678
อนที่ 678 เกาทัณฑ์สลายดารา
แม้แต่เจี้ยนหวู่ซ่วงก็ยังอดไม่ได้ที่จะมองหลี่ฉีเย่อย่างสงสัย การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันนี้ไม่เหมือนลักษณะของเขายามปกติ ในเวลาสั้นๆนางยังไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไร นางยิ้มอย่างหยิ่งยโสและเอ่ย " มาเถอะ ไปเลือกสถานที่ที่จะเป็นหลุมฝังศพของเจ้า "
หลี่ฉีเย่ไม่ได้สนใจคำกล่าวของนางก่อนจะหลับตาลงและปล่อยให้กระทิงนำพาเข้าไป
เจี้ยนหวู่ซ่วงนั้นไม่ได้สนใจว่าหลี่ฉีเย่จะวางแผนอะไรและนางเดินตามหลังเขา ในใจของนางไม่ว่าเขาจะวางแผนอะไรอยู่ แต่สุดท้ายนางก็จะทำลายแผนของเขาได้อย่างง่ายดาย
สุดท้ายหลี่ฉีเย่ก็หยุดลงบนสถานที่หนึ่งมันไม่เพียงแต่จะสวยงามเท่านั้น แต่มันยังไม่มีสัญญาณของผู้คนระหว่างทาง หลังจากมาถึง หลี่ฉีเย่ก็มองไปรอบๆอย่างพอใจ
" สถานที่ทีดี งดงาม เงียบสงบ และปราศจากการรบกวนใดๆ ไม่มีอะไรจะเหมาะกับข้าไปมากกว่านี้อีกแล้ว " หลี่ฉีเย่กล่าวด้วยรอยยิ้มสบายๆหลังจากโดดลงจากรถ
เขาลูบหัวกระทิง ก่อนที่จะมันจะลากรถม้าและหายไปในทันที
ในเวลานี้ เจี้ยนหวู่ซ่วงยืนอยู่บนบนเนินและมองลงมายังหลี่ฉีเย่อย่างเยาะเย้ย " เจ้าพบหลุมฝังศพของเจ้าแล้ว เช่นนั้นก็คงพร้อมที่จะตายแล้ว "
นางนั้นเป็นคนที่ชอบยืนอยู่บนที่สูงและมองลงมายังเหล่าคนที่อยู่ต่ำกว่าด้วยความพอใจ
หลี่ฉีเย่หยุดที่เนินเขาก่อนจะมอองไปรอบๆและหยิบเกาทัณฑ์สยบเก้าโลกออกมาและเอ่ย " เอาละข้าพร้อมแล้ว อย่าได้ทำให้ข้าผิดหวัง หากเจ้าฆ่าข้าไม่ได้ เช่นนั้นเขาจะกระโดดลงเขาฆ่าตัวตายแล้ว "
คำกล่าวของหลี่ฉีเย่นั้นไร้เหตุผลและมันราวกับเขาเบื่อที่จะมีชีวิตอยู่แล้ว แม้แต่เจี้ยนหวู่ซ่วงก็ยังพบว่ามันแปลก ดวงตาที่ราวกับลูกศรของนางจับจ้องบนร่างหลี่ฉีเย่
" เจ้าไม่ต้องกังวลเพราะไม่ว่ายังไงเจ้าก็ต้องตายด้วยลูกศรของข้า ทว่าในเมื่อเจ้าทำตามโดยดี ข้าจะปล่อยศพของเจ้าให้อยู่ในสภาพที่ดี " เจี้ยนหวู่ซ่วงกล่าวเยาะเย้ยขณะที่หยิบธนูของนางออกมา
ช่วงเวลาที่ธนูนี้ปรากฏขึ้นราวกับดวงดาวตกลงมาจากฟ้า ธนูของนั้นสว่างราวกับดวงดาวและมีด้ามจับที่ดูสว่างไสว แม้แต่มีดวงดาราอยู่แสงสว่างของมันก็ยังกระจายไปทั่วชั้นฟ้า
แต่ละดอกของลูกศรเป็นเหมือนกับลูกศรศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถทะลวงผ่านทุกกำแพงและการป้องกัน ลูกศรทั้งหมดอาบไปด้วยเจตนาฆ่าที่ทำให้ผู้คนล้วนรู้สึกหนาวสั่น
" เกาทัณฑ์สลายดารา " หลี่ฉีเย่ยิ้มหลังจากเห็นธนูที่อยู่ในมือนางและเอ่ย " ดูเหมือนเจ้าจะเป็นลูกรักของตระกูลเจี้ยนจริงๆ ถึงได้ส่งของชิ้นนี้ให้เจ้า นี้เป็นธนูที่ดี เมื่อจักรพรรดิอมตะตี้อี้ เจี้ยนยังเยาว์ นี้เป็นอาวุธที่เขาเลือกใช้ในการต่อต้านเก้าชั้นฟ้าและโลกทั้งสิบ..."
" ธนูนี้ถูกกลั่นออกมาจากดวงดาวบนชั้นฟ้าของโลกจักรพรรดิมนุษย์ ดวงดาวที่มีประกายทอดยาวกว่าหลายสิบล้านไมล์ได้เปลี่ยนเป็นธนู แม้ว่ามันจะไม่ได้มาจากบรรพบุรุษ แต่มันก็ยังคงเต็มไปด้วยพลังงานในสายเลือดของเขา " หลี่ฉีเย่เอ่ยหลังจากเห็นธนูนี้
เจี้ยนหวู่ซ่วงรู้สึกตกตะลึงเล็กน้อยหลังจากได้ยินหลี่ฉีเย่เอ่ยถึงรายละเอียดของธนูและหัวเราะเยาะ " เจ้าช่างรู้มาก ! "
หลี่ฉีเย่ไม่ได้สนใจและเอ่ยต่อ " ไม่เพียงแค่นั้น แม้ว่าผู้คนจะกล่าวว่าจักรพรรดิอมตะตี้อี้ เจี้ยนใช้ธนู แต่จริงๆไม่ได้เป็นเช่นนั้น ก่อนที่เขาจะแบกเจตจำนงแห่งสวรรค์ บรรพบุรุษของเจ้าได้ทิ้งเกาทัณฑ์สลายดาราและฝึกฝนอาวุธต่างๆจนได้เป็นจักรพรรดิอมตะ ! ดังนั้นเขาไม่ได้ใช้ธนูนี้กลั่นเต๋าของเขาจนเป็นจักรพรรดิ "
" เช่นนั้นรึ !? " แม้ว่าเจี้ยนหวู่ซวงจะงุนงงเล็กน้อย นางก็ยังเอ่ยอย่างเย็นชา " ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเวลา บรรพบุรุษขอองข้าเป็นเดียวที่ไปถึงจุดสูงสุดของเต๋าแห่งธนู ทักษะธนูของเขาเป็นอันดับหนึ่ง ! "
" ข้าไม่ปฏิเสธ " หลี่ฉีเย่กล่าวอย่างผ่อนคลาย " จักรพรรดิอมตะตี้อี้หลังจากกลายเป็นจักรพรรดิอมตะเขาได้ทำสิ่งหนึ่งที่จักรพรรดิอมตะคนอื่นไม่ทำ เขาได้ตัดส่วนหนึ่งของเขาและฝังมันลงในธนู ตอนนั้นธนูลำดับหนึ่งที่ได้กวาดผ่านยุคได้ถือกำเนิด อำนาจของมันไม่ได้ด้อยกว่าอาวุธพรสวรรค์ของบรรพบุรุษเจ้า มันอาจจะกล่าวได้ว่าไร้ขีดจำกัด ด้วยธนูที่อยู่ในมือบรรพบุรุษเจ้ากลายเป็นไร้เทียมทาน เขาสามารถดูถูกจักรพรรดิคนอื่นได้ทั้งหมด ! "
เรื่องราวที่หลี่ฉีเย่เอ่ยทำให้เจี้ยนหวู่ซ่วงตกอยู่ในอากาศงุนงง เนื่องจากมีคนรู้มันไม่มากนัก ทำไมเด็กน้อยไร้ชื่ออย่างหลี่ฉีเย่ถึงรู้มันได้ ? นี้อยู่นอกเหนือความเข้าใจของนาง
หลี่ฉีเย่กล่าวอย่างมีความสุข " โชคร้ายที่ธนูที่อยู่ในมือเจ้าเป็นเพียงเกาทัณฑ์สลายดารา หากมันเป็นธนูของบรรพบุรุษเจ้าละก็ เช่นนั้นข้าจะได้ตายอย่างไร้กังวล ทว่าบางทีการตายด้วยเกาทัณฑ์สลายดาราก็อาจจะดีไม่น้อย "
" ไม่ต้องห่วง ข้าจะใช้ธนูที่ต่างไปจากตอนนี้ " เจี้ยนหวู่ซ่วงหัวเราะเอ่ย " รอจนข้าฆ่าเจ้าได้เสียก่อน เช่นนั้นข้าจะไปเปลี่ยนเป็นธนูที่เจ้ามี "
นางในฐานะลูกสาวของตระกูลเจี้ยน นางไม่เคยใส่ใจในอาวุธของคนอื่นเพราะไม่มีใครเทียบนางได้
ทว่านางในเวลานี้ได้ถูกล่อลวง แม้ว่านางจะมีเกาทัณฑ์สลายดาราในมือ นางก็ยังต้องการเกาทัณฑ์สยบเก้าโลกในมือหลี่ฉีเย่ สัญชาตญาณของนางบอกว่ามันเป็นธนูที่ดีอย่างมาก
" เจ้ามีสายตาที่ดี " หลี่ฉีเย่หัวเราะพร้อมกับคอยๆลูบเกาทัณฑ์ในมือและเอ่ย " นี้เป็นเกาทัณฑ์ที่ดีที่สุดในโลก มันไร้ที่เทียบ ในอนาคตเกาทัณฑ์นี้จะแข็งแกร่งยิ่งกว่าธนูของบรรพบุรุษเจ้า "
" แต่ธนูที่ดีเช่นนี้จะทำได้เพียงเน่าเปื่อยหากอยู่ในมือเจ้า " เจี้ยนหวู่ซ่วงกล่าวอย่างหยิ่งผยอง " หากมันอยู่ในมือข้ามันจะกลายเป็นธนูที่กวาดผ่านยุค ! "
แม้ว่านางจะค่อนข้างน่ารำคาญและหยิ่งยโส แต่นางก็ยังมีส่วนที่ดีอยู่ อย่างน้อยนางก็เป็นคนตกไปตรงมากซึ่งแตกต่างจากอัจฉริยะคนอื่น ที่มักจะมีข้ออ้างเพื่อสนองความโลภของตัวเอง
" เจ้ากำลังจะบอกว่า ข้าจะควรจะมอบธนูนี้ให้กับเจ้าอย่างสบายใจ ? " หลี่ฉีเย่กล่าวอย่างผ่อนคลาย " ข้านั้นกำลังอยู่ในอารมณ์ที่ดีดังนั้นข้าจะไม่โต้เถียงกับสตรีที่น่าเกลียดเช่นเจ้า หากเจ้าต้องการจะฆ่าข้าเช่นนั้นก็ทำตามที่ต้องการ จากนั้นข้าจะมอบธนูนี้ให้ "
นางนั้นเต็มไปด้วยความโกรธหลังจากได้ยินหลี่ฉีเย่เอ่ย แม้ว่านางจะไม่สามารถเรียกตัวเองว่าเป็นสาวงามอันดับหนึ่งในโลกสมุนไพรหินได้ แต่นางก็ยังอยู่ในอันดับต้นๆ มีบุรุษมากมายตามติดนางเป็นแถว นางจะไม่โกรธหากมีคนเรียกนางสตรีน่าเกลียดได้อย่างไร ?
ก่อนหน้านี้นางรู้สึกว่าปากของหลี่ฉีเย่เป็นมีดโกน แต่ตอนนี้นางคิดว่ามันเป็นกระบี่แหลมคม
แน่นอนหลี่ฉีเย่ไม่ได้สนใจอารมณ์นาง เขาเพียงยิ้มและเอ่ย " ในเมื่อเจ้าต้องการจะฆ่าข้า เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าลงมือก่อน "
เจี้ยนหวู่ซ่วงนั้นเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าจากความโกรธของนาง ทว่าสุดท้ายนางก็ยังเป็นลูกหลาานจักรพรรดิ นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์และเอ่ย " เจ้ากล้าที่จะให้ข้าเริ่มโจมตีก่อนในการประลองธนู ? เจ้าคิดว่าเจ้าจะหนีจากลูกศรของข้าได้ ? แต่ข้านั้นเป็นคนที่เมตตาข้าจะให้โอกาสเจ้าเปลี่ยนอาวุธ ! "
ความรู้สึกของเจี้ยนหวู่ซ่วงที่รู้ว่าหลี่ฉีเย่จัดสินใจประลองธนูกับนางกล่าวได้ว่าเขานั้นโง่เขลามาก และนางไม่ต้องการได้เปรียบเขา
หลี่ฉีเย่อมยิ้มเอ่ย " ไม่เป็นไร ข้าจะใช้ธนูนี้แทน "
" เช่นนั้นก็เตรียมตัวตาย ! " เจี้ยนหวู่ซ่วงนั้นไม่ต้องการจะเสียเวลาอีกต่อไป ขณะที่สายตานางหรี่ลงพร้อมกับเจตนาฆ่า
ในช่วงเวลาสำคัญหลี่ฉีเย่โบกมือของเขาและเอ่ย " รอสักครู่ "
เจี้ยนหวู่กลอกตาของนางและกล่าวเยาะเย้ยหลี่ฉีเย่ " โอ้ว ? เจ้าเสียใจแล้วสิ ? มันสายไปแล้ว ! อย่างไงวันนี้เจ้าก็ต้องตาย ! "
หลี่ฉีเย่หัวเราะเอ่ย " ใครบอกว่าข้าเปลี่ยนใจ? ข้าเพียงไม่มีงานอดิเรกให้คนอื่นแอบดู "
จากนั้นเขาก็ดึงเกาทัณฑ์และง้างลูกศรก่อนจะยิงขึ้นฟ้าและทะลวงนกตัวหนึ่ง
" ปัง ! " เสียงที่แตกสลายดังออกมาจากบนฟ้า ก่อนจะมีสิ่งที่ดูเหมือนเศษแก้วตกลงมา มันราวกับกระจกสวรรค์ที่ถูกทำลาย
" การยิงที่ดี " เจี้ยนหวู่ซ่วงกล่าวชมขณะมองไปยังชิ้นส่วนกระจกที่แตกหัก
หลังจากที่หลี่เย่ทำลายของชิ้นนี้ รถม้าที่อยู่ไกลออกไปนอกภูเขายอดสวรรค์ซึ่งดูจากภายนอกเหมือนจะธรรมดา
ภายในรถม้าปรากฏกระจกที่เหมือนกับกระทกที่หลี่ฉีเย่พึงจะยิงแตกไปเมื่อครู่อยู่
สิ่งนี้ทำให้หญิงชราภายในรถมาเต็มไปด้วยประกายตาแห่งการฆ่า ดวงตาของนางสุกไสวและมองไปยังชั้นฟ้าที่ห่างไกล
" ท่านยายไม่ต้องรีบร้อน ข้ายังสัมผัสถึงมันได้เล็กน้อย เขามีสัมผัสที่ดีดังนั้นพวกเราไม่จำเป็นต้องเขาใกล้ " ในเวลานี้เสียงไพเราะราวกับบทสวดอมตะได้ดังออกมาจากรถม้า หลายคนอาจจะกลายเป็นหลงใหลในเสียงนี้
หากหลี่ฉีเย่อยู่ที่นี่เขาจะรับรู้ถึงรถม้าคันนี้ได้ทันที เพราะมันเป็นรถม้าที่ติดตามเขามาตลอดเส้นทางตั้งแต่ออกจากประเทศไผ่ยักษ์
ในเวลานี้ การเผชิญหน้าระหว่างหลี่ฉีเย่และเจี้ยนหวู่ซ่วง หลี่ฉีเย่ยังคงยืนอย่างผ่อนคลาย ราวกับนี้ไม่ใช่การประลองของเขา
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น