692

ตอนที่ 692 เพียงแค่คนแปลกหน้า

คำกล่าวของหลี่ฉีเย่ทำให้การแสดงออกของผู้ฝึกตนที่นี่เปลี่ยนไป ทั้งผู้เยาว์และผู้อาวุโสจำนวนมากล้วนมาทีนี่เพื่อเรียนรู้ความลึกลับที่จักรพรรดิอมตะว่านชิทิ้งไว้ ดังนั้นคำกล่าวของหลี่ฉีเย่ทำให้พวกเขาไม่พอใจ

นายหญิงฉีเยียนอดไม่ได้ที่จะยิ้มขมขื่นให้กับสถานการณ์นี้ กดขี่ทุกคนด้วยการกล่าวเพียงประโยคเดียว - นี้เป็นสุดยอดทักษะอย่างแท้จริง ทว่านางนั้นก็เริ่มคุ้นเคยกับเรื่องนี้เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางเห็นนายท่านของนางทำเช่นนี้

" เจ้ามันไม่รู้จักความลึกลับของสวรรค์และปฐพี  " ราชันราชสีห์รุ่นเยาว์แค่นเสียงเย็นชาอย่างดูถูกและเอ่ย " นักปรุงตัวน้อยเช่นเจ้าจะไปรู้จักความลึกลับที่จักรพรรดิอมตะว่านชิทิ้งไว้ได้อย่างไร ? อย่าได้ยืนที่นี่และทำให้ตัวเองลำบาก แม่นางฉีเยียนอาจจะเข้าใจมันได้เล็กน้อย แต่นักปรุงยาตัวน้อยเช่นเจ้านะรึ ไม่มีทาง ! ไสหัวออกไปและอย่าพยามรบกวนคนที่กำลังทำสมาธิ.."

ราชันราชสีห์รุ่นเยาว์นั้นรู้สึกไม่พอใจหลี่ฉีเย่ ดังนั้นหลังจากได้ยินคำกล่าวนี้เขาก็รีบตะโกนเพื่อให้เจ้าสารเลวนี้รู้จักที่ของตัวเอง

หลี่ฉีเย่ขี้เกียจเกินไปที่จะมองไปยังราชันราชสีห์รุ่นเยาว์ เขาปัดแขนของเขาราวกับไล่แมลงและเอ่ย " ฉีเยียน เจ้าสัตว์โง่เขล่านี้มาจากไหน ? ไล่มันออกไปจากสายตาของข้า "

" เจ้า ! " การแสดงออกของราชันราชสีห์รุ่นเยาว์กลายเป็นน่าเกลียดมากขึ้น เขาเป็นถึงผู้ปกครองประเทศและมีสถานะ แต่ตอนนี้กำลังโดนดูถูกจากรุ่นเยาว์ไร้ชื่อ นี้จะไม่ให้เขาโกรธได้อย่างไร ?

นายหญิงฉีเยียนส่ายหัวเล็กน้อยและเอ่ย " ราชันราชสีห์รุ่นเยาว์ โปรดจากไป นายน้อยของข้าไม่ตอนรับ ท่าน "

ราชันราชสีห์รุ่นเยาว์เต็มไปด้วยความโกรธ เขาไม่คาดว่านายหญิงฉีเยียนจะเอ่ยเช่นนี้ เขาอดไม่ได้ที่จะพูด " แม่นางฉีเยียนหากประเทศของเจ้าต้องการนักปรุงยา ประเทศราชสีห์ของข้ายินดีที่จะช่วยหานักปรุงยาที่าน่าประทับใจ ทำไมท่านต้องแสดงความห่วงใยกับเจ้าเด็กน้อยไร้ชื่อ.."

ราชันราชสีห์รุ่นเยาว์ ข้าขอบคุณในความมีน้ำใจของประเทศราชสีห์ แต่เรื่องของประเทศไผ่ยักษ์เรา พวกเราจะจัดการเอง " นายหญิงฉีเยียนเอ่ยช้าๆ ทัศนคติของนางเห็นได้ชัดว่าต้องการไล่เขาไป

ราชันรุ่นเยาว์นั้นไม่พอใจอย่างมาก วันนี้เขาได้รับความอับอาย เขาได้รับความอับอายจากผู้เยาว์ไร้ชื่อเสียงหลี่ฉีเย่ และตอนนี้กระทั้งนายหญิงก็ยังไม่ต้อนรับเขา ไม่มีอะไรจะน่าอายไปกว่านี้แล้ว เขามองหลี่ฉีเย่ด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะเดินไปด้านข้าง

หลี่ฉีเย่ไม่ได้สนใจกับราชันราชสีห์รุ่นเยาว์และเอ่ยกับนายหญิง " ฉีเยียน มีสมบัติที่ดีปรากฏตรงหน้าแต่ดูเหมือนจะไม่มีใครอยากได้มัน ข้าจะไปนำมันมามอบเป็นของขวัญเล็กๆน้อยๆให้เจ้า "

" ช่างหยิ่งยโส " ในเวลานี้เสียงหนาวเย็นดังมาจากฝูงชน มีคนก้าวออกมาจากกลุ่มและเอ่ย " เจ้าสารเลวไร้ชื่อ เจ้ารู้ไหมว่านี้คืออะไร ? นี้คือสุดยอดความลึกลับที่จักรพรรดิอมตะว่านชิทิ้งไว้ให้ ตั้งแต่ยุคโบราณ แม้แต่อัจฉริยะที่เปล่งประกายก็ยังไม่มีใครเข้าใจมันได้ ! "

คนที่ออกมาจากกลุ่มนั้นเป็นชายหนุ่ม หลังจากออกมาร่างกายของเขาก็ปลดปล่อยความร้อนที่ยากจะต้านทาน เขามีใบหน้าที่หล่อเหลาและกลิ่นอายที่น่าภาคภูมิใจ

" ราชันเพลิงสมุนไพร ! " บางคนตะโกนหลังจากเห็นชายหนุ่มตรงหน้า

" ข้าชื่อเจ้าสารเลวไร้ชื่อ ? " หลี่ฉีเย่หัวเราะเบาๆก่อนจะมองไปยังชายหนุ่มตรงหน้าและเอ่ย " เจ้าสุนัขนี้มาจากไหนถึงได้กล้าเห่าต่อหน้าข้าเช่นนี้ ? "

การตอบสนองนี้ทำให้ฝูงชนเกิดความโกลาหล บางคนอดไม่ได้ที่จะตะโกน " เจ้าโง่นี้มันไม่รู้จักราชันเพลิงสมุนไพร เจ้ามันก็แค่กับในบ่อ ! "

ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าราชันเพลิงสมุนไพรกลายเป็นโกรธหลังจากได้ยิน แม้ว่าเขาจะไม่ใช่ตัวตนที่ทีงพลังแต่เขาก็ยังมีชื่อเสียงในปัจจุบัน

" เจ้าสารเลวไร้ชื่อฟังไว้ให้ดี นายน้อยนั้นเป็นศิษย์ของหุบเขากลืนสวรรค์ ผู้คนเรียกเขาว่าราชันเพลิงสมุนไพร.." ผู้เยาว์บางคนพยามกลืนความโกรธและอธิบาย

ความจริงผู้ฝึกตนทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ล้วนแต่เกรงกลัว ราชันเพลิงสมุนไพร แม้ว่าชื่อเสียงปัจจุบันของเขาจะไม่สามารถเทียบกับนายหญิงฉีเยียนได้ แต่ทุกคนล้วนกลัวพื้นหลังของเขา เพราะเขาเป็นศิษย์จากหุบเขากลืนสวรรค์

ราชันเพลิงสมุนไพรนั้นเป็นปีศาจที่เกิดจากเต๋าแห่งการปรุงยา เขานั้นเกิดมาจากโลหะของกระถางสวรรค์และถูกกลั่นด้วยเปลวไฟ ด้วยเหตุนี้เขาจึงมีความสามารถด้านการปรุงยาและเป็นที่ชื่นชอบของผู้อาวุโส

แม้ว่าชื่อเสียงและสถานะของเขาจะน้อยกว่าลูกหลานของหุบเขา เจ้าชายวัวทองคำ ตำแหน่งของเขาก็ยังสูง นอกจากนี้เขายังมีชื่อเสียงอย่างมากในหมู่รุ่นเยาว์

ไม่จำเป็นต้องพูดถึงหุบเขากลืนสวรรค์ นี้เป็นเชื้อสายจักรพรรดิที่มีจักรพรรดิอมตะสองคนและควบคุมสิบห้าประเทศภายในเขตอสูร

หลังจากได้ยินชื่อของเขา แม้ว่าเหล่าคนที่ไม่รู้จักเขาแต่ได้ยินว่าเขามาจากหุบเขากลืนสวรรค์ก็ล้วนแต่หวาดกลัว 

" ไม่เคยได้ยิน " หลี่ฉีเย่โบกมือขัดจังหวะการแนะนำของราชันเพลิงสมุนไพร การแสดงออกของเขาทำให้ราชันเพลิงโกรธจนแทบกระอักเลือด มันเหมือนกับเขากำลังพูดใส่กำแพง ! เขาคิดว่าเชื้อสายของเขาจะข่มขู่หลี่ฉีเย่ได้ ในโลกสมุนไพรหินมีน้อยคนนักที่จะไม่กลัวเชื้อสายของเขา

นายหญิงฉีเยียนที่ยืนข้างหลี่ฉี่เย่ทำได้เพียงหัวเราะตัวสั่น มันดูเหมือนว่าในโลกนี้มันจะมีอยู่น้อยสิ่งที่นายท่านของนางให้ความสนใจ

" เจ้าสารเลวนี้น่าตาย..." หลายคนส่ายหัวเบาๆกับความหยิ่งยโสของหลี่ฉีเย่ พวกเขารู้ว่าคนเช่นนี้จะไม่มีจุดจบที่ดี

ควรจะรู้ว่าอาณาจักรนักปรุงยา ตระกูลเจี้ยนหลง และปราการป้อมอสูรนั้นไม่สนใจโลกและไม่ปรากฏสายตา ดังนั้นหุบเขากลืนสวรรค์จึงมีตำแหน่งสูงอย่างมากในปัจจุบัน ตราบใดที่สัตว์ประหลาดทั้งสามไม่เคลื่อนไหว หุบเขากลืนสวรรค์ยังทรงอำนาจ

ถึงอย่างนั้นหลี่ฉีเย่ก็ไม่ได้สนใจราชันเพลิงมากนักและกล่าวกับนายหญิง " ฉีเยียน ดูไว้ให้ดี ข้าจะไปนำสมบัติที่จักรพรรดิอมตะว่านชิทิ้งไว้มาให้เจ้า "

นายหญิงฉีเยียนกลายเป็นตกตะลึง ก่อนหน้านี้นางนึกว่านายท่านของนางนั้นพูดเล่นเพราะทุกคนรู้ดีว่าความลึกลับนี้ทุกทิ้งไว้มาหลายล้านปีและมีอัจฉริยะหลายคนพยามศึก คนเดียวที่มีข่าวลือว่าทำสำเร็จคือบิดาแห่งต้นไม้

แต่ตอนนี้ความลึกลับทั้งหมดของมันดูเหมือนเล็กน้อยเมื่อออกมาจากปากของหลี่ฉีเย่ มันราวกับว่ามันอยู่ในมือของเขา ในขณะที่ทุกคนตกตะลึง หลี่ฉีเย่เดินไปยังหน้าผาที่มีรอยฝ่ามือพร้อมกับรอยยิ้ม

คนที่ไม่พอใจหลี่ฉีเย่มากที่สุดราชันราชสีห์รุ่นเยาว์ เขาแค่นเสียงเย็นชา " เจ้าสารเลวนี้ช่างหยิ่งยโส หลานล้านปีที่ผ่านมาอัจฉริยะจำนวนมากพยามจะเข้าใจพวกมัน แต่ก็ล้มเหลว แต่สารเลวไร้ชื่อนี้กล้าจะบอกว่าตัวเองเข้าใจสิ่งที่จักรพรรดิอมตะว่านชิทิ้งไว้ ? "

ทว่าหลี่ฉีเย่ไม่ได้ให้ความสนใจกับฝูงชน ในความนี้เขากรีดนิ้วและใช้หยดเลือดหยดลงไปตรงรอยฝ่ามือ

" ฮ่าฮ่า ข้าก็นึกว่าเจ้าสารเลวนี้จะนึกวิธีสูงส่งอะไรได้ แต่การใช้หยดเลือดเพื่อที่จะได้รับสมบัติของจักรพรรดิอมตะว่านชินี้มันน่าขันจริงๆ สมกับเป็บกับในบ่อ พวกนอกคอก เจ้าคิดว่าสมบัติมันมีจิตสำนึกของตัวเอง ? หรือเจ้าคิดว่าเจ้าเป็นลูกหลานของจักรพรรดิอมตะว่านชิ ? การหยดเลือดไปบนสมบัติเช่นนี้เป็นเพียงเรื่องตลกของเด็กน้อย " หลังจากเห็นการกระทำของหลี่ฉีเย่ ราชันเพลิงสมุนไพรระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

เห็นหลี่ฉีเย่ที่ยืนอยู่เบื้อง ทุกคนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ

ผู้ฝึกตนอัจฉริยะบางคนส่ายหัวและเอ่ย " อ่า ก่อนหน้านี้เขาพูดมันอย่างจริงจังข้าก็คิดว่าเขาจะมีวิธีที่ดี ใครจะคาดว่าเขาจะใช้วิธีทีน่าตลกเช่นนี้ ? เขามาจากไหนกัน ? เขาออกมาจากเขา...เขาเคยอยู่ในโลกแห่งความจริงหรือไม่ ? "

ในตอนนี้ ราชันราชสีห์รุ่นเยาว์หัวเราะเยาะสุนัขที่กำลังจมน้ำและเอ่ย " สิ่งที่จักรพรรดิอมตะว่านชิทิ้งไว้เต็มไปด้วยสุดยอดความลึกลับ สุดยอดทักษะอมตะที่ล้ำค่า..."

ทว่าหลังจากหลี่ฉีเย่เสร็จพิธีของเขาและวางฝ่ามือลงอไป เสียง แกร๊ก ดังออกมา ในเวลานี้ลำแสงพุ่งออกมาจากรอยฝ่ามือขนาดยักษ์และพุ่งเข้าหาหลี่ฉีเย่

" วิ้งงงง !" เสียงของโลหะกระทบกันดังขึ้นเปลวไฟทั้งสองห่อหุ้มฝ่ามือของหลี่ฉีเย่ก่อนจะกลายเป็นถุงมือที่ปล่อยกลิ่นอายโบราณออกมา

" อะไรกัน..." ก่อนที่ราชันราชสีห์รุ่นเยาว์จะเสร็จสิ้นการพูดของเขา ฉากตรงหน้าทำให้ปากของเขาเปิดกว้างและไม่สามารถเอ่ยอะไรได้

ความจริงทุกคนล้วนจ้องมายังหลี่ฉีเย่ด้วยสายตาตกตะลึง พวกเขาเต็มไปด้วยความงุนงงและไม่อยากเชื่อ ปากของพวกเขาเปิดกว้างพอที่จะใส่หินก่อนใหญ่ลงไปได้ พวกเขาไม่สามารถปิดปากของตัวเองได้เป็นเวลานาน

นายหญิงฉีเยียนเองก็ยังยืนโง่งม นางแทบไม่อยากจะเชื่อเรื่องนี้ นี้ไม่ใช่เหตุผลเกินไปรึ ? เรื่องนี้มันเกิดขึ้นจริงๆ ?

ทว่าสิ่งที่ทุกคนไม่อยากเชื่อก็กลายเป็นความจริง ทุกคนที่อยู่บนเกาะแห่งเต๋าล้วนเห็นฉากตรงหน้าด้วยตัวเอง

" นี้มัน...ไม่จริง...มันง่ายแค่นี้เอง ? " หลายคนไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่พวกเขาเห็นและคิดว่ามันเป็นเพียงภาพลวงตา

ทว่าหนึ่งคนนั้นอาจจะเห็นภาพลวงตาได้ แต่คนจำนวนมากไม่มีทางเห็นภาพลวงตาพร้อมกับในครั้งเดียว นั้นหมายความว่านี้เป็นเรื่องจริง

ทุกคนพยามจะฟื้นฟูสติของพวกเขาและเหล่าคนที่หัวเราะเยาะหลี่ฉีเย่ก่อนหน้านี้รู้หน้าไหม้ การกระทำของหลี่ฉีเย่ราวกับตบหน้าพวกเขาอย่างรุนแรง

" นี้มัน..จริงรึ...จักรพรรดิอมตะไม่ได้ทิ้งสุดยออดทักษะไว้...แต่มันเป็นสุดยอดสมบัติ ? นอกจากนี้มันยังถูกค้นพบโดยการใช้หยดเลือด ? " แม้ว่าหลังจากที่สงบลงแล้ว หลายคนก็ยังเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ..

ความคิดเห็น