613
ตอนที่ 613 เผ่าหินยักษ์
เนื่องจากชิฮ่าวนั้นเป็นชายที่ซื่อสัตย์ หลี่ฉีเย่เกรงว่าเขาจะเผลอปากบอกความจริงกับคนอื่น หลี่ฉีเย่จึงเตือนเขาไว้ก่อน
ชิฮ่าวเอ่ย " พี่หลี่อย่าได้กังวล ข้านั้นเป็นนักปรุงยาที่ได้รับการการยอมรับผ่านกระบวนการทุกอย่างอย่างเป็นทางการ ข้าจะใช้คำสาบานพรสวรรค์ยืนยันว่าข้าจะไม่บอกเกี่ยวกับสูตรหรือวิธีการกลั่นใดๆ กับอื่น "
หลังจากนั้นเขาก็สาบายโดยใช้พรสวรรค์ของเขา เขานั้นเป็นนักปรุงยาที่แท้จริงและผ่านกระบวนการทุกอย่างอย่างถูกต้องไปไม่ใช่นักปรุงยาเร่ร่อน เขารู้กฏของนักปรุงยาอย่างชัดเจน ดังนั้นเขาไม่มีทางส่งผ่านสูตรให้กับคนอื่น
ภูเขาหยกโลหิตนั้นไม่ใกล้จากเมืองหินเรียบ ดังนั้นชิฮ่าวจึงเดินมา เขาต้องนำหลี่ฉีเย่ดูทิวทัศน์รอบๆของเมือง
เมืองหินเรียบนั้นไม่ใช่เมืองขนาดใหญ่ในประเทศ แต่มันก็ไม่ได้รกร้างและค่อนข้างรุ่งเรือง
บนถนนใหญ่ พวกเขาจะสามารถเห็นหินกลิ้งและหินทุกรูปแบบและขนาดต่างๆ หินบางก้อนนั้นกลิ้งไปมาส่วนใหญ่ของพวกมันจะกลิ้งลงมาจากบนเขา และทำให้คนนอกมองอย่างอยากรู้อยากเห็น
นี้คือโลกสมุนไพร โลกของเผ่าพันธ์หินและปีศาจ ดังนั้นมันจึงไม่แปลกที่เห็นคนเผ่าหินยักษ์จำนวนมาก
ด้านนอกของของกองหินที่กลิ้งมาจากภูเขา พวกเขาจะเห็นเผ่าหินยักษ์ขนาดและรูปร่างที่แตกต่างกันไป ที่ดีที่สุดคือพวกเขาจะมีรูปร่างเหมือนมนุษย์ แต่ที่เลวร้ายสุดก็คือมีหัวเป็นสัตว์และมีร่างกายเป็นหิน พวกเขาแทบจะไม่ต่างอะไรกับสัตว์หิน
บางคนในหมู่พวกเขามีคนที่ร่างกายมีเลือดเนื้อและมีเชื้อสายที่ผสมผสาน บรรดาผู้ที่มีร่างกายสร้างจากเลือดเนื้อจะหายากอย่างมาก และพวกเขาแน่นอนว่าเป็นลูกหลานจากเชื้อสายทรงอำนาจ
ในสถานที่อื่นๆ เผ่าหินยักษ์อาจจะถูกพิจราณาว่าเป็นส่วนหนึ่งของเผ่าปีศาจ แต่เผ่าหินยักษ์ตัวพกวเขาเองไม่ได้ยอมรับการจำแนกแบบนี้
ในความจริง นี้นับว่ามีเหตุผลเพราะเผ่าหินยักษ์ตามธรรมชาตินั้นมีชีวิต เหล่าก้อนหินที่มีสติปัญญาและประสบความสำเร็จในเต๋าหลังจากผ่านมาหลานล้านปี ในเผ่าพันธ์นี้ ส่วนใหญ่ของพวกเขาเป็นเพียงก้อนหินเล็กๆที่สามารถรับรู้ได้ถึงพลังของสวรรค์และปฐพีและได้รับแหล่งพลังงานชีวิตจนเติบโตบนโลก
มันเป็นเหตุการณ์ธรรมดาที่จะเกิดขึ้นกับก้อนหินแบบสุ่มที่สามารถรับรู้ได้ถึงโลกและชีวิต แน่นอนว่าเผ่าหินยักษ์บางคนต้องใช้เวลานานเพื่อที่จะได้รับสติปัญญาที่สูงจนสามารถเปลี่ยนไปมีเลือดเนื้อ - นี้เป็นสัญญาณของพลัง เผ่าหินยักษ์มีสามชนิดที่แตกต่างกัน เลือดบริสุทธิ์ , เลือดเชื้อสาย , เลือดผสม
ในเผ่าหินยักษ์ เลือดบริสุทธิ์นั้นคือผู้ที่เป็นหินยักษ์ล้วนและรับชีวิตจากการสัมผัสถึงพลังงานโลกจากนั้นเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง นี้เป็นยุคแรกของเผ่าหินยักษ์
เลือดเชื้อสายนั้นเป็นลูกหลานจากยุคแรก เมื่อเผ่าหินยักษ์ฝึกฝนไปจนถึงระดับมีเลือดเนื้อ พวกเขาสามารถทำมันซ้ำได้ รุนแรกนั้นต้องการเข้าถึงระดับนี้ มีความต้องการทางกายภาพเพื่อจะเพิ่มลูกหลาน
เลือดเชื้อสายนั้นมักจะเกิดมาพร้อมกับเลือดเนื้อและความแข็งแกร่งที่ติดตัวของเผ่าหินยักษ์ พวกเขามักจะถูกพิจรณาให้เป็นขุนนางและมาจากตระกูลหรือเชื้อสายที่ยิ่งใหญ่ บรรพชนของพวกเขาเป็นตัวตนทรงอำนาจ
เลือดผสมนั้นเป็นผลลัพธ์ของหินยักษ์ที่ใช้ทางลัดในการสร้างเผ่า เมื่อเผ่าหินยักษ์ไปถึงระดับที่มีความแข็งแกร่ง พวกเขาสามารถร่วมรักกับมนุษย์หรือเผ่าพันธ์อื่นเพื่อเพิ่มลูกหลานได้ แน่นอนว่าความคิดนี้มาจากเผ่ามนุษย์ พวกเขาจึงถูกเรียกว่าเลือดผสม มีทั้งร่างกายและเลือดเนื้อ แต่พวกเขาจะสูญเสียบางอย่างจากเผ่าหินยักษ์ไป ตัวอย่างเช่นความแข็งแกร่งตามธรรมชาติ
ทั้งสองชนิดนี้นั้นมีข้อดีและข้อเสียของตัวเอง แต่ที่มีข้อดีมากที่สุดคงเป็นรุนที่สองเลือดเชื้อสาย เลือดบริสุทธิ์นั้นต้องใช้เวลานานกว่าได้จะได้รับการเปลี่ยนแปลง มันมีโอกาสที่พวกเขาจะตายก่อนไปถึงระดับมีเลือดเนื้อ
เพราะพวกเขาสามารถสัมผัสได้ถึงสวรรค์และปฐพี พวกมันใกล้เคียงกับพลังงาน ทว่ามันไม่สามารถเข้ากับร่างกายของพวกเขาได้ เพราะร่างกายของพวกเขาไม่มีเส้นลมปราณ ทักษะของพวกเขาจึงมีขีดจำกัดและต้องใช้พลังงานโลกเพื่อฝึกฝน
ด้วยเหตุนี้มันจึงเป็นกระบวนการที่ยาวนานและยากลำบากตั้งแต่สายเลือดบริสุทธิ์เกิดจนมีเลือดเนื้อได้
เลือดเชื้อสายนั้นเป็นเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์ และบรรพชนคนพวกเขาล้วนเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งหมดแล้ว ช่วงเวลาที่พวกเขาเกิดพวกเขาส่วนใหญ่ก็มีเลือดเนื้ออยู่แล้ว นอกจากนี้พวกเขายังมีความแข็งแกร่งของเผ่าหินยักษ์และพรสวรรค์ทางธรรมชาติที่ยอดเยี่ยม พวกเขายังได้รับประโยชน์จากเผ่าหินยักษ์อย่างร่างกายที่แข็งแกร่งมาด้วย
ทว่าพวกเขาก็ยังมีจุดอ่อน - การผ่าเหล่า ถ้าหากลูกหลานไม่ได้แข็งแกร่งกว่าบรรพชนของพวกเขา เช่นนั้นการผ่าเหล่าจะทำให้ข้อดีตามธรรมชาติของพวกเขาอ่อนแอลง หากเลือดเชื้อสายยังคงอ่อนแอต่อไป เช่นนั้นพวกเขาจะหยุดการเปลี่ยนแปลงและกลับกลายเป็นหิน
การสร้างเลือดผสมนั้นจึงเป็นทางลัดในการสร้างลูกหลาน แต่ลูกหลานเหล่านี้ล้วนเสียประโยชน์ของเผ่าหินยักษ์ไป และร่างกายของพวกเขาอ่อนแอ ทว่าพวกเขานั้นจะมีเลือดของมนุษย์ จิตวิญญาณและสติปัญญาของพวกเขาค่อนข้างสูง
ขณะที่พวกเขาเดินไปตามถนนใหญ่และมุ่งไปยังเมืองหินเรียบ ส่วนใหญ่ของคนที่เดินทางไปมาเป็นหินยักษ์หรือไม่ก็ผู้ฝึกตน บรรดาหินยักษ์คนที่ไม่ได้เริ่มฝึกตนจะถูกเรียกว่ามนุษย์ เป็นอีกหนึ่งประเภทที่ประกอบไปด้วยลูกหลานของตระกูลที่ยิ่งใหญ่ แต่พวกเขาหยุดการบ่มเพาะจึงกลายเป็นปุถุชน
นอกจากหินยักษ์มันยังคงมีปีศาจเช่นกัน ประเทศไผ่ยักษ์นั้นเป็นประเทศของปีศาจ แต่มีปีศาจไม่กี่คนเท่านั้นที่กำลังเดินบนนถนนที่เต็มไปด้วยหินยักษ์ มีเพียงปุถุชนปีศาจที่เดินไปรอบๆด้วยรูปร่างที่แตกต่างกัน บางคนนั้นมีหัวเป็นนกและร่างกายเป็นมนุษย์ ขณะที่คนอื่นมีหัวเป็นมนุษย์และร่างกายเป็นงู บางมีลักษณะที่น่าขนลุก
จุดเริ่มต้นของปีศาจนั้นต่างจากเผ่าหินยักษ์ ก้าวแรกของเผ่าหินยักษ์คือการสัมผัสได้ถึงสวรรค์และปฐพี แต่ปีศาจนั้นต่างออกไป รากของพวกเขาต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ยุคโบราณ
บางคนกล่าวว่าปีศาจนั้นเป็นเผ่าที่แก่ที่สุดในเก้าโลก การกล่าวอ้างเช่นนี้จำเป็นต้องมีการค้นคว้าเพิ่มเติม แต่เผ่าปีศาจนั้นตามจริงก็เก่าแก่อย่างมาก
ตราบใดที่โลกยังมีตัวตนอยู่ เผ่าปีศาจก็ยังคงอยู่เรื่อยไป ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้และต้นหญ้า , นกบนฟ้าหรือปลาในน้ำ , ภูเขาใหญ่โตหรือแม่น้ำสายใหญ่ ทุกสิ่งล้วนสามารถให้กำเนิดเผ่าปีศาจได้
หินนั้นสามารถให้กำเนิดปีศาจหินหรือจิตวิญญาณหินซึ่งนั้นแตกต่างจากเผ่าหินยักษ์
เผ่าหินยักษ์เกิดจากการสัมผัสถึงสวรรค์และปฐพี และปีศาจนั้นเกิดมาจาการบ่มเพาะพลังงานโลกหรือจากเต๋าของผู้ฝึกตนที่ทรงอำนาจ
เนื่องจากมีต้นกำเนิดที่ต่างกัน มันจึงมีเหตุผลที่ทำให้เผ่าหินยักษ์ปฏิเสธว่าเป็นส่วนหนึ่งของปีศาจมากว่าล้านปี เผ่าปีศาจพวกเขาเองก็ไม่ได้คิดว่าเผ่าหินยักษ์นั้นเป็นพวกเดียวกัน
ในเวลานี้สุดท้ายหลี่ฉีเย่และชิฮ่าวก็มาถึงเมืองหินเรียบ เมืองนี้เป็นเมืองที่แออัดและเต็มไปด้วยความคึกคัดของผู้คนไปมา บางถนนเต็มด้วยเสียงตะโกนที่ดึงดูดลูกค้า มีปุถุชนเดินไปมารอบๆขณะที่ผู้ฝึกตนเดินสวนทางกัน ผู้ฝึกตนที่อ่อนแอจะเดินบนถนน ขณะที่ผู้แข็งแกร่งจะบินบนฟ้าและใช้เส้นทางใต้ดิน
โลกสมุนไพรหินนั้นคงอยู่มาเป็นเวลานับไม่ถ้วนและเผ่าหินยักษ์และปีศาจล้วนฝังรากในสถานที่แห่งนี้ เมืองหินเรียบไม่ใช่เมืองขนาดใหญ่ แต่ก็ยังมีปุถุชนปีศาจและปุถุชนหินยักษ์อยู่มากกว่สิบล้านคน
ในเมืองที่มีชีวิตชีวาแห่งนี้ การพบกับมนุษย์ หรือปีศาจหรือเผ่าหินยักษ์ในรูปแบบมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อนั้นเป็นเรื่องยากมากเนื่องจากผู้เชียวชาญไม่มากจะมาเดินในสถานที่แห่งนี้ แต่พวกเขาจะเดินในสถานที่ที่ใหญ่กว่าอย่างเช่นเมืองหลวงไผ่ยักษ์ พวกเขาจะสามารถเห็นปีศาจและหินยักษ์ในรูปแบบมนุษย์ได้
และเพราะสิ่งนี้ เมื่อมีมนุษย์ปกติอย่างหลี่ฉีเย่ปรากฏจึงสามารถดึงดูดความสนใจจากคนจำนวนมากได้ บางคนที่มีหัวเป็นมนุษย์อย่างชิฮ่าวก็หายากพออยู่แล้ว ไม่ต้องกล่าวถึงการมีมนุษย์ตัวเป็นๆมาปรากฏ
ปุถุชนและผู้ฝึกตนหลายคนชี้มายังพวกเขาและเอ่ยอย่างอยากรู้อยากเห็น " หรือเขาจะเป็นผู้เชียวชาญเผ่าหินยักษ์หรือปีศาจกัน ? หรือว่าจะเป็นมนุษย์ ? "
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งจ้องอย่างระวังและเอ่ย " เขาเป็นมนุษย์แน่นอน พลังงานในสายเลือดของเขาไม่ปรากฏออกมาและปราศจากกลิ่นอายใดๆ มันดูเหมือนว่าระดับการบ่มเพาะของเขาจะไม่แข็งแกร่งมาก การมีรูปร่างมนุษ์โดยไม่ได้มีการฝึกตนที่แข็งแกร่งเขาแน่นอนว่าต้องมนุษย์ และไม่ใช่ปรมจารย์หรือผู้เชียวชาญจากเผ่าหินยักษ์หรือปีศาจ "
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น