691
ตอนที่ 691 ความลับของเกาะแห่งเต๋า
ในฐานะจักรพรรดิอมตะคนแรก จักรพรรดิอมตะว่านชิได้ประกาศอำนาจและวางแผนอนาคตของเผ่าหินยักษ์ ทว่าเขาเป็นหนึ่งในจักรพรรดิอมตะที่เต็มไปด้วยความลึกลับและไม่ทิ้งร่องรอยหรือมรดกใดๆไว้ มีข่าวลือว่าเขาเป็นจักรพรรดิอมตะที่ไม่มีศิษย์เลย
นอกจากนี้เขาดูเหมือนจะหายไปในชั่วข้ามคืน ไม่มีใครรู้ว่าเขานั้นหายไปที่ไหน เบาะแสของเขาในโลกสมุนไพรหินนั้นลึกลับอย่างมาก และสิ่งที่แปลกก็คือมีบางคนที่คิดว่าเขายังมีชีวิตอยู่บนโลก
ในระยะเวลาสั้นๆแม้ว่าเขาจะเป็นจักรพรรดิอมตะคนแรกของเผ่าหินยักษ์ แต่มีสิ่งของน้อยสิ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับเขา ทว่าฝ่ามือที่อยู่ตรงหน้าผาเป็นหนึ่ในไม่กี่อย่างที่จักรพรรดิทิ้งไว้ให้
ตำนานกล่าวว่าในช่วงยุครกร้างหลังจากจักรพรรดิอมตะว่านชิได้แบกเจตจำนงแห่งสวรรค์ เขาได้เดินทางข้ามโลกและมาหยุดลงที่ภูเขาแอลป์ หลังจากได้ชิมทิวทัศน์ที่สวยงามของมันแล้วเขาก็ขึ้นบนยอดเกาะเพื่อทิ้งรอยฝ่ามือเอาไว้
ต่อมาเกาะนั้นกลายเป็นเกาะแห่งเต๋า และมีตำนานมากมายปรากฏ
หนึ่งในตำนานนั้นกล่าวว่าเมื่อจักรพรรดิอมตะทิ้งฝ่ามือนี้ไว้ มันยังทิ้งเต๋าแห่งสายเลือดของเขาไว้เพื่อรอคนที่มารักมรดกนี้ไป บางคนกล่าวว่านี้ไม่ใช่สายเลือดเต๋าที่สมบูรณ์ แต่มันเป็นทักษะอมตะลึกลับของโลก บางคนนั้นกล่าวว่าสถานที่แห่งนี้นั้นมีแผนที่ หากเข้าใจแผนที่ทั้งหมดพวกเขาจะได้รับสมบัติที่จักรพรรดิทิ้งไว้
ในระยะเวลาสั้นๆ โดยไม่คำนึงถึงทฤษฏีใดๆ ทุกคนจากรุ่นอนาคตเชื่ออว่าจักรพรรดิได้ทิ้งความลึกลับของเขาในปีนั้นไว้ ไม่ว่ามันจะเป็นทักษะ หรือ เต๋าสายเลือดของจักรพรรดิอมตะ หรือแผนที่สมบัติ...
ด้วยเหตุนี้สิบล้านปีที่ผ่านมา ผู้คนจึงมาที่นี่เพื่อเรียนรู้มัน แต่ไม่มีใครประสบความสำเร็จ
ทว่ามีข่าวลือว่าบิดาแห่งต้นไม้แอลป์ได้รับบางอย่างจากสถานที่แห่งนี้ เรื่องราวกล่าวว่าหลังจากบิดาต้นไม้ได้รับสติปัญญา เขาขึ้นมายังหน้าผาเพื่อเรียนรู้รอยฝ่ามือและได้รับความลับของจักรพรรดิ เพราะสิ่งนี้เขาจึงกลายเป็นปีศาจต้นไม้...
ภูเขาแอลป์หรือไม่แต่บิดาแห่งต้นไม้แอลป์ไม่ได้ปฏิเสธหรือยืนยันเกี่ยวกับข่าวลือ นี้ทำให้คนนอกไม่รู้ว่าบิดาแห่งต้นไม้ได้รับสิ่งของหรือไม่ได้รับอะไรกันแน่
ถึงอย่างนั้นทุกครั้ง ตราบใดที่มีโอกาสมายังภูเขาแอลป์ ผู้ฝึกตนโดยเฉพาะรุ่นเยาว์ส่วนมากล้วนจะมายังหน้าผาเพื่อเรียนรู้สิ่งที่จักรพรดริอมตะว่านชิทิ้งไว้
ภูเขาแอลป์นั้นไม่ได้หยุดผู้คนที่ต้องการจะไปเรียนรู้ที่หน้าผาเพื่อรู้แจ้ง ความจริงนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ของพวกเขา พวกเขานั้นไม่กลัวว่าใครจะรู้ความลึกลับที่ซ่อนภายใน เพราะว่าภายในสิบล้านปีอัจฉริยะนับไม่ถ้วนล้วนเคยพยามแต่ล้มเหลว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กลัวคนธรรมจะเรียนรู้มัน
ทว่าทุกคนจะรู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ พวกเขาก็ไม่เคยยอมแพ้และพยามมาทดสอบ เวลานี้เนื่องจากวันฉลองวันเกิดของบิดาแห่งต้นไม้ แขกจำนวนมากและอัจฉริยะรุ่นเยาว์พวกเขาไม่ได้ไปที่อื่น แต่มารวมกันที่เกาะแห่งเต๋าเพื่อศึกษา
น่าเสียดายในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา มีผู้คนมากมายมาและจากไป แต่ไม่มีใครได้ผลลัพธ์ใด กลุ่มที่มาทั้งหมดพวกเขารู้ว่าอาจจะกลับไปมือเปล่า แต่พวกเขาไม่ยอมแพ้เพราะมันจะเสียเปล่าในการมายังภูเขาแอลป์
" ดี ไม่มีอะไรผิดปกติกับหน้าผานี้ " ในเวลานี้ผู้เยาว์หลายคนอยู่ที่หน้าผา ต้องการจะค้นความลึกลับ ทว่าหลังจากเวลาผ่านไปพวกเขาก็ยังไม่ได้รับอะไรและเลือกที่จะยอมแพ้
" มีบางสิ่งที่นั้น " คนที่มีพรสวรรค์บางคนเอ่ย " ข้าสามารถสัมผัสได้ถึงความผันผวนของอักขระเต๋า มันเต็มไปด้วยกลิ่นอายจักรพรรดิ มันเป็นความจริงที่จักรพรรดิอมตะว่านชิทิ้งบางอย่างไว้ทีนี่ "
" แล้วยังไง ? " ผู้ฝึกตนที่ยอมแพ้ไปแล้วเอ่ย " อัจฉริยะนับไม่ถ้วนพยามมาตลอดหลายล้านปีเพื่อเรียนรู้มันแต่ล้มเหลว ข้านั้นไม่มีโอกาสนั้นแล้วจึงได้ยอมแพ้ "
หลังจากกลุ่มเก่าจากไป กลุ่มใหม่ก็เข้ามาและเรียนรู้ฝ่ามือ
ในเวลานี้รถม้าของหลี่ฉีเย่ค่อยๆปีนขึ้นไปบนยอดเกาะ ช่วงเวลาที่เขามาถึงหน้าผา ผู้ฝึกคนหลายคนทันใดนั้นก็หันมามองรถม้าของเขาโดยเฉพาะรุ่นเยาว์
แน่นอนพวกเขาไม่ได้สนคนไร้ชื่อเสียงเช่นหลี่ฉีเย่ที่อยู่ในรถม้า แต่มองนายหญิงฉีเยียน ราชันปีศาจที่งดงามเช่นนางดึงดูดสายตาของคนได้เป็นอย่างดี
" ท่านหญิงฉีเยียน พวกเราพบกันอีกแล้ว " ก่อนที่รถม้าจะหยุดลง มีบุรุษรุ่นเยาว์คนหนึ่งมาทักทายนาง ผมของเขาเป็นสีทองและร่างกายของเขาเหมือนกับสิงโต - ลักษณะที่น่าเกรงขาม เขาก้าวไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วพร้อมกับแรงกดดัน
ถึงแม้ว่าคนคนนี้จะไม่แก่มาก แต่ไม่มีใครกล้าดูถูกเขา เขาและนายหญิงฉีเยียนล้วนแต่เป็นผู้ปกครองประเทศ เขานั้นเป็นผู้ปกครองของประเทศราชสีห์ ด้วยราชันราชสีห์รุ่นเยาว์
ราชันราชสีห์รุ่นเยาว์นั้นเป็นหนึ่งในคนที่ต้องการแต่งงานกับนายหญิงฉีเยียน ดังนั้นเขาจึงตื่นเต้นอย่างมากที่ได้พบนางที่นี่และเข้ามาทักทาย
นายหญิงฉีเยียนนั้นพยักหน้าเล็กน้อยหลังจากเห็นเข้าออกมาขวางทางและเอ่ย " ราชันราชสีห์รุ่นเยาว์ ไม่พบกันนาน "
ราชันราชสีห์รุ่นเยาว์นั้นมองนายหญิงฉีเยียนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและเอ่ยอย่างรวดเร็ว " มันผ่านมาห้าปีแล้วตั้งแต่พวกเราพบกันครั้งสุดท้าย แม่นางฉีเยียนยังคงงดงามเช่นเดิม แต่การบ่มเพาะของท่านดูจะแข็งแกร่งขึ้น ท่านไม่อ่อนแอกว่าอัจฉริยะคนใดเลย "
หลายคนมองไปยังนายหญิง แน่นอนบางคนในรุ่นเยาว์ต้องการเข้ามาสนทนา ทว่าพวกเขาล้วนไม่กล้าเนื่องด้วยสถานะและอำนาจ นางหญิงนั้นเป็นราชันปีศาจ ดังนั้นผู้เยาว์ธรรมดาจะมีความกล้ามาทักทายนางได้อย่างไร ? ในโลกสมุนไพรหินมีเพียงผู้เยาว์ไม่กี่คนที่ไปถึงระดับราชันเทพสวรรค์ได้
นางนั้นเพียงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม แต่ราชันราชสีห์รุ่นเยาว์กลัวว่าจะเสียโอกาสในการเดินทางร่วมกัน ก่อนที่นายหญิงจะเอ่ยสิ่งใด เขารีบเอ่ย " แม่นางฉีเยียน ข้าได้ยินว่าประเทศไผ่ยักษ์ของท่านกำลังมองหาคนมีความสามารถในด้านการปรุงยาเพื่อเป็นตัวแทนของประเทศเข้าร่วมการประชุม ข้าสงสัยว่าท่านพบหรือยัง ? หากยังข้าสามารถแนะนำบางคนที่รู้จักให้ได้ "
" เจ้าไม่ต้องมาห่วงเรื่องของประเทศไผ่ยักษ์ พวกเรามีนักปรุงยาเรีบยร้อยแล้ว " ก่อนที่นายหญิงจะเอ่ยตอบ เสียงอีกเสียงก็ดังออกมา แน่นอนคนที่เอ่ยคือหลี่ฉีเย่ เขาตอนนี้ขณะกำลังนั่งพักผ่อนดวงตาของเขาเปิดออกและกล่าวด้วยรอยยิ้ม
การเอ่ยอย่างฉับพลันของหลี่ฉีเย่ทำให้ราชันราชสีห์รุ่นเยาว์ตกตะลึง ความจริงทุกคนล้วนตกตะลึง มันอาจจะกล่าวได้ว่าสายตาของทุกคนจับจ้องที่นายหญิง และไม่มีใครให้ความสนใจเขาเลย
" คนนี้คือ..." ในเวลานี้ราชันราชสีห์รุ่นเยาว์มองไปยังหลี่ฉีเย่ หลังจากเห็นเขาไม่ได้มีอะไรที่ดูพิเศษ เขาก็ไม่ได้สนใจอีก หากมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับนายหญิง เขาคงจะไม่สนใจเจ้าสารเลวนี้
" นักปรุงยาของประเทศไผ่ยักษ์ " ก่อนที่นายหญิงจะเอ่ย หลี่ฉีเย่ก็อมยิ้มและเอ่ยแทนนาง
" เป็นเกียรติอย่างมากที่ดีได้พบกัน " ราชันราชสีห์รุ่นเยาว์เอ่ยกับหลี่ฉีเย่ก่อนจะไม่สนใจเขาอีก หากไม่ใช่เพราะนายหญิง ตัวตนเช่นหลี่ฉีเย่ไม่สมควรที่เขาจะลดตัวไปพูดคุย
ราชันราชสีห์รุ่นเยาว์นั้นต้องการพูดกับนายหญิงต่อ แต่ดูเหมือนนางจะไม่ได้สนใจและเอ่ยกับหลี่ฉีเย่แทน " นายท่าน พวกเรามาถึงเกาะแห่งเต๋าแล้ว ท่านต้องการจะเข้าไปดูใกล้ๆหรือไม่ ? "
" ก็ดี ในเมื่อมาแล้ว พวกเราก็ควรจะลองดู " หลี่ฉีเย่อมยิ้มก่อนจะเหยียดมืออกไป นายหญิงนั้นไม่เอ่ยสิ่งใดก่อนจะยืนมือให้เขาและช่วยเขาลงจากรถ
ฉากนี้ทำให้หลายคนกลายเป็นหงุดหงิด ในสายตาพวกเขาหลี่ฉีเย่ทำตัวใหญ่โตเกินไป เขาต้องคนช่วยเหลือตอนลงจากรถม้าด้วยรึ ? นอกจากนี้คนที่ช่วยเขายังเป็นนายหญิงฉีเยียน !
ควรจะรู้ว่าในหมู่รุ่นเยาว์มีน้อยคนที่จะมีคุณสมบัติพูดกับนาง พวกเขาส่วนใหญ่จะเป็นตัวตนระดับราชันราชสีห์รุ่นเยาว์
แต่ตอนนี้รุ่นเยาว์ไร้ชื่ออย่างหลี่ฉีเย่ได้รับการช่วยเหลือจากนายหญิงตอนลงจากรถม้า - นี้มันไร้เหตุผลเกินไป คนจำนวนนับไม่ถ้วนกลายเป็นหึงหวงและอิจฉา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ชื่นชอบนายหญิง สิ่งเดียวที่พวกเขาอยากทำก็คือบดขยี้หลี่ฉีเย่ แต่พวกเขาไม่สามารถลงมือได้
ราชันราชสีห์รุ่นเยาว์กำลังจะระเบิดจากความโกรธเช่นกัน เขานั้นติดต่อกับนายหญิงมาเป็นเวลานาน แต่ล้วนไม่ได้รับการใส่ใจ แต่ตอนนี้ผู้เยาว์ไร้ชื่อกับกำลังได้รับการปฏิบัติอย่างดี นี้จะไม่ให้เขากลายเป็นบ้าที่เห็นนายหญิงแสดงความโปรดปรานต่อหลี่ฉีเย่เช่นนี้ได้อย่างไร ?
ทว่าสิ่งที่หลี่ฉีเย่ทำนั้นเป็นธรรมชาติ และเอายืนมือไปรับมันไว้ หลังจากลงจากรถม้าเข้าก็มุ่งหน้าไปยังหน้าผาพร้อมกับนายหญิง
" เจ้าสารเลวนี้มัน..." บางคนแอบก่นด่าหลังจากเห็นสิ่งที่เจ้าสารเลวนี้ทำ แม้ว่าหลี่ฉีเย่จะไม่หยิ่งยโส ในสายตาคนอื่นเขาก็กลายเป็นตัวน่ารำคาญ ใครจะไม่หงุดหงิดเมื่อเห็นเขาได้รับความโปรดปรานจากนายหญิง ?
หลี่ฉีเย่มองไปยังหน้าผาและรอยฝ่ามือตรงหน้าก่อนจะเอ่ย " ถึงกับต้อองนั่งสมาธิเพื่อศึกษาของง่ายๆเช่นนี้ น่าขัน "
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น