603
ตอนที่ 603 ต้นบรรพชนผี
" โฮกกก ! " ผู้กัดกินส่งเสียงคำรามที่ราวกับจะทำให้สวรรค์และปฐพีแยกออก มันกระโจนออกไปด้านหน้าด้วยกลิ่นอายที่โหดเหี้ยมและอมตะ ในเวลนี้ มันราวกับเป็นสิ่งมีชีวิตที่โหดเหี้ยมที่สุดในโลก ขุนนางเจ้าอสูรและอสูรทั้งหลายล้วนไม่อยู่ในสายตาของมัน
" กรร ! กรร ! กรร ! " ปรากฏเสียงฉีกกัดดังออกมา ที่ใดก็ตามที่ผู้กัดกินพุ่งไป มีเพียงซากศพของอสูรที่ถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ ขุนนางเจ้าอสูรทั้งห้ามีชีวิตอยู่ไม่นานก่อนที่แขน ขา และร่างเนื้อของพวกเขาจะถูกฉีกกระจาย
นี้เป็นศูนย์รวมของความสยดสยอง ผู้กัดกินกลายเป็นเครื่องบดเนื้อและทิ้งไว้เพียงซากศพ ฉากนี้ทำให้ขาของผู้ชมทุกคนล้วนอ่อนแรง
ทว่าสิ่งทีน่ากลัวก็เกิดขึ้น ขุนนางเจ้าอสูรทั้งห้าที่ถูกกัดกินไปกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ก่อนหน้านี้พวกเขาถูกฉีกเป็นชิ้นๆและเศษเนื้อปลิวไปทุกที่ ในระยะเวลาสั้นๆชิ้นส่วนเหล่านั้นก้มารวมตัวกันอีกครั้ง
และไม่ใช่เพียงแค่ขุนนางเจ้าอสูรทั้งห้าแต่ยังรวมถึงเหล่าอสูรตัวอื่นด้วย
บรรพชนจากเชื้อสายจักรพรรดิไม่เพียงแต่ตกตะลึงในอำนาจของผู้กัดกิน พวกเขากระทั้งตกตะลึงต่อตัวตนของเหล่าอสูร " พวกอสูรที่น่ากลัวเหล่านี้เป็นตัวอะไรกัน ? "
หลังจากถูกฉีกขาดเป็นชิ้นส่วนนับไม่ถ้วน พวกเขาก็ยังกลับมาคงรูปได้อีกครั้ง - นี้ดูโหดร้ายเกินไป เหมือนกับสิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะเป็นอมตะ !
" ตาย ! " ขุนนางเจ้าอสูรทั้งห้าคำราม พวกเขาไม่ต้องการจะโจมตีผู้กัดกินแต่มุ่งไปยังหลี่ฉีเย่แทน
ทว่าด้วยเสียงคำรามที่ดังกึก้อง ผู้กัดกินเคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่ยอดเยี่ยม เสียงของเนื้อที่ฉีกขาดดังออกมาอีกครั้ง ขุนนางเจ้าอสูรทั้งห้าถูกฉีกเป็นชิ้นๆ
หลี่ฉีเย่ไม่ได้แยแสขณะมองไปยังซากเหล่านี้และปืนใหญ่ของเขาไม่ได้ถูกยิงออกแม้แต่นัดเดียว แม้ว่ากองทัพอสูรเหล่านี้จะมีความแข็งแกร่งมาก แต่ผู้กัดกินคือหายนะของพวกเขา ผู้กัดกินยังสวมปลอกคอดังนั้นมันจึงฝั่งคำสั่งของหลี่ฉีเย่เท่านั้น ด้วยปลอกคอในมือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตราบที่เขาอยู่ที่นี่ ผู้กัดกินจะอยู่ใต้การควบคุมของเขา
เขาไม่ได้เสียเวลายืนดูการต่อสู้ระหว่างอสูรและผู้กัดกิน เขาจากไปเพื่อจะไปทำสิ่งที่สำคัญกว่า
การต่อสู้เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ผู้กัดกินฉีกร่างอสูรอีกครั้ง แต่พวกเขาก็กลับมารวมตัวกันได้ตลอดเวลา
แม้ว่าอสูรเหล่านี้อาจจะยังไม่ตาย แต่ถูกครั้งที่ถูกผู้กัดกินฉีกกระชากพลังงานของพวกมันจะหายไป ด้วยเหตุนี้เมื่อถูกฉีกกระชากอีกความเร็วในการฟื้นตัวจึงช้าลง ขุนนางเจ้าอสูรทั้งห้าและอสูรของพวกมันใช้พลังงานจำนวนมากในการฟื้นตัวแต่ละครั้ง และมันก็ยากขึ้นและยากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดมันก็มาถึงจุดที่พวกเขาจะไม่สามารถฟื้นตัวได้อีกต่อไป
พลังงานของอสูรเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าอร่อยอย่างมากสำหรับผู้กัดกิน มันจึงรู้สึกตื่นเต้นเพราะเป็นเวลานานแล้วที่มันไม่ได้ริมลองรสชาติที่ดีเช่นนี้ !
การทรมานของผู้กัดกินกลายเป็นเรื่องโหดร้ายและโหดเหี้ยมมากขึ้นเรื่อยๆสำหรับอสูรและขุนนางเจ้าอสูรทั้งห้า อสูรอีกนับพันถูกฉีกเป็นชิ้นๆก่อนที่ผู้กัดกินจะดูดกลืนพลังของมันและปล่อยไป มันต้องการดูดพลังงานเหล่านี้จนเหือดแห้ง
ทุกคนล้วนแต่หวาดกลัวฉากนี้ ไม่ว่าจะเป็นอำนาจของผู้กัดกินหรือการฟื้นตัวของเหล่าอสูร
" อ้ากกก ! " เสียงกรีดร้องที่โหดยหวนดังไปทั่วชั้นฟ้าในเมืองบรรพชน ตอนนี้บนชั้นฟ้าดาบโลหิตทั้งสามได้ตัดผ่านร่างของยอดเทพทั้งแปดเป็นชิ้นๆ ขณะที่เจ้าสวรรค์ถูกกดดันจากตรีศูลจนถึงกับถูกเหยียบย่ำลงสู่พื้นดิน เขากระอักเลือดออกมา
ฉากนี้เป็นความอัปยศอย่างมากสำหรับเผ่าพันธ์ ครั้งสุดท้ายมันเมื่อไหร่กันที่อาณาจักรบรรพชนถูกเหยียบย่ำเช่นนี้ ? ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เหล่าเทพของอาณาจักรถูกฆ่าราวผักปลา ?
ในตอนนี้ บรรพชนทุกคนที่เฝ้าดูฉากนี้อยู่ล้วนรู้สึกแบบเดียวกันว่าอาณาจักรบรรพชนอาจจะกลายเป็นซากปรักหักพังเพราะหลี่ฉีเย่
ในเวลานี้หลี่ฉีเย่ยังคงอยู่ในแอ่ง บนเนินเขาแห่งหนึ่ง เขานั้นเคลื่อนย้ายศพออกไปเผยให้เห็นพื้นดินโคลน แต่หลี่ฉีเย่แสดงออกย่างเคร่งขรึมและเอ่ย " ผู้ทำนายเต๋าสวรรค์ มาดูกันว่าจุดที่เจ้าทำนายให้ข้ามันใช่หรือไม่ ไม่เช่นนั้นข้าจะเอาหัวของเจ้ามาต้มในหม้อซะ ! "
ในเวลานี้ ผู้ทำนายเต๋าสวรรค์ที่อยู่ห่างจากโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ออกไปไกลรู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆ
หลี่ฉีเย่สูดลมหายใจลึกก่อจะนำกุญแจต้นกำเนิดบรรพชนผีออกมา ด้วยเสียง แกร๊ก รูกุญแจทันใดนั้นก็ปรากฏ
มันดูเหมือนกับไม้บรรทัด แต่ตอนนี้ชิ้นส่วนไม้เหล่านี้แยกออกจากัน ก่อนที่ชิ้นส่วนไม้เหล่านี้จะมารวมตัวกันอีกคัร้งและสร้างเป็นกุญแจสีสอง !
ในเวลานี้หลี่ฉีเย่ก็พลักกุญแจสีทองไปยังเนินเล็กๆใต้ฝ่าเท้า
" ครืนน ! " เสียงประตูโลหะปรากฏขึ้นและเผยให้เห็นถ้ำ ภายในถ้ำนั้นเป็นต้นไม้ที่ใหญ่มาก แต่ไม่ใหญ่จนเกินไป คนสองคนสามารถโอบมันได้ มันดูโบราณและเติบโตมาเป็นเวลายาวนานนับไม่ถ้วน แต่ละกิ่งแต่ละใบของมันผ่านเวลามานับสิบล้านปี ก้าวผ่านแม่น้ำแห่งเวลา
ทว่า ต้นไม้ต้นนี้ได้ผ่านช่วงเวลายาวนานไร้สิ้นสุด กิ่งและใบของมันได้ตายไปเป็นเวลานานแล้ว ไม่ว่าจะอย่างไรต้นไม้ที่ตายไปเหล่านี้ก็ยังเต็มไปด้วยคลื่นของอำนาจ - จุดเริ่มต้นของชีวิต ทุกส่วนประกอบไปด้วยพลังงานสวรรค์ และพลังงงานต้นกำเนิดโลก
ต้นไม้ที่ตายไปแล้วดูเหมือนจะให้กำเนิดชีวิตและสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วน นอกจากนี้คลื่นพลังเหล่านี้เจาะผ่านพื้นดินและปกป้องชั้นฟ้า เป็นเหตุผลว่าทำไมมันยังคงอยู่
ทว่าสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวก็คือมีซากศพติดอยู่กับรากของต้นไม้ ศพตัวใหญ่นี้นอนคว่ำศีรษะจึงไม่สามารถเห็นหน้าของมัน รากของต้นไม้โตขึ้นจากอกของซากศพ ไม่มีใครรู้ว่ามันคืออะไรหรือมีคนมาปลูกมันจากซากศพหรือไม่
ภายในบัลลังก์หมื่นกระดูก เหล่าบรรพชนที่ใกล้ตายได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งและกรีดร้อง " ต้นบรรพชนผี ! "
หนึ่งในบรรพชนอีกคนอ้าปากค้างและเอ่ยถาม " ท่านบรรพชน มัน มัน..มันเป็นต้นบรรพชนผีจริงๆ ? มันมีตัวตนอยู่บบโลกจริงๆ ? "
จนถึงทุกวันนี้ ทุกคนล้วนคิดว่าต้นไม้นั้นมีเพียงในตำนาน เหล่าพันธ์ผีหลายคนไม่เชื่อว่าต้นไม้นี้มีความเกี่ยวข้องกับทฤษฎีต้นกำเนิดของเผ่านพันธ์ผี
บรรพชนใกล้ตายคนนั้นนั่งลงบนเตียงของเขาและเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแอ " แม้ว่า...ข้าจะไม่เคยเห็นต้นบรรชนผีของจริง...จักรพรรดิอมตะหว่านกู่ได้ทิ้งบันทึกเกี่ยวกับต้นไม้นี้เอาไว้ ! "
คำตอบนี้ทำให้บรรพชนทุกคนในบัลลังก์หมื่นกระดูกสั่นไหว หากต้นไม้มีตัวตนอยู่จริงๆ เช่นนั้นสิ่งที่พวกเขาเชื่อมาก่อนว่าเป็นต้นกำเนิดของเผ่าพันธ์ผีก็ของปลอม !
หลี่ฉีเย่มองไปยังซากศพที่อยู่ใต้ต้นไม้ และถอนหายใจด้วยความโล่งอกราวกับภูเขาได้ถูกยกออก " โชคดีที่ไม่ใช่ "
" แกร๊ก ! " พื้นดินที่ใต้ต้นไม้นั้นเปิดออกพร้อมกับมือปีศาจได้โผล่ออกมา ไม่มีใครโผล่ออกมา แต่เสียงเก่าแก่และน่าเกรงขามปรากฏขึ้น " ใครมารบกวนเวลานอนของข้า ? "
เสียงเก่าแก่นี้โบราณและราวกับมีตัวตนจริงๆ นี้ทำให้บรรพชนทุกคนที่อยู่ในโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์จับจ้องมองพร้อมกับระงับความรู้สึก อาณาจักรบรรพชนอ้างว่าบรรพบุรุษของเผ่าพันธ์ผีหลับใหลอยู่ภายใน ตอนนี้มีเสียงดังออกมาจากพื้นดิน จะไม่ให้เผ่าพันธ์ผีตกตะลึงได้อย่างไร ? หรือนี้บรรพบุรุษของพวกเขาจะกลับมามีชีวิต ?
ดวงตาของบรรพชนทั้งหลายจับจองมองกระจก มีสัตว์ประหลาดคืบคลานออกมาจากพื้นดิน ร่างกายของมันใหญ่โต หัวของมันเป็นมนุษย์ ลำตัวเป็นงู มีกระดูกนับไม่ถ้วนปรากฏออกมาจากด้านหลัง นอกอจากนี้ยังมีดวงตาสีแดงขนาดใหญ่เหมือนโลหิต
ทว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือมีภาพแปลกๆปรากฏขึ้นที่หลังของมัน หนึ่งเป็นโลกที่เต็มไปด้วยกระดูก , โลกที่ปราศจากเสียง , โลกแห่งความตาย ที่นั้นมีกระดูกขาวนับถ้วนถูกใช้ปูเป็นถนนและสร้างเป็นวิหารไว้ให้เป็นที่สถิตของเทพแห่งความตาย ทุกจะรู้สึกสั่นสะท้านยามมองไปที่โลกแห่งกระดูก พวกเขาล้วนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
บัลลังก์หมื่นกระดูกและทั้งโลกต่างสั่นสะเทือนต่อหน้าสัตว์ประหลาดตัวนี้ กลิ่นอายของมันน่ากลัวและไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้กัดกินเผ่าผี !
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น