีเย่ส่องประกายก่อนจะกลายเป็นอักขระและพุ่งออกมา ฉบับคักลอกที่เหมือนกันอีกเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นพร้อมกับอักขระที่ถูกสลัก สามารถเห็นสามดวงจิตได้ภายใน
จิตแห่งความตาย - นี้เป็นสิ่งที่หลี่ฉีเย่ต้องการฝึกฝนจากคัมภีร์แห่งความตายที่ได้รับมาจากหลุมฝังศพแห่งลางร้าย
ในฐานะหนึ่งในเก้าคัมภีร์สวรรค์ลับ มันเป็นสิ่งที่ท้าทายสวรรค์และน่ากลัวเป็นอย่างมาก มันไม่คัมภีร์หรือทักษะใดในโลกที่อนุญาติให้หลี่ฉีเย่กลั่นร่างกายตัวเอง นี้เป็นคัมภีร์ที่ประเมินค่าไม่ได้และมีสี่ลักษณะที่ต่างกัน จิตแห่งความตาย , บทแห่งความตาย , ผนึกแห่งความตาย , บันทึกแห่งความตาย
จิตแห่งความตายเป็นสิ่งแรกที่เขาเลือกที่จะบ่มเพาะเพราะอาจจะกล่าวได้ว่ามันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเขา
เขาเข้าใจความลึกลับของคัมภีร์แห่งความตาย ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาที่จะสร้างจิตแห่งความตาย
จิตแห่งความตายในเวลานี้มันได้คัดลอกสามดวงจิตของหลี่ฉีเย่ภายในพรสวรรค์ที่แท้จริง หนึ่งคนสามจิตวิญญาณ และการบ่มเพาะทั้งสามจิตวิญญาณเป็นส่วนหนึ่งของพรสวรรค์แท้จริง
หลังจากประสบความสำเร็จในการสร้างจิตแห่งความตาย เขาสามารถแบ่งมันออกเป็นสามส่วน หรือสามจิตวิญญาณ จากนั้นก็ซ่อนพวกมันไว้
ด้วยการซ่อนจิตแห่งความตายทั้งสาม ตราบใดที่พวกมันยังไม่ถูกทำลาย เขาจะไม่สามารถตายได้
แม้ว่าร่างกายของเขาจะถูกทำลายไปพร้อมกับพรสวรรค์แท้จริง จิตแห่งความตายก็จะทำให้เขากลับมามีชีวิตอีกครั้งพร้อมกับสร้างร่างกายและพรสวรรค์ขึ้นมาใหม่
นี้เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้สำหรับผู้ฝึกตน การสร้างร่างกายขึ้นมาใหม่
ทว่าคัมภีร์แห่งความตายทำให้มันเป็นไปได้ ตราบใดที่จิตแห่งความตายยังคงอยู่ มันยังมีโอกาสเกิดใหม่แม้ว่าหนึ่งในพรสวรรค์แท้จริงจะถูกทำลาย
แน่นอน สิ่งนี้ไม่ทำให้เขามีชีวิตนิรันรด์ มันช่วยทำให้เพียงหลี่ฉีเย่ไม่สามารถตายได้
ผู้ฝึกตนจะมีชีวิตจนกระทั้งเวลาและพลังงานของพวกเขาหมดลง แม้แต่จิตแห่งความตายก็ยังช่วยพวกเขาจากกฏนี้ไม่ได้ มันเพียงช่วยพวกเขาจากความตายที่คาดไม่ถึงและไม่ได้ช่วยจากความตายตามธรรมชาติ
ตอนนี้หลี่ฉีเย่กำลังคิดถึงสถานที่ซ่อนจิตแห่งความตายทั้งสาม ไม่ว่าเขาจะซ่อนมันไว้ที่ใดหรือผนึกไว้กับสิ่งของใด ตราบใดที่มันยังไม่ถูกทำลายเขาก็มีโอกาสฟื้นตัว
เขาต้องการจะไตร่ตรองเกี่ยวกับสถานที่และสิ่งของ - สามสถานที่ที่เหมาะสมหรือสิ่งของที่เหมาะสม เขาจะต้องแยกพวกมันและเก็บเป็นความลับสุดยอด นี้จะช่วยทำให้เขามีชีวิตอยู่จนกว่าอายุของเขาจะหมดลง
หากทำสิ่งนี้เสร็จ มันจะมีเพียงแค่สองวิธีที่จะทำให้เขาตายได้ หนึ่งคือมีบางคนหาจิตแห่งความตายทั้งสามดวงและทำลายพวกมันทั้งหมด และสองคือรอจนกระทั้งเขาแก่ตาย !
ดังนั้น หลี่ฉีเย่ต้องเผชิญหน้ากับเรื่องที่สำคัญมาก - คือหาสถานที่หรือสิ่งของที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในอนาคต นี้เป็นไม่ใช่ภารกิจที่ง่าย มีเพียงหลี่ฉีเย่ที่รู้ว่าในอนาตเขาจะต้องเผชิญกับสถานการณ์อันตรายที่ยากจะจินตนาการขนาดไหน ก่อนวันนั้นจะมาถึง เขาจะต้องรับประกันว่าจิตแห่งความตายของเขายังอยู่ปลอดภัย !
หลี่ฉีเย่ระวังเป็นพิเศษเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะเขารู้ว่าเขาจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรในอนาคต ทั้งสามสถานที่จะต้องเป็นสถานที่ลับอย่างสูงสุด
เขานั้นยังคงเก็บตัวบ่มเพาะที่ภูเขาหยกโลหิต ขณะที่สอนชิฮ่าวกลั่นน้ำทิพย์ ภายในพริบตาสามเดือนก็ผ่าน วันนี้มีแขกไม่ได้รับเชิญมายักภูเขาหยกโลหิต
" ท่านปู่เป่ย ! " ชิฮ่าวนั้นประหลาดใจที่ได้เห็นแขกคนนี้ ในสถานที่นี้ หัวหน้านักปรุงยาอย่างท่านปู่เป่ยนั้นมีสถานที่ยิ่งใหญ่ ดังนั้นการมาถึงอย่างกระทันให้ของเขาทำให้หัวใจชิฮ่าวหวาดกลัว เขาไม่คาดว่าจะเห็นท่านปู่เป่ยมาที่นี่ด้วยตัวเอง เพียงออกคำสั่งเขาสามารถสั่งศิษย์ให้มาแทนได้
ท่านปู่เป่ยมาถึงและไม่สนใจการแสดงออกของชิฮ่าว เขาจับมือของชิฮ่าวและเอ่ยเสียงสั่น " บอกข้ามา สหายของเจ้าอยู่ที่ใด ? "
ชิฮ่าวนั้นกลายเป็นหวาดกลัวหลังจากเห็นการแสดงออกของท่านปู่เป่ยและคิดว่าหลี่ฉีเย่ได้สร้างปัญหาใหญ่อะไรขึ้นมาหรือไม่ เขาเอ่ยถามเสียงสั่น " ท่านปู่เป่ย ศิษย์พี่ทำอะไร ? "
ท่านยปู่เป่ยเอ่ยตอบอย่งารวดเร็ว " ไม่มี พาข้าไปหาเขา ข้าต้องการะปรึกษากับเขา ! "
ชิฮ่าวถอนหายใจด้วยความโล่งอกและเอ่ย " ศิษย์พี่หลี่อยู่ข้างใน "
ชิฮ่าวพบว่ามันค่อนข้างแปลก ปรึกษงั้นรึ ? ท่านปู่เป่ยนั้นมีชื่อเสียงในที่แห่งนี้อย่างมาก เช่นนั้นทำไมตัวตนเช่นเขาถึงมาที่นี่ด้วยตัวเองเพื่อปรึกษากับศิษย์พี่หลี่ ?
" พาข้าไปหาเขา ! " ท่านปู่เป่ยนั้นรีบเข้าไปในบ้าน กล่าวให้ถูกคือเขาลากชิฮ่าวเข้าไปในบ้านของตัวเอง ชิฮ่าวแทนที่จะเดินนำกับถูกท่านปู่เป่ยลากไปมา
" เกิดอะไรขึ้น ? " หลี่ฉีเย่บังเอิญก้าวออกมาจากห้องและเห็นท่านปู่เป่ยลากชิฮ่าวเข้ามาและเอ่ยอย่างประหลาดใจ
" ศิษย์พี่หลี่...ท่านปู่เป่ยต้องการพบท่าน " ชิฮ่าววิ่งมาหาเขาและเอ่ยกระซิบ " ท่านปู่เป่ยนั้นเป็นคนดี หากท่านมีอะไร ท่านสามารถบอกท่านปู่เป่ยได้เลย "
ชิฮ่าวนั้นสังเกตเห็นความรีบร้อนของท่านปู่เป่ย เขาจึงคิดว่าหลี่ฉีเย่อาจจะทำอะไรผิดพลาดมา
ท่านปู่เป่ยไม่ได้สนใจชิฮ่าวก่อนจะโค้งคำนับหลี่ฉีเย่และเอ่ย " การพบกันครั้งสุดท้ายของพวกเรา ชายชราคนนี้อับอายจริงๆที่มองไม่เห็นภูเขาไท่ซาน ได้โปรดอนุญาติให้ข้าได้แนะนำตัวเองก่อน ข้าชื่อเป่ยหวัง ข้าขอทราบนามของนายน้อยได้หรือไม่ ? "
" หลี่ฉีเย่ " หลี่ฉีเย่มองไปยังชายชราและเอ่ยอย่างสบายๆ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น