560
ตอนที่ 660 เล่นกับศัตรู
บรรพชนตระกูลหวังฟู่นั้นรู้ความแข็งแกร่งของตัวเองดี สายตาของเขาหรี่ลงเมื่อเห็นว่าหลี่ฉีเย่ยังสบายอยู่ในแรงกดดันของเขา ในความคิดเขา สำหรับผู้เยาว์ที่ไม่หวั่นไหวแต่แรงกดดันของเขาจะต้อนเป็นบรรพชนเที่ยงธรรมหรือมีหัวใจเต๋าที่แข็งแกร่ง
ในเวลานี้บรรพชนตระกูลหวังฟู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง " บรรพชนของพวกเจ้าได้ออกมาหรือไม่ ? " แม้ว่าเสียงของเขาจะไม่ได้ดังมาก แต่มันก็ดังที่ข้างหูของทุกคน ทำให้ฝูงชนที่ได้ยินสั่น
บรรพชนนั้นยังไม่ได้ลงมือ แต่กลิ่นอายของเขาก็เพียงพอแล้วที่ข่มขู่ผู้คนในปัจจุบัน นี้เป็นส่วนที่น่ากลัวของบรรพชนเที่ยงธรรม บรรดาผู้ที่ยืนอยู่ในที่แห่งนี้ล้วนรับรู้ได้ถึงความต่างของพวกเขากับบรรพชน
" ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปลุกบรรพชนของพวกเราขึ้นมาเพียงเพราะเรื่องแค่นี้ " เวลานี้นายหญิงฉีเยียนเอ่ยตอบ
" ดี...ลูกหลานของประเทศไผ่ยักษ์ช่างมีความมั่นใจจริงๆ " บรรพชนตระกูลหวังฟู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา " หากเป็นเช่นนั้น เจ้าคือผู้ที่ดูแลที่นี่ ? "
" ผิดแล้ว นายน้อยหลี่ต่างหากที่เป็นผู้ดูแลและเป็นตัวแทนจากประเทศของเรา " นายหญิงฉีเยียนเอ่ยตอบด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
คำตอบนี้ทำให้หลายคนจ้องไปยังหลี่ฉีเย่ด้วยความตกตะลึง พวกเขาต้องการจะคาดเดาเกี่ยวกับพื้นหลังของตัวแทนประเทศคนนี้ เรื่องนี้มันน่าเหลือเชื่อเกินไป
ทว่าไม่มีใครนั้นกล้าตั้งคำถามเพราะนายหญิงฉีเยียนเป็นคนเอ่ยด้วยตัวเอง พวกเขาไม่สามารถเดาได้ว่าเพราะเหตุใดหลี่ฉีเย่ถึงได้รับความเชื่อมันจากผู้ปกครองประเทศเช่นนี้
" เจ้าคิดคนที่โจมตีเฮาเอ๋อร์ ? " ในเวลานี้บรรพชนตระกุลหวังฟู่จ้องไปยังหลี่ฉีเย่ด้วยสายตาที่น่ากลัวราวกับดาบ เขาต้องการจะมองผ่านหลี่ฉีเย่
ทว่าหลี่ฉีเย่เหลือบมองเขาอย่างเกียจคร้านและเอ่ยด้วยรอยยิ้ม " เจ้าอาจจะกล่าวเช่นนั้นก้ได้ เขาโชคดีที่ยังไม่ชีวิตอยู่ นี้ถือเป็นความปราณีจากข้า "
ใบหน้าของบรรพชนกลายเป็นเย็นชาพร้อมปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งการฆ่า เมื่อคลื่นของเจตนาฆ่านี้กวาดไปทั่วชั้นฟ้า ฝุงชนทั้งหมดต่างรู้สึกขนลุก มันราวกับพวกเขาตกไปอยู่ในบ่อน้ำแข็ง หลายคนในพวกเขาไม่สามารถยืนได้
หลี่ฉีเย่ไม่ได้แยแสเกี่ยวกับกลิ่นอายการฆ่าที่บรรพชนปล่อยออกมา กลับกันเขาโบกแขนเบาๆและเอ่ย " ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการจะฆ่าข้า แต่ไม่ต้องเร่งรีบ วันนี้ข้าอยู่ที่นี่เพื่อสะสางเรื่องราว ข้านั้นเป็นตัวแทนของประเทศไผ่ยักษ์ ไม่เพียงแต่ตระกูลหวังฟู่ที่มีปัญหากับข้า และข้ายินดีจะรับฟังทุกข้อร้องเรียน ตอนนี้ข้าได้ยินความคับข้องใจของตระกูลหวังฟู่แล้ว ต่อไปตระกูลฉิง "
การแสดงออกของหลี่ฉีเย่ทำให้คนจำนวนมากตกตะลึง แม้แต่บรรพชนทั้งสิบแปดก็ยังตกตะลึง คนน้อยมากที่สามารถจินตนาการได้ว่าผู้เยาว์ไร้ชื่อเสียงเช่นหลี่ฉีเย่จะกล้าคุยกับรรพชนเที่ยงธรรมเช่นนี้
ใบหน้าของบรรพชนตระกูลหวังฟู่กลายเป็นจริงจัง แต่เขาไม่ได้โกรธ หลังจากมองหลี่ฉีเย่เขาก็เอ่ยช้าๆ " ย่อมดี ข้าจะให้เวลาเจ้า พระอาจจะสามารถหนีได้แต่วัดไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ! "
เขาเองก็อยากจะเห็นสิ่งที่เจ้าเด็กน้อยนี้กำลังทำด้วยความมั่นใจที่มากล้นของมัน ความจริงเขาไม่จำเป็นต้องเร่งรีบแม้ว่าหลี๋ฉีเยจะหนีได้ แต่ประเทศไผ่ยักษ์ไม่มีทาง
หลี่ฉีเย่เพียงอมยิ้มก่อนจะมองไปยังตระกูลฉิงและเอ่ย " ข้าได้ยินว่าตระกูลฉิงของเจ้ามีข้อร้อวเรียนเกี่ยวกับตัวข้า ตอนนี้ข้าล้างหูรอฟังอยู่ บอกสิ่งที่เจ้าต้องการมาบางทีข้าอาจจะมอบความยุติธรรมให้"
ฝูงชนนั้นยิ่งตกตะลึงกับคำกล่าวเหล่านี้โดยเฉพาะผู้ฝึกตนที่กลายเป็นงุนงง ในเวลานี้ประเทศนั้นกำลังเผชิญกับหายนะและสามารถพังได้ทุกเวลา แต่หลี่ฉีเย่ก้ยังแสดงออกราวกับมันเป็นเรื่องเล็กน้อย
เรื่องนี้ทำให้หลายคนสงสัยว่าทำไมนายหญิงและบรรพชนทั้งสิบแปดถึงได้เลือกบุคคลที่ไม่น่าไว้วางใจเช่นนี้มา นี้เป็นการเลือกคนผิดงาน !
" เจ้าคนแซ่หลี่ ! เจ้ารู้ความผิดของตัวเองดี เช่นนั้นไม่จำเป็นต้องถาม เจ้าทำให้ลูกชายข้าตาย เจ้ายังมีหน้ามา.." ผู้นำตระกูลฉิงกล่าวด้วยความโกรธ สายตาของเขาราวกับเปลวไฟที่เผาหลี่ฉีเย่ เขาแทบจะไม่ได้ที่จะฆ่าเจ้าสารเลวนี้
" โอ้ว เช่นนั้นเจ้ากำลังกล่าวถึงเรื่องนี้ " หลี่ฉีเย่โบกแขนของเขาและเอ่ยขัดผู้นำตระกูล เขาพยักหน้าก่อนจะเอ่ย " เอาละ ตอนนี้ข้ารับรู้ความคับข้องใจของเจ้าแล้ว "
จากนั้นเขาก็ไม่ได้สนใจผู้นำตระกูลอีก ก่อนจะหันกับไปยังคนที่สนับสนุนตระกูลฉิง
ผู้นำตระกูลฉิงนั้นสั่นด้วยความโกรธจากการกระทำของหลี่ฉีเย่ ทั้งตระกูลฉิงและตระกูลหวังฟู่ล้วนถูกหยามเกียรติโดยผู้เยาว์คนหนึ่ง - หลี่ฉีเย่ มีเพียงบรรพชนตระกูลหวังฟู่ที่ยังสงบ เขาอยากจะรู้ว่าเจ้าสารเลวนี้จะเล่นละครอย่างไร
ความจริงเขายังกังวลเกี่ยวกับบรรพนของประเทศไผ่ยักษ์ ดังนั้นเขาจึงยืนเฉยๆเพื่อรอดูว่าบรรพชนได้กลับมามีชีวิตหรือไม่
" ความคับข้องใจของพวกเจ้าคืออะไร ? ผู้นำนิกายของพวกเจ้าตายในเมืองหลวง ? หรือบางทีบุตรเจ้าของพวกเจ้าถูกฆ่าในราชวัง ? " หลี่ฉีเย่กล่าวถามผู้ที่สนับสนุนตระกูลฉิงอย่างช้าๆ
ในเวลานี้นิกายเหล่านั้นอดไม่ได้ที่จะมองหน้ากันและกัน พวกเขาไม่เกรงกลัวผู้เยาว์เช่นหลี่ฉีเย่ แต่พวกเขายังคงวิตกเกี่ยวกับราชวัง สุดท้ายผู้เชียวชาญจากเชื้อสายหนึ่งก็ออกมาเอ่ย " เจ้านั้นฆ่านายน้อยตระกูลฉิง เจ้าฆ่าคนและยังได้รับการคุ้มครองจากราชวัง เจ้าจะนำหายมาสู่ประเทศไผ่ยักษ์ เจ้าจะต้องคุกเข่ายอมรับ..."
" เข้าใจแล้ว " หลี่ฉีเย่เอ่ยขัดจังหวะผู้เชียวชาญคนนั้น " เอาละพวกเจ้าทั้งหมดอยากจะได้รับความยุติธรรมและปกป้องคนอ่อนแอ เมื่อพวกเจ้าเห็นความไม่ยุติธรรมจึงต้องยืนมือเข้ามา "
ผู้เชียวชาญที่ถูกขัดจังหวะอย่างกระทันหันโดยหลี่ฉีเย่เต็มไปด้วยความโกรธ
" ตอนนี้ข้าเข้าใจข้อเรียกร้องของพวกเจ้าหมดแล้ว " ในเวลานี้หลี่ฉีเย่ยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ เขาเหลือบมองทุกคนตรงหน้าและประกาศ " ตอนนี้ข้าในฐานะตัวแทนของประเทศไผ่ยักษ์จะทำให้คำตอบกับทุกข้อเรียกร้อง "
ตอนนี้ หลี่ฉีเย่หยุดชั่วคราวก่อนจะเอ่ยต่อ " เกี่ยวกับเรื่องของนายน้อยตระกูลฉิงคำตอบของข้านั้นง่ายมาก - นั้นเป็นเพราะมันไร้ความสามารถ สำหรับลูกหลานตระกูลหวังฟู่ที่นอนบนเตียง ยิ่งชัดเจน มันโง่เง่าที่กล้ามาท้าทายข้า และข้าแสดงความเมตตาโดยไม่ฆ่ามันไปแล้ว สำหรับเหล่าผู้รักความยุติธรรมทั้งหลาย ข้าจะให้คำเตือน หากพวกเจ้าไสหัวไปตอนนี้ ชีวิตของพวกเจ้าจะยืดออกไปได้อีกหน่อย ! "
คำตอบจากหลี่ฉีเย่ทำให้ทุกคนตกตะลึง ตระกูลหวัง , ตระกูลฉิง , และเหล่าผู้นำนิกายล้วนจ้องมองมายังหลี่ฉีเย่ด้วยความโกรธที่โหมกระหน่ำ
" เจ้าคิดว่าด้วยคำตอบแบบนี้จะทำให้ทุกคนยอมรับ ? " ในเวลานี้ บรรพชนตระกูลหวังฟู่ยังคงไม่โกรธ ทว่ากลิ่นอายของเขาเต็มไปด้วยการกดขี่มากยิ่งขึ้นพร้อมด้วยเจตนาฆ่าที่กระหายเลือด ดวงตาของเขาหรี่ลงและมองหลี่ฉีเย่
สำหรับตัวตนอย่างบรรพชนเที่ยงธรรม แม้ว่าพวกเขาจะจ้องหลี่ฉีเย่ด้วยความโกรธ พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องพูดมาก พวกเขาสามารถตรงเข้าไปฆ่าหลี่ฉีเย่ได้ทันที
" โอ้ว ? หรือเจ้ามีความคิดอื่น ? " หลี่ฉีเย่มองไปยังบรรพชนที่เต็มด้วยเจตนาฆ่าและเอ่ย " หากเจ้ามี ข้าก้ยินดีที่จะรับฟัง ข้านั้นเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนและมักจะรับฟังความคิดของคนอื่นเสมอ ข้ามีความสุขที่จะได้ฟังเมื่อคนอื่นมีข้อเรียกร้องต่อข้า "
นายหญิงฉีเยียนที่ยืนอยู่ข้างหลี่ฉีเย่กลายเป็นไร้คำพูด หากเขาเป้นคนที่ถ่อมตนและชอบฟังคำแนะนำของคนอื่น เช่นนั้นนางก็คงเป็นนักปราชญ์ ผู้ปกครองจากตำนาน นางนั้นอดไม่ได้ที่จะยิ้มหลังจากเห็นได้ฟังคำกล่าวของหลี่ฉีเย่
" ประเทศไผ่ยักษ์ของเจ้าทำให้เฮาเอ๋อร์ของข้าบาดเจ็บสาหัส ! นี้เป็นการท้าทายตระกูลของข้า และข้าไม่รังเกียตที่จะประกาศสงคราม ! " ในเวลานี้บรรพชนตระกูลหวังฟู่เอ่ย " ตระกูลของพวกเราให้เจ้าสองทางเลือก อย่างแรกคือทำสงครามจนกว่าจะพบผู้ชนะ "
หลี่ฉีเย่ยังคงหัวเราะอย่างร่าเริงและเอ่ยถาม " โอ้ว เช่นนั้นอย่างที่สองคือ ? "
เห้นพวกเขาพูดคุยกันเช่นนี้ โดยเฉพาะการแสดงออกของหลี่ฉีเย่ที่เต็มไปด้วยความผ่อนคลาย เหล่าคนที่ไม่รู้สถานการณ์ในปัจจุบันอาจจะนึกได้ว่าเป็นการคุยกันของสหาย การแสดงออกของหลี่ฉีเย่ทำให้หลายคนไร้คำพูด ในความเป็นจริงพวกเขาเกือบจะเป็นบ้า การพูดจาที่ไม่ใส่ใจและการแสดงออกที่ไม่แยแสนี้นไม่มีใครเทียบได้ !
บรรพชนตระกูลหวังฟู่มองไปยังหลี่ฉีเย่ ในเวลานี้ในฐานะบรรพชนเที่ยงธรรม เขานั้นมั่นใจร้อยเปอเซนต์ว่าบรรพชนของประเทศไผ่ยักษ์ไม่ได้ออกมา
หากปราศจากบรรพชนของประเทศ เจ้าสารเลวนี้จะแสดงออกอย่างมั่นใจราวกับทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมได้อย่างไร ? สิ่งนี้ทำให้บรรพชนตระกูลหวังฟู่ระวังอย่างมาก
ในมุมมองของเขา หลี่ฉีเย่ไม่มีทางเทียบเขาได้ เจ้าสารเลวตรงหน้าอย่างมากสุดก็เป็นองค์รักษ์เทพสวรรค์ และยังไม่ไปถึงระดับราชันเทพสวรรค์
มันไม่ความสำหรับเขาไม่ว่าเจ้าสารเลวนี้จะอยู่ในระดับใด แต่การแสดงออกของมันยังเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย นี้ทำให้บรรพชนรู้สึกแปลกอย่างมาก
ในช่วงที่ต่างฝ่ายต่างมองกันอยู่นี้ ฝูงชนจับจ้องมองอยู่ในความเงียบ ในสายตาพวกเขา บรรพชนตระกูลหวังฟู่นั้นเป็นสัตว์ประหลาดที่มองเหยื่อ และหลี่ฉีเย่เป็นเพียงเหยื่อตัวน้อย พวกเขาเชื่อว่าหลี่ฉีเย่จะถูกกลืนกินโดยบรรพชน หลี่ฉีเย่ไม่เพียงพอที่จะเป็นอาหารจานหลักของบรรพชนอย่างแน่นอน !
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น